Page 74 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

56
เกี่
ยวกั
บอาณาจั
กรฟู
นั
นว่
า “มี
เมื
องซึ
งมี
กํ
าแพงล้
อมรอบ มี
พระราชวั
งและประชาชน ประชาชนมี
หน้
าตาหน้
าเกลี
ยด ผิ
วดํ
า ผมหยิ
ก ไม่
สวมเสื
อผ้
าและเดิ
นเท้
าเปล่
า มี
อั
ธยาศั
ยใจคอง่
ายๆ และไม่
ชอบลั
กขโมย ทํ
าการเพาะปลุ
กโดยหว่
านพื
ชปี
หนึ
งและเกี่
ยวพื
ชผลไป 3 ปี
ชอบสลั
เครื่
องประดั
บและชอบแกะสลั
ก ภาชนะที่
ใช้
รั
บประทานอาหารมั
กทํ
าด้
วยเงิ
น ภาษี
ที่
เก็
บเป็
นทอง
เงิ
น ไข่
มุ
ก และเครื่
องหอม มี
ตั
วหนั
งสื
อ หอจดหมายเหตุ
และอื่
นๆตั
วอั
กษรที่
ก็
คล้
ายกั
บตั
วอั
กษร
ชนชาติ
อู
(Hu คื
อ ประชาชนในภาคกลางของทวี
ปเอเชี
ยที่
ใช้
ตั
วอั
กษรตามแบบอิ
นเดี
ย)
ใน พ.ศ. 900 อาจั
กรฟู
นั
นตกอยู
ภายใต้
การปกครองของชนต่
างชาติ
อี
ก จดหมายเหตุ
จี
สมั
ยราชวงศ์
จิ
นและราชวงศ์
เหลี
ยงกล่
าวว่
า “ในต้
นปี
นั
น เถี
ยจู
จั
นถั
น (T’ ien Chu Chan - t’an)
กษั
ตริ
ย์
แห่
งอาณาจั
กรฟู
นั
นได้
ทรงส่
งช้
างที่
ฝึ
กมาแล้
วเข้
าเป็
นเครื่
องบรรณาการ” คํ
าว่
า “เถี
ยนจู
เป็
นคํ
าที่
ชาวจี
นใช้
เรี
ยกประเทศอิ
นเดี
ยและ “เถี
ยนจู
จั
นถั
น” ก็
คื
อ “จั
นถั
นชาวอิ
นเดี
ย” นั
นเอง คํ
าว่
”จั
นถั
น” นี
อาจตรงคํ
าว่
า “จั
นทั
น (Chandan )” ซึ
งเป็
นตํ
าแหน่
งของพวกยุ
ยจิ
( Yueh Chih ) หรื
อิ
นเดี
ย-ซิ
เถี
ยน โดยเฉพาะอย่
างยิ ่
งราชวงศ์
กุ
ษาณะในสายของพระเจ้
ากนิ
ษกะโดยเหตุ
นี
เที
ยนจุ
จั
นถั
จึ
งคงเป็
นเชื
อกษั
ตริ
ย์
มาจากประเทศอิ
นเดี
ยราชวงศ์
มุ
รุ
ณฑะแถบลุ
มแม่
นํ
าคงคาในประเทศอิ
นเดี
ยซึ
พระราชาแห่
งราชอาณาจั
กรฟู
นั
นเคยทรงติ
ดต่
อด้
วยก็
เกี่
ยวข้
องกั
บพวกยุ
ยจิ
อย่
างใกล้
ชิ
ด พวกกุ
ษาณะ
เคยแผ่
อํ
านาจของตนลงมาจนถึ
งแถบลุ
มนํ
าคงคา แต่
ใน พ.ศ. ๙๐๐ พระเจ้
าสมุ
ทรคุ
ปต์
ในราชวงศ์
คุ
ปกะก็
ได้
แผ่
อํ
านาจไปย ั
งภาคเหนื
อของประเทศอิ
นเดี
ย และเจ้
าในราชวงศ์
กุ
ษาณะอาจถกขั
บไล่
จาก
ลุ
มแม่
นํ
าคงคาออกมาย ั
งภาคเอเชี
ยอาคเนย์
ก็
ได้
ความเกี่
ยวข้
องกั
บอาณาจั
กรฟู
นั
น และประเทศ
กั
มพู
ชาสมั
ยโบราณ จากดิ
นแดนที่
ได้
รั
บอิ
ทธิ
พลมาจากประเทศอิ
หร่
านนี
มี
อยู
ในราวต้
นพุ
ทธ
ศตวรรษที่
11 มหาดเล็
กคนหนึ
งของพระราชาแห่
งอาณาจั
กรฟู
นั
นก็
มี
ตํ
าแหน่
งว่
า จิ
วฉู
โล (Chiu -
chou - lo ) อั
นอาจตรงกั
บตํ
าแหน่
งกุ
ชุ
ละแห่
งราชวงศ์
กุ
ษาณะ ในพุ
ทธศตวรรษที่
12 พราหมณ์
เชื
ชาติ
ซิ
เถี
ยน หรื
อศกะก็
มาจากแหลมเดคข่
านและมาสมรสกั
บพระราชธิ
ดาแห่
งพระเจ้
าอิ
ศานวรมั
นที่
1 แห่
งอาณาจั
กรเจนละ เทวรู
ปพระอาทิ
ตย์
ในสมั
ยก่
อนสร้
างเมื
องนครก็
สวมฉลองพระองค์
สั
น รอง
พระบาทบู
ต และสายรั
ดพระองค์
เช่
นเดี
ยวกั
บเทวรู
ปโซโลอั
สเตรี
ยน (Zoroastrian ) ซึ
งได้
รั
อิ
ทธิ
พลมาจากศิ
ลปะอิ
หร่
านอี
ก อาจเป็
นเทวรู
ปพระอาทิ
ตย์
แบบนี
เองที่
ถื
อกั
นว่
าเป็
นพราหมณ์
เชื
ชาติ
ศกะหรื
อที่
เรี
ยกกั
นในศิ
ลาจารึ
กสมั
ยพระนครว่
า “ศกพราหมณ์
” นอกจากนี
พระมาลารู
ทรงกระบอกของเทวรู
ปพระนารายณ์
สมั
ยก่
อนสร้
างเมื
องพระนครก็
อาจได้
รั
บอิ
ทธิ
พลมาจาก ศิ
ลปะ
อิ
หร่
านด้
วย ทั
งนี
เพราะเหตุ
ว่
าเทวรู
ปดั
งกล่
าวได้
รั
บอิ
ทธิ
พลมาจากประติ
มากรรมของราชวงศ์
ปั
ลลวะ
ในประเทศอิ
นเดี
ยภาคใต้
และราชวงศ์
ก็
สื
บเนื่
องกั
นมาจากพวกปะห์
ลวะ ( Phaiava) คื
อพวกปาร์
เที
ยนในประเทศอิ
หร่
านนั
นเอง คํ
าว่
า “กั
มพุ
ช” ซึ
งเป็
นชื่
อของอาณาจั
กรที่
ต่
อมาได้
เข้
าครอบครอง
อาณาจั
กรฟู
นั
น ก็
อาจเกี่
ยวพั
นกั
บพวก “กั
มโพชะ” ของอิ
หร่
านตลอดจนที่
เมื
องออกแก้
วในแหลม