34
แล้
วนํ
าประสบการณ์
การเรี
ยนรู
้
นั
้
นนํ
ามาใช้
ให้
เป็
นประโยชน์
กั
นการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ต ซึ
่
งสั
ตว์
อื่
นมี
ลั
กษณะการพั
ฒนาการเรี
ยนรู
้
ไปอย่
างเชื่
องช้
า จึ
งดํ
ารงตนโดยอาศั
ยสั
นชาตญาณเป็
นสํ
าคั
ญ
ทฤษฎี
วิ
วั
ฒนาการของ ชาล ดาวิ
น ชี
้
ให้
เห็
นว่
า มนุ
ษย์
จั
ดอยู
่
ในประเภทสั
ตว์
หากพิ
จารณา
ย่
อยในความเป็
น สั
บออร์
เดอร์
(Sub-order) ลั
กษณะที่
บ่
งบอกในเงื่
อนไขก็
คื
อ เป็
นสั
ตว์
เลื
อดอุ
่
น มี
กระดู
กสั
นหลั
ง และหากแยกมาพิ
จารณาภายใต้
ชนิ
ดของความเป็
นสั
ตว์
(Anthropoindior) ก็
คื
อ มี
ลั
กษณะเป็
นสั
ตว์
เลื
อดอุ
่
น ลํ
าตั
วตั
้
งตรงกั
บแนวดิ ่
งของโลก (Gravity) เคลื่
อนไหวบนเท้
าทั
้
งสอง
ข้
าง มี
อวั
ยวะที่
ปรากฎทางกายภาพภายนอกแบบสมดุ
ลทั
้
งสองข้
างเท่
ากั
น (Symmetrical balance)
มี
ศู
นย์
การควบคุ
มระบบอยู
่
ที่
สมอง โดยมี
นํ
้
าหนั
กสมอง เมื่
อเที
ยบโดยนํ
้
าหนั
กตั
วเองมากกว่
าสั
ตว์
อื่
น
และกลไกการทํ
างานของสมองนี่
เองที่
เป็
นปั
จจั
ยสํ
าคั
ญคื
อ มี
ความละเอี
ยดและซั
บซ้
อนกว่
า
แบ่
งแยกการทํ
างานของสมองแต่
ละส่
วนด้
วยหน้
าที่
แตกต่
างกั
นและ มี
อิ
ทธิ
พลต่
อพฤติ
กรรมอาทิ
การ
พั
ฒนาความสามารถ ประสิ
ทธิ
ภาพในการจดจํ
า การวิ
เคราะห์
การสั
งเคราะห์
ส่
งผลต่
อการพั
ฒนา
ตนเองและความสามารถในการปรั
บตั
วเข้
ากั
บสิ
่
งแวดล้
อม ที่
แปรเปลี่
ยนไป รู
้
จั
กการใช้
เหตุ
ผลที่
เป็
นความฉลาดจากสติ
ปั
ญญาที่
เป็
นเลิ
ศเพื่
อแก้
ปั
ญหาให้
กั
บตนเอง ตลอดจนการใช้
สติ
ปั
ญญาเพื่
อ
สร้
างสรรค์
สิ ่
งที่
อํ
านวยความสะดวกให้
กั
บตนเอง รู
้
จั
ก สะสมปั
ญญาเพื่
อแก้
ปั
ญหาอนาคตให้
กั
บ
ตนเอง ซึ
่
งก็
คื
อรู
้
จั
กการคาดหวั
งหรื
อวางแผนเพื่
อ อนาคตนั
่
นเอง มี
ความทะเยอทะยานต่
อ
ความก้
าวหน้
า และรู
้
จั
กชื่
นชมต่
อสิ ่
งสวยงาม
2. พฤติ
กรรมที่
มี
อิ
ทธิ
พลต่
อความต้
องการสุ
นทรี
ยภาพ
พฤติ
กรรมธรรมชาติ
ที่
กล่
าวมา เป็
นความต้
องการพื
้
นฐานของมนุ
ษย์
ที่
เป็
นธรรมชาติ
เพื่
อตอบสนองความต้
องการแห่
งตน ความสามารถในการใช้
สติ
ปั
ญญาเพื่
อการค้
นพบ นํ
ามาซึ
่
ง
การสร้
างสรรค์
หรื
อประดิ
ษฐ์
สิ
่
งต่
างๆมากมาย และเป็
นมู
ลเหตุ
แห่
งการสร้
างสรรค์
ผลงานศิ
ลปะ
หากจํ
าแนกการสร้
างสรรค์
จนกลายเป็
นผลงานศิ
ลปะของมนุ
ษย์
จะมาจากอิ
ทธิ
พล ความต้
องการ
ทางธรรมชาติ
ของมนุ
ษย์
ต่
อไปนี
้
2.1. มนุ
ษย์
ต้
องการปั
จจั
ยพื
้
นฐานเพื่
อการดํ
ารงอยู
่
ของชี
วิ
ต คื
อปั
จจั
ยสี่
ได้
แก่
อาหาร
เครื่
องนุ
่
งห่
ม ที่
อยู
่
อาศั
ย และยารั
กษาโรค
2.2 มนุ
ษย์
ต้
องการแสดงออกตามความสามารถแห่
งตน
มนุ
ษย์
จะแสดงออกเมื่
อมี
ความสอดคล้
องภาวะที่
พบว่
าตนเองมี
สิ ่
งเหล่
านั
้
น การแสดงออกจะเป็
นไปตามสภาพที่
เหมาะสม
หรื
อมี
แรงจู
งใจ (Motives) ที่
เพี
ยงพอและสอดคล้
องที่
เป็
นไปตามปั
จเจกภาพของบุ
คคล
2.3 มนุ
ษย์
ต้
องการการเปลี่
ยนแปลง เพราะปั
จจั
ยการเรี
ยนรู
้
ของมนุ
ษย์
ที่
ไม่
หยุ
ดนิ
่
ง ก่
อ
ให้
เกิ
ดการค้
นพบใหม่
ในสิ ่
งที่
ดี
กว่
าเดิ
มและพั
ฒนาให้
เกิ
ดคุ
ณค่
ากั
บตนเองมากกว่
าเดิ
มมนุ
ษย์
ได้
รู
้
จั
กที่
จะพั
ฒนาโดยใช้
ความเพี
ยรพยายามในการพั
ฒนาและเปลี่
ยนแปลงสิ
่
งๆต่
างเพื่
อการอํ
านวยประโยชน์