30
3.2 ความเชื่
อ ประเพณี
และพิ
ธี
กรรมที่
ปฏิ
บั
ติ
สื
บทอดกั
นมาตั
้
งแต่
อดี
ตจนถึ
งปั
จจุ
บั
น
ได้
แก่
การเซ่
นสรวงบู
ชาผี
หรื
อเทพ ความเชื่
อในการรั
กษาโรคภั
ยต่
าง ๆ ฯลฯ ความเชื่
อทางศาสนา
แนวคิ
ด หลั
กธรรม คํ
าสอนต่
างๆ
3.3 ภาวะแวดล้
อมและสั
งคม ค่
านิ
ยม ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
วั
ฒนธรรม ความ
เป็
นอยู
่
และ การประกอบอาชี
พ
โดยสรุ
ป ลั
กษณะความงามในศาสตร์
ทางการเคลื่
อนไหวที่
เกิ
ดจากธรรมชาติ
ความเชื่
อ
พิ
ธี
กรรม และประเพณี
เมื่
อนั
กนาฏยประดิ
ษฐ์
นํ
ามาพั
ฒนาเป็
นศาสตร์
ทางการเคลื่
อนไหว จะเกิ
ด
ความงามตามธรรมชาติ
ความงามที่
ปรุ
งแต่
ง และ ความงามที่
สร้
างสรรค์
ทั
้
งนี
้
ขึ
้
นอยู
่
กั
บการคิ
ด
ประดิ
ษฐ์
นั
้
นพั
ฒนาหรื
อสร้
างสรรค์
ในแนวทางใด ในการคิ
ดประดิ
ษฐ์
การแสดงจะต้
องคํ
านึ
งถึ
ง
องค์
ประกอบของศาสตร์
การเคลื่
อนไหว ในด้
านเรื่
องราวสาระสํ
าคั
ญที่
ต้
องการนํ
าเสนอให้
ปรากฏ
เพื่
อถ่
ายทอดความคิ
ดและจิ
นตนาการ แนวคิ
ดหลั
กในการจั
ดการแสดง เนื
้
อหา ท่
าทาง คื
อ การ
แสดงกิ
ริ
ยาอาการที่
สามารถถ่
ายทอดเรื่
องราวตามความคิ
ด จิ
นตนาการได้
อย่
างเหมาะสม ที่
ผู
้
ชม
สารมารถรั
บรู
้
ได้
ตามที่
ผู
้
นํ
าเสนอ (ผู
้
สื่
อสาร)ต้
องการ การแต่
งกายนั
้
นสํ
าคั
ญต่
อการเคลื่
อนไหว
เพราะเป็
นการสื่
อสารเรื่
องราว รสนิ
ยม ความคิ
ด จิ
นตนาการ สามารถสร้
างการรั
บรู
้
ให้
คล้
อยตาม
และขั
ดแย ้
งรวมทั
้
งสนั
บสนุ
นการรั
บรู
้
ได้
ซึ
่
งถ่
ายทอดผ่
านการใช้
สี
เส้
น รู
ปแบบ รู
ปทรง โดยใช้
หลั
กเอกภาพ สมดุ
ล และจุ
ดสนใจในการจั
ดองค์
ประกอบเข้
าร่
วมให้
เกิ
ดความสมบู
รณ์
จั
งหวะ
ทํ
านองการแสดงระบํ
าที่
พั
ฒนาจากภาพศิ
ลาจํ
าหลั
กสถาปั
ตยกรรมขอม ต้
องมี
ทํ
านองจั
งหวะของการ
แสดงออกอย่
างเหมาะสม เช่
น ช้
า เร็
ว รุ
กเร้
า ส่
วนท่
วงทํ
านองเป็
นเรื่
องของลี
ลาที่
แตกต่
างกั
น เป็
น
ส่
วนสํ
าคั
ญในการเคลื่
อนไหวของผู
้
แสดง แสดงให้
เห็
นถึ
งความอ่
อนโยน ตื่
นเต้
น เร้
าใจ หวาดกลั
ว
เคร่
งขรึ
ม สนุ
กสนาน ร่
าเริ
ง รวมถึ
งการสะท้
อนอารมณ์
สถานที่
การแสดงต้
องสอดคล้
อง
เหมาะสมกั
บสถานที่
จึ
งจะทํ
าให้
ผู
้
ชมสร้
างการรั
บรู
้
ให้
เกิ
ดขึ
้
นได้
ตรงตามเป้
าหมายที่
ต้
องการ
หลั
กการจั
ดองค์
ประกอบการเคลื่
อนไหวจะต้
องคํ
านึ
งถึ
งความมี
เอกภาพ ความสมดุ
ล และ
จุ
ดสนใจ ซึ
่
งจะทํ
าให้
งานสมบู
รณ์
เป็
นการคิ
ดประดิ
ษฐ์
ชุ
ดการแสดงโดยอาศั
ยการแสดงสื่
อผสมที่
เป็
นแบบแผนจากนาฏศิ
ลป์
แบบฉบั
บหรื
อนาฏศิ
ลป์
จากในราชสํ
านั
ก ซึ
่
งมี
การกํ
าหนดนาฏยศั
พท์
และภาษาท่
าไว้
“นาฏยศั
พท์
” คื
อ ศั
พท์
ที่
ใช้
ในภาษาทางนาฏศิ
ลป์
เพื่
อให้
เกิ
ดความเข้
าใจร่
วมกั
น
ซึ
่
งในระบํ
าแต่
ละชุ
ดได้
ใช้
ทั
้
งนามศั
พท์
(วง จี
บ ก้
าวเท้
า ยกเท้
า ฯลฯ) กิ
ริ
ยาศั
พท์
(ดั
นวง ลดวง ทรง
ตั
ว หั
กข้
อ หลบเข่
า กั
นเข่
า ฯลฯ) ศั
พท์
เบ็
ดเตล็
ด (เดิ
นมื
อ ลั
กคอ ฯลฯ) “ภาษาท่
า” หรื
อรํ
าตี
บท คื
อ
การแสดงท่
าทางแทนคํ
าพู
ดให้
มี
ความหมายรวมถึ
งการแสดงอารมณ์
แบ่
งเป็
น กริ
ยามื
อแบ มื
อจี
บ
มื
อชี
้
นาฏยศั
พท์
และภาษาท่
าดั
งกล่
าวใช้
เป็
นแนวทางในการวิ
เคราะห์
ศิ
ลปะการแสดงที่
พั
ฒนาจาก
ศิ
ลปะสถาปั
ตยกรรมขอมโบราณ