50
ความเจริ
ญของดิ
นแดนเอเชี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
ยุ
คก่
อนประวั
ติ
ศาสตร์
หลั
กฐานการเพาะปลู
ก เลี
้
ยงสั
ตว์
ของคนในดิ
นแดนเอเชี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงอยู
่
ในยุ
คหิ
น
ใหม่
ในยุ
คนี
้
การเพาะปลู
ก เลี
้
ยงสั
ตว์
ซึ
่
งมี
หมู
วั
ว ควาย รู
้
จั
กงานช่
างไม้
ทํ
าเครื่
องปั
้
นดิ
นเผา ตั
้
ง
บ้
านเรื
อนเป็
นหลั
กแหล่
งอยู
่
ใกล้
แหล่
งนํ
้
า มี
ประเพณี
ความเชื่
อ มี
ลั
กษณะเป็
นหมู
่
บ้
าน และคงมี
หั
วหน้
าปกครองหมู
่
บ้
านด้
วย ในยุ
คนี
้
คงมี
การแบ่
งหน้
าที่
ในสั
งคมมากขึ
้
นกว่
ายุ
คก่
อนๆ พวกนี
้
ย ั
งมี
ประเพณี
ความเชื่
อของตนเอง ที่
เห็
นชั
ดคื
อ ประเพณี
ความเชื่
อเกี่
ยวกั
บความศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
ของควาย ซึ
่
ง
ปรากฏร่
องรอยว่
าในหลุ
มศพจะมี
เขาควาย หรื
อสั
ญลั
กษณ์
ของเขาควายประดั
บอยู
่
และที่
จั
่
วบ้
านก็
ประดั
บเขาควายไว้
มี
การฆ่
าควายเพื่
อทํ
าพิ
ธี
ฉลองเกี่
ยวกั
บผู
้
ตายโดยเชื่
อว่
า ผู
้
ตายจะใช้
ควายเป็
น
พาหนะไปเมื
องสวรรค์
ได้
กลุ
่
มชนเผ่
าเหล่
านี
้
ย ั
งคงมี
อยู
่
สื
บทอดมาถึ
งปั
จจุ
บั
นกระจายอยู
่
ในภู
มิ
ภาคนี
้
และอาศั
ยอยู
่
อย่
างหนาแน่
นในบริ
เวณเทื
อกเขาดงรั
ก ในประเทศไทย กั
มพู
ชา และลาว ย ั
งปรากฏ
พิ
ธี
กรรมฆ่
าควายอยู
่
จริ
งในปั
จจุ
บั
น เช่
น จากงานวิ
จั
ยของ เครื
อจิ
ต ศรี
บุ
ญนาค. (2550 : 300) เรื่
อง
พิ
ธี
กรรมฆ่
าควายเซ่
นผี
ที่
บ้
านดอน เขตจะกํ
าใหญ่
แขวงเซกอง ใน สาธารณรั
ฐประชาธิ
ปไตย
ประชาชนลาว และที่
บ้
านบู
รตั
ง จั
งหวั
ดมณฑลคี
รี
ประเทศกั
มพู
ชา ที่
ย ั
งคงมี
การสื
บทอดจากยุ
ค
อดี
ตถึ
งปั
จจุ
บั
น เป็
นต้
น
ประเพณี
ความเชื่
อที่
ปรากฏอี
กอย่
างในยุ
คนี
้
ก็
คื
อ การสร้
างอนุ
สาวรี
ย์
หิ
นใหญ่
(Megaliths)
ลั
กษณะเด่
นของวั
ฒนธรรมนี
้
คื
อ การนํ
าเอาก้
อนหิ
นใหญ่
มาก่
อสร้
างเป็
นรู
ปร่
างต่
างๆ ซึ
่
งมี
วิ
วั
ฒนาการเป็
นชั
้
นนั
บตั
้
งแต่
โต๊
ะหิ
น (Dolmens) หิ
นตั
้
ง (Menhirs) หิ
นตั
้
งเป็
นวงกลม (Cromlechs)
และหิ
นตั
้
งเป็
นแถวขนานกั
น (Alignments) วั
ฒนธรรมหิ
นใหม่
แบ่
งเป็
น 2 รุ ่
น คื
อ หิ
นใหม่
รุ ่
นเก่
า
ตรงกั
บยุ
คหิ
นใหม่
และหิ
นใหม่
รุ
่
นใหม่
ตรงกั
บยุ
คโลหะ (ชิ
น อยู
่
ดี
. 2529 : 81-82) ซึ
่
งปรากฏอยู
่
ทั ่
วไปในภู
มิ
ภาคเอเชี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
เช่
น พม่
า ลาว กั
มพู
ชา เวี
ยดนาม ไทย ฟิ
ลิ
ปปิ
นส์
อิ
นโดนี
เซี
ย พวกที่
สร้
างหิ
นใหญ่
ที่
ย ั
งคงหลงเหลื
ออยู
่
ในปั
จจุ
บั
น เช่
น พวกนาคา พวกจาม พวกม้
อย
ในเวี
ยดนาม พวกละว้
าในไทยทางตอนเหนื
อ พวกบาเดิ
จส์
(Badoejs) ในเกาะชวาภาคตะวั
นตก
เป็
นต้
น ประเพณี
นี
้
คงเกี่
ยวเนื่
องกั
บลั
ทธิ
การนั
บถื
อบรรพบุ
รุ
ษ โดยใช้
เป็
นสถานที่
สํ
าหรั
บวิ
ญญาณ
ของผู
้
ตายมาสิ
งอยู
่
เพื่
อเยี่
ยมเยี
ยนคนที่
มี
ชี
วิ
ต และอํ
านวยให้
มี
ความมั ่
งคั ่
ง อุ
ดมสมบู
รณ์
นอกจากนั
้
น
มนุ
ษย์
ในยุ
คนี
้
ย ั
งนั
บถื
อปรากฎการณ์
ทางธรรมชาติ
ว่
าเป็
นสิ
่
งศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
โดยเฉพาะที่
สั
มพั
นธ์
กั
บการ
เพาะปลู
ก เช่
น แม่
นํ
้
า ท้
องฟ้
า สายฝน ผื
นแผ่
นดิ
น เป็
นต้
น ด้
านเศรษฐกิ
จ ในสั
งคมชนเผ่
าอาชี
พ
หลั
กคื
อการล่
าสั
ตว์
เลี
้
ยงสั
ตว์
ไว้
กิ
นเป็
นอาหาร เพาะปลู
กทํ
าหั
ตถกรรม และค้
าขายบ้
างเล็
กน้
อย
การเพาะปลู
กส่
วนใหญ่
ปลู
กข้
าว และพื
ชผลต่
างๆ เช่
น เผื
อกมั
น เพื่
อกิ
นเป็
นอาหาร การเพาะปลู
ก
เป็
นแบบไร่
เลื่
อนลอย โดยมี
ขั
้
นตอนคื
อ ถางป่
า เผาป่
า เพื่
อเอาเถ้
าถ่
านเป็
นปุ
๋
ย เอาไม้
แหลมแทงลง
ในดิ
นให้
เป็
นรู
เอาเมล็
ดพื
ชหยอดแล้
วอาศั
ยนํ
้
าฝนนํ
้
าค้
าง และปุ
๋
ยจากดิ
นทํ
าให้
เจริ
ญเติ
บโตขึ
้
นมา