35
และสร้
างความพึ
งพอใจต่
อมนุ
ษย์
ที่
มากขึ
้
นกว่
าเดิ
ม
2.4 มนุ
ษย์
ต้
องการอํ
านาจ
เพื่
อแสดงให้
เห็
นถึ
งความชั
ดเจน ด้
านสติ
ปั
ญญาของตนเองที่
มี
มากกว่
า สามารถใช้
อํ
านาจที่
มี
มากกว่
าเพื่
อการต่
อรอง และความสามารถในการกํ
าหนดให้
บุ
คคลอื่
น
ยอมรั
บและปฎิ
บั
ติ
ตามเงื่
อนไขที่
ตนเองกํ
าหนด
2.5 มนุ
ษย์
ต้
องการการอยู
่
ร่
วมกั
บสั
งคม ชาล ดาวิ
น กล่
าวว่
า มนุ
ษย์
เป็
นสั
ตว์
สั
งคม ที่
ไม่
อาจอยู
่
ได้
โดยลํ
าพั
ง ด้
วยเหตุ
ที่
ต้
องการสื่
อสารกั
บคนอื่
น ต้
องการการยอมรั
บจากคนอื่
น ปั
จจั
ย
ดั
งกล่
าวนํ
ามาซึ
่
งการรวมตั
วเป็
นสั
งคมมนุ
ษย์
ก่
อให้
เกิ
ดวั
ฒนธรรมตามมา เพราะวั
ฒนธรรมคื
อการ
ยอมรั
บเงื่
อนไขร่
วมกั
นที่
จะใช้
หลั
กการเดี
ยวกั
น ประพฤติ
ปฏิ
บั
ติ
ภายใต้
กรอบเงื่
อนไขเดี
ยวกั
น และ
ร่
วมกั
นพั
ฒนาเงื่
อนไขเพื่
อการอยู
่
ร่
วมจึ
งก่
อให้
เกิ
ดวั
ฒนธรรมทั
้
งขนบธรรมเนี
ยม จารี
ตอั
นเป็
น
กฎเกณฑ์
ร่
วม ตลอดจนประเพณี
ที่
ยิ
นดี
ร่
วมศาสนา และเชื่
อถื
อ ตลอดจนปฏิ
บั
ติ
ภายใต้
เงื่
อนไข
เดี
ยวกั
นหากจํ
าแนกวั
ฒนธรรมเป็
นสาขาใหญ่
ๆ (ตามการจํ
าแนกสาขาขององค์
การสหประชาชาติ
)
ได้
แก่
2.5.1 วั
ฒนธรรมทางภาษาและการสื่
อสาร
2.5.2 วั
ฒนธรรมทางสั
งคม การเมื
องและการปกครอง
2.5.3 วั
ฒนธรรมทางศิ
ลปวั
ตถุ
2.5.4 วั
ฒนธรรมทางการแสดงและการละเล่
น
2.5.5 วั
ฒนธรรมทางศาสนาและความเชื่
อ
2.6 มนุ
ษย์
ต้
องการการเพลิ
ดเพลิ
นและการพั
กผ่
อน เนื่
องจากมนุ
ษย์
ต้
องใช้
พลั
งงานใน
ตนเองมากมายทั
้
งพลั
งกายและพลั
งทางจิ
ตใจเพื่
อการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ต จึ
งจํ
าเป็
นในการ ได้
มาซึ
่
งพลั
งงาน
ทดแทนสํ
าหรั
บการฟื
้
นฟู
สภาพ การพั
กผ่
อนและการผ่
อนคลายความตึ
งเครี
ยดนี่
เอง ที่
มนุ
ษย์
เลื
อกสรรสิ
่
งตอบสนองจิ
ตใจ โดยเลื
อกสิ ่
งสวยงามเพื่
อให้
เกิ
ดความเพลิ
ดเพลิ
นในความสุ
ขทางใจ
2.7 มนุ
ษย์
ต้
องการความสํ
าเร็
จตามความสามารถแห่
งตน เพราะสาเหตุ
ที่
ก่
อให้
เกิ
ด
ความสุ
ขประการหนึ
่
งของมนุ
ษย์
เกิ
ดจากความสํ
าเร็
จที่
เป็
นไปตามการคาดหวั
ง การดํ
าเนิ
นภารกิ
จ
ต่
างๆของมนุ
ษย์
จึ
งมี
การวางจุ
ดประสงค์
และเป้
าหมายของความสํ
าเร็
จเอาไว้
ในความสํ
าเร็
จ
ดั
งกล่
าวจะช่
วยให้
มนุ
ษย์
รู
้
ศั
กยภาพแห่
งตนหรื
อที่
เรี
ยกว่
าการค้
นพบตนเอง (Self discovery) และสิ ่
งที่
เกิ
ดขึ
้
นต่
อเนื่
องจากการค้
นพบตนเองจะส่
งผลต่
อความภาคภู
มิ
ใจและก่
อเกิ
ดเป็
นความเชื่
อมั ่
นแห่
งตน
(Self confident) ตามมา จากความต้
องการที่
เป็
นธรรมชาติ
พื
้
นฐานนี
้
เองที่
ทํ
าให้
มนุ
ษย์
สร้
างสรรค์
สิ
่
ง
ต่
างๆมากมายเพื่
อการตอบสนองความต้
องการเหล่
านั
้
นด้
วยจุ
ดประสงค์
สอง ประการคื
อ ประการที่
1 สร้
างขึ
้
นเพื่
อใช้
คุ
ณค่
าด้
านประโยชน์
ใช้
สอย ตอบสนองความสะดวกสบายในการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ต
ประการที่
2 สร้
างขึ
้
นเพื่
อใช้
คุ
ณค่
าทางความงาม ตอบสนองจิ
ตใจและยกระดั
บสติ
ปั
ญญาให้
สู
งขึ
้
น