Page 76 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

58
กดขี่
ประชาชนลงเป็
นทาส สํ
าหรั
บสิ
นค้
า เขามี
ทอง เงิ
น ผ้
าไหม บุ
ตรแห่
งตระกู
ลที่
สํ
าคั
ญใช้
ผ้
านุ
เป็
นโสร่
ง สตรี
สวมผ้
าลงไปทางศี
รษะ คนจนนุ
งผ้
าฝ้
ายผื
นเดี
ยว ประขาขนแห่
งอาณาจั
กฟู
นั
หล่
อแหวนและกํ
าไลทองด้
วย ภาชนะด้
วยเงิ
น ตั
ดต้
นไม้
มาปลู
กสร้
างบ้
านเรื
อน พระราขาไป
ประทั
บอยู
ในตํ
าหนั
กหลายชั
น เขาล้
อมเขตบ้
านด้
วยรั
วไม้
ริ
มทะเลมี
ก่
อไผ่
ใหญ่
ขึ
น ใบยาว
ระหว่
าง 7 - 9 ฟุ
ต และประชาชนก็
สานใบไผ่
เหล่
านี
มุ
งเป็
นหลั
งคาบ้
านเรื
อน นอกจากนี
ประชาชน
ย ั
งอาศั
ยอยู
ในบ้
านที่
ยกพื
นด้
วย เรื
อที่
สร้
างยาวระหว่
าง 8-9 จั
ง (Chang 1 จั
ง เท่
ากั
บ 10 ฟุ
ต)
กว้
าง 6 - 7 ฟุ
ต หั
วและท้
ายเรื
อมี
รู
ปร่
างเหมื
อนหั
วและหางปลา เมื่
อพระราชาเสด็
จออกนอกราชวั
พระองค์
ทรงช้
าง สตรี
ก็
อาจขี่
ช้
างได้
ด้
วย สํ
าหรั
บการสนุ
กสนาน ก็
มี
การชนและชนหมู
ใน
อาณาจั
กรนี
ไม่
มี
คุ
ก สํ
าหรั
บการพิ
พากษาเขาโยนแหวนทองใส่
ลง ไปในนํ
าเดื
อดและให้
คู
ความหยิ
ออกมา หรื
อมิ
ฉะนั
นก็
เผาโซ่
ให้
ร้
อนและให้
คู
ความเดิ
นถื
อไป 7 ก้
าว ผู
ผิ
ดย่
อมมื
อพองและผู
ถู
กย่
อม
ไม่
บาดเจ็
บ หรื
อมิ
ฉะนั
นก็
ให้
โจนลงไปในนํ
า ผู
ถู
กย่
อมลงไปในนํ
าแต่
ไม่
จม ผู
ผิ
ดย่
อมมื
อพองและ
ผู
ถู
กย่
อมไม่
บาดเจ็
บ หรื
อมิ
ฉะนั
นก็
ให้
โจนลงไปในนํ
า ผู
ถู
กย่
อมลงไปในนํ
าแต่
ไม่
จม ผู
ผิ
ดย่
อมจม
ลงไป รั
ชกาลพระเจ้
าวรมั
น (พ.ศ. 1028 – 1057) เป็
นสมั
ยที่
อาณาจั
กรฟู
นั
นเจริ
ญรุ
งเรื
อง ดั
งจะเห็
ได้
จากการรั
บรองของพระเจ้
าจั
กรพรรดิ
จี
น เมื่
อราชทู
ตฟู
นั
นเดิ
นทางเข้
ามาย ั
งประเทศจี
น ในพ.ศ.
1046 พระจั
กรพรรดิ
จี
นก็
ทรงมี
พระราชโองการว่
า “พระราชาแห่
งอาณาจั
กรฟู
นั
นผู
ทรงนามว่
าโกณ
ฑิ
นยะชั
ยวรมั
นประทั
บอยู
สุ
ดเขตโพ้
นทะเล ราชวงศ์
ของพระองค์
ได้
ทรงปกครองบรรดาประเทศ
โพ้
นทะเลทางทิ
ศใต้
และได้
ทรงแสดงความซื่
อสั
ตย์
สุ
จริ
ต ด้
วยการส่
งเครื่
องราชบรรณาการเข้
ามา
ถวายเป็
นหลายครั
ง บั
ดนี
สมควรที่
จะตอบแทนให้
ทั
ดเที
ยมกั
นและให้
ตํ
าแหน่
งอั
นมี
เกี
ยรติ
ยศ คื
ตํ
าแหน่
งขุ
นพลแห่
งภาคสั
นติ
ใต้
กษั
ตริ
ย์
แห่
งฟู
นั
น”
พระเจ้
าชั
ยวรมั
น มหาราชแห่
งอาณาจั
กรฟู
นั
น สิ
นพระชนม์
เมื่
อ พ.ศ. 1057 ไม่
ปรากฏ
ว่
ามี
ศิ
ลาจารึ
กของพระองค์
แต่
พระชายาองค์
แรกของพระองค์
ทรงพระนามว่
า กุ
ลประภาวดี
และ
โอรสองค์
หนึ
งทรงพระนามว่
า คุ
ณวรมั
น ได้
ทรงสร้
างศิ
ลาจารึ
กภาษาสั
นสกฤษไว้
องค์
ละหลั
ก ใช้
อั
กษรในระหว่
าง พ.ศ. 1000 – 1050 จารึ
กหลั
กหนึ
งซึ
งค้
นพบในภาคใต้
ของแคว้
นตาแก้
ว ประเทศ
กั
มพู
ชา กล่
าวว่
า พระนางกุ
ลประภาวดี
มี
พระประสงค์
ที่
จะออกทรงบํ
าเพ็
ญพรต ได้
ทรงสร้
าง
อาศรมและสระนํ
า จารึ
กหลั
กนี
ได้
เริ ่
มต้
นด้
วยการสรรเสริ
ญพระนารายณ์
อี
กหลั
กหนึ
งเป็
นของ
เจ้
าชายคุ
ณวรมั
นก็
กล่
าวสรรเสริ
ญพระนารายณ์
เช่
นกั
นและใช้
ตั
วอั
กษรที่
เก่
ากว่
าเล็
กน้
อย จารึ
กหลั
นี
สลั
กอยู
บนกรอบประตู
ของอาคารที่
ถาปมอย (Thap – muoi) ในทุ
งหวาย ณ แหลม โคชิ
นไช
นา ประเทศเวี
ยดนาม กล่
าวว่
าเจ้
าชายคุ
ณวรมั
นทรเงป็
นพระโอรสของพระราชาผู
เป็
น “ดวงจั
นทร์
แห่
งราชวงศ์
โกณฑิ
นยะ” และได้
กล่
าวถึ
งการสร้
างเทวาลั
ยสํ
าหรั
บประดิ
ษฐานวิ
ษณุ
บาทอั
นมี
นามว่
”จั
กรตี
ระสวามิ
น” บนพื
นที่
ซึ
ง “ได้
ชั
ยชนะมาจากโคลน” และเจ้
าชายคุ
ณวรมั
น “ผู
ซึ
งย ั
งทรงพระ