63
สมั
ยแห่
งการขยายตั
วของกลุ
่
มเมื
องต่
าง ๆ ในลุ
่
มนํ
้
าโขงตอนล่
างช่
วงกลางคริ
สต์
ศตวรรษที่
7 หลั
ง
สมั
ยอี
สานวรมั
นนั
้
นเมื
องเล็
ก ๆ ในบริ
เวณนี
้
เรี
ยกว่
า “เจนละบก” และมี
การส่
งทู
ตไปจี
น ใน
เอกสารจี
นกล่
าวถึ
ง ซางเถา (Sang Kao) (อยู
่
ที่
คํ
าม่
วน) และเมื
องเล็
ก ๆ อื่
น ส่
งทู
ตไปจี
นเมื่
อ
คริ
สต์
ศตวรรษ 638 แต่
บริ
เวณดั
งกล่
าวก็
ถู
กเจนละครอบครองในระยะต่
อมา ซึ
่
งบริ
เวณดั
งกล่
าวนั
้
น
นั
กวิ
ชาการบางท่
าน เช่
น บริ
กส์
มี
ความเห็
นว่
าเป็
นที่
อยู
่
อาศั
ยของพวกข่
า โดยเฉพาะอย่
างยิ ่
งตรง
บริ
เวณรอยต่
อตะเข็
บของเมื
องต่
าง ๆ
ดั
งนั
้
น เจนละบกจึ
งมิ
ได้
มี
ความหมายถึ
งรั
ฐอาณาจั
กรที่
สร้
างอํ
านาจรวมศู
นย์
แต่
อย่
างใด
หากหมายถึ
งพื
้
นที่
ตอนบนต่
อจากเจนละนํ
้
าขึ
้
นไปจนถึ
งบริ
เวณลุ
่
มนํ
้
าโขงตอนกลางอั
นเป็
นที่
ตั
้
งของ
บ้
านเล็
กเมื
องน้
อยหลายแห่
ง และอาจเป็
นได้
ที่
กษั
ตริ
ย์
นั
กรบของอาณาจั
กรเจนละทางตอนล่
างบาง
องค์
สามารถแผ่
อํ
านาจไปถึ
งเป็
นครั
้
งคราว
จากเอกสารจี
นกล่
าวถึ
งเจนละบกว่
ามี
รั
ฐสํ
าคั
ญแห่
งหนึ
่
งชื่
อ เหวิ
นถาน หรื
อ เวิ
น ตาน
(Wen Tan) ไซเดนฟาเดน (Seidenfaden) เสนอว่
าอยู
่
ใกล้
ท่
าแขก จั
งหวั
ดนครพนมปั
จจุ
บั
น ซึ
่
ง
นั
กวิ
ชาการหลายท่
านต่
างพยายามกํ
าหนดจุ
ดที่
ตั
้
งเหวิ
นถาน ว่
าอยู
่
ประมาณลุ ่
มนํ
้
าโขงตอนกลาง
เรื่
องเหวิ
นถานนี
้
เป็
นคํ
าสํ
าเนี
ยงฝรั ่
งเศสถอดจากคํ
าภาษาพื
้
นเมื
อง ซึ
่
งผ่
านการถ่
ายทอด
ของภาษาจี
น นั
กวิ
ชาการจี
นหลายท่
านให้
ความเห็
นว่
า เวิ
นตา หรื
อเหวิ
นถาน คื
อ ว่
านเซี่
ยง หรื
อเวี
ยง
จั
นทร์
นั
่
นเอง ถ้
าจะย ้
อนประวั
ติ
ของเวี
ยงจั
นทร์
ก็
จะเห็
นได้
ว่
าอาจเก่
าแก่
ก่
อนสมั
ยสุ
โขทั
ยที่
เรารู
้
จั
กชื่
อ
เมื
องในเขตเวี
ยงจั
นทร์
จากจารึ
กก็
ได้
ตั
้
งแต่
เหนื
อเมื
องจํ
าปาศั
กดิ
์
ขึ
้
นไปริ
มฝั
่
งนํ
้
าโขงภาคตะวั
นออก
นั
้
นเรารู
้
จั
กเมื
องสํ
าคั
ญแถบนี
้
ซึ
่
งมี
ชื่
อเสี
ยงในยุ
คหลั
งว่
า เวี
ยงจั
นทร์
หลวงพระบาง เป็
นต้
น แต่
ที่
จริ
ง
เขตลุ
่
มนํ
้
าโขงฟากตะวั
นออก ซึ
่
งมี
เมื
องสํ
าคั
ญสองเมื
องตั
้
งอยู
่
นี
้
อาจเป็
นชุ
มชนบ้
านเมื
องมาแล้
วตั
้
งแต่
ยุ
คสํ
าริ
ดและยุ
คเหล็
ก เพราะเป็
นอาณาบริ
เวณของวั
ฒนธรรมเดี
ยวกั
บบริ
เวณที่
เรี
ยกว่
าแอ่
งสกลนคร
ของอานประเทศติ
ดต่
อกั
บชุ
มชนบ้
านเมื
องแถบนครพนม โดยลงมาทางใต้
เข้
าสู
่
เขตนครพนม และ
มุ
กดาหาร
ศรี
ศั
กร วั
ลลิ
โภดม (2532 : 39 – 60) มี
ความเห็
นว่
า ประมาณคริ
สต์
ศตวรรษที่
9 – 10
มี
การตั
้
งเมื
องเวี
ยงจั
นทร์
อยู
่
ในตํ
าแหน่
งที่
เป็
นศู
นย์
กลางของการคมนาคม เป็
นนั
กวิ
ชาการท่
านแรกที่
กล้
าแสดงความเห็
นว่
า พลเมื
องของชุ
มชนบ้
านเมื
องแถบเวี
ยงจั
นทร์
คื
อ ชาวสยาม และกล่
าวถึ
ง
แคว้
นศรี
โคตรบู
รณ์
ในบริ
เวณลุ
่
มนํ
้
าโขงฟากตะวั
นตกของอี
สานประเทศ อั
นเป็
นที่
ชุ
มชนบ้
านเมื
อง
ในแอ่
งสกลนคร แถบจั
งหวั
ดหนองคาย อุ
ดรธานี
นครพนม สกลนคร และลงความเห็
นว่
า
“…กํ
าเนิ
ดของเมื
องเวี
ยงจั
นทร์
เป็
นพั
ฒนาการของชุ
มชนบ้
านเมื
องที่
เกิ
ดขึ
้
นร่
วมกั
นกั
บ
บ้
านเมื
องในแอ่
งสกลนคร…” และ “…เพราะฉะนั
้
นก่
อนที่
พวกล้
านช้
างจะเข้
ามาเป็
นใหญ่