33
2.4 ความหลากหลาย (Variety) ความหลากหลาย หมายถึ
ง การนํ
าเอาข้
อมู
ลฐาน
ของศิ
ลปะที่
มี
ลั
กษณะแตกต่
างกั
นหลาย ๆ อย่
างมาผสมผสานกั
นจนกลายเป็
นความซั
บซ้
อน เพื่
อ
ดึ
งดู
ดความสนใจ แต่
ละส่
วนของภาพจะได้
รั
บการเน้
นให้
มี
ความชั
ดเจน
2.5 ความลดหลั
่
น (Gradation) ความลดหลั ่
น หมายถึ
ง การนํ
าเอามู
ลฐานของศิ
ลปะ
มาผสมผสานกั
นในลั
กษณะเป็
นชุ
ดให้
มี
การเปลี่
ยนแปลงในที
ละเล็
กน้
อยในมู
ลฐาน
2.6 จั
งหวะและความเคลื่
อนไหว (Rhythm and Movement) จั
งหวะและความ
เคลื่
อนไหว หมายถึ
ง การนํ
าเอามู
ลฐานของศิ
ลปะแต่
ละอย่
างที่
มี
ลั
กษณะคล้
ายกั
นมาจั
ดวางซํ
้
า ๆ กั
น
จากจุ
ดหนึ
่
งไปย ั
งอี
กจุ
ดหนึ
่
งอย่
างต่
อเนื่
อง ย ั
งผลให้
เกิ
ดความรู
้
สึ
กเคลื่
อนไหว
2.7 สั
ดส่
วน (Proportion) สั
ดส่
วน หมายถึ
ง หลั
กการของศิ
ลปะที่
เกี่
ยวข้
องกั
บ
ความสั
มพั
นธ์
ของศิ
ลปะทั
้
งหมดและส่
วนอื่
น ๆ ในภาพลั
กษณะเปรี
ยบเที
ยบกั
น
ตอนที่
5 มนุ
ษย์
กั
บสุ
นทรี
ยภาพ
1. มนุ
ษย์
กั
บสุ
นทรี
ยภาพ
การศึ
กษาสุ
นทรี
ยศาสตร์
เป็
นการศึ
กษาความรู
้
เกี่
ยวกั
บความงามเพื่
อนํ
าไปประยุ
กต์
ใช้
กั
บ
การดํ
าเนิ
นชี
วิ
ต สาระทฤษฏี
สุ
นทรี
ศาสตร์
จะมุ ่
งศึ
กษา พฤติ
กรรม ทั
้
งในแง่
การรั
บรู
้
ความงาม
กระบวนการใช้
ความคิ
ดและเหตุ
ผลต่
อความงาม คุ
ณค่
าของความงาม รวมไปถึ
งการแสดงออกใน
การสนองต่
อความงาม ดั
งนั
้
นการศึ
กษาสุ
นทรี
ย ศาสตร์
จึ
งควรรู
้
และเข้
าใจต่
อมนุ
ษย์
และความเป็
น
มนุ
ษย์
ทั
้
งในแง่
คุ
ณสมบั
ติ
ทางกายภาพ และพฤติ
กรรมของมนุ
ษย์
เพื่
อนํ
ามาเป็
นมู
ลฐานศึ
กษา
พฤติ
กรรม การตอบสนองต่
อความต้
องการด้
านความงาม ดั
งเราจะพบว่
า จากอดี
ตจนถึ
งปั
จจุ
บั
น
มนุ
ษย์
ได้
สร้
างสรรค์
สิ ่
งต่
างๆ มากมายเพื่
อตอบสนองความต้
องการแห่
งตน เราได้
เห็
นพั
ฒนาการ
ด้
านต่
าง
ของมนุ
ษย์
จากหลั
กฐานเหล่
านี
้
และเราก็
ไม่
สามารถปฎิ
เสธได้
ว่
า นั ่
นคื
อการใช้
ความสามารถทาง สติ
ปั
ญญาของมนุ
ษย์
ที่
มี
อิ
ทธิ
พลโดย ตรงต่
อการสร้
างสรรค์
อย่
างพั
ฒนา นั
้
น
คุ
ณค่
าการสร้
างสรรค์
อย่
าง ต่
อเนื่
องของมนุ
ษย์
ในทุ
กยุ
คทุ
กสมั
ยที่
ผ่
านมา ได้
ก่
อคุ
ณประโยชน์
มากมายต่
อมนุ
ษย์
ในปั
จจุ
บั
น
คํ
าว่
า มนุ
ษย์
ในความหมายเชิ
งภาษาศาสตร์
มาจากรากศั
พท์
สองคํ
ามารวมกั
น คื
อ มนุ
กั
บอุ
ษย์
จึ
งมี
ความหมายว่
า ผู
้
มี
จิ
ตใจสู
งส่
ง พจนานุ
กรมฉบั
บราชบั
ญฑิ
ตยสถาน พ.ศ. 2483 การ
บั
ญญั
ติ
ศั
พท์
ดั
งกล่
าว ประสงค์
ที่
จะกํ
าหนดการอธิ
บายให้
มนุ
ษย์
โดยเป็
นสิ
่
งมี
ชี
วิ
ตจิ
ตใจ สู
งส่
งและดี
งาม ด้
วยการรู
้
จั
กใช้
สติ
ปั
ญญาควบคุ
มการประพฤติ
ปฏิ
บั
ติ
พฤติ
กรรมการแสดงออก ทั
้
งนี
้
นั
ก
สั
งคมศาสตร์
เชื่
อว่
ามนุ
ษย์
เป็
นสิ
่
งมี
ชี
วิ
ตที่
เป็
นสั
ตว์
ชนิ
ดเดี
ยวเท่
านั
้
นที่
รู
้
จั
กสร้
างอารยะธรรมและพั
ฒนา
อารยะธรรมได้
ความแตกต่
างนี
้
มาจากโครงสร้
างทางสติ
ปั
ญญาของมนุ
ษย์
ทํ
าให้
มนุ
ษย์
รู
้
จั
กเรี
ยนรู
้