28
แนวคิ
ดทางนาฏศิ
ลป์
1. แนวคิ
ด ของ เปเยส
(Peyes. 1990 :15-45) กล่
าวว่
า นาฏศิ
ลป์
เป็
นของคู
่
กั
บมนุ
ษย์
มาตั
้
งแต่
สมั
ยดึ
กดํ
าบรรพ์
พั
ฒนาขึ
้
นมาเป็
นรู
ปแบบที่
ชั
ดเจน และมี
ความสวยงามตามพั
ฒนาการของ
มนุ
ษย์
และมนุ
ษย์
ใช้
นาฏศิ
ลป์
เพื่
อการสื่
อสาร ดั
งนั
้
นนาฏศิ
ลป์
จึ
งเป็
นหน้
าต่
างแห่
งวั
ฒนธรรมของ
มนุ
ษย์
ทํ
าให้
สามารถมองลึ
กไปถึ
งวิ
ถี
ชี
วิ
ตความเป็
นอยู
่
และเวลาของมนุ
ษย์
ในสั
งคมนั
้
น ๆ
นาฏศิ
ลป์
แบบดึ
กดํ
าบรรพ์
ที่
เป็
นไปเพื่
อพิ
ธี
กรรม และที่
เป็
นสั
งคมพื
้
นบ้
านจะแสดงให้
เห็
นถึ
งศรั
ทธา
ค่
านิ
ยมในวั
ฒนธรรมของมนุ
ษย์
นั
้
นเอง นาฏศิ
ลป์
สามารถตอบสนองมนุ
ษย์
ทั
้
งในส่
วนตั
ว ทางสั
งคม
และทางจิ
ตวิ
ญญาณ การทํ
างานของมนุ
ษย์
ตามปกติ
วิ
สั
ยจะมี
พฤติ
กรรมประจํ
าวั
น และทั
ศนคติ
ของ
มนุ
ษย์
ต่
อธรรมชาติ
จะระบายออกมาให้
เห็
น นอกจากนี
้
ลั
กษณะการแบ่
งชนชั
้
นและการแบ่
งเพศใน
การแสดงของชนเผ่
าและในกลุ
่
มสั
งคมก็
แสดงออกโดยนั
ยได้
ในการนาฏศิ
ลป์
ประเพณี
ชุ
ดต่
าง ๆ
เมื่
อมนุ
ษย์
มี
อายุ
มากขึ
้
นย่
อมมี
ประสบการณ์
และเข้
าใจโลกของตนมากขึ
้
นตามไป
ด้
วยความสามารถของมนุ
ษย์
ในการปรั
บตั
วและในการดํ
ารงชี
วิ
ตขึ
้
นอยู
่
กั
บพลั
งจิ
ต แทนที่
จะอาศั
ย
พลั
งทางร่
างกายเพี
ยงอย่
างเดี
ยว ค่
านิ
ยมและรสนิ
ยมของมนุ
ษย์
จึ
งเจริ
ญเติ
บโตขึ
้
นไปพร้
อมกั
บความ
สลั
บซั
บซ้
อนของสิ
่
งแวดล้
อมของมนุ
ษย์
ดั
งนั
้
นนาฏกรรมของมนุ
ษย์
ในฐานะ เป็
นศิ
ลปะแขนงหนึ
่
ง
จึ
งเป็
นสื่
อสะท้
อนวิ
วั
ฒนาการทางจิ
ตของมนุ
ษย์
นั
้
นเอง
จากแนวคิ
ดดั
งกล่
าวเป็
นกระบวนการนํ
าไปสู
่
การค้
นพบว่
า การแสดงของมนุ
ษย์
ด้
วย
วิ
ธี
การที่
สุ
นทรี
ย์
เป็
นวิ
ธี
การที่
นิ
ยมเน้
นนามธรรมมากกว่
ารู
ปธรรม แสดงออกโดยมี
นั
ยมากกว่
าการ
พรรณนาโดยละเอี
ยดและการลอกเลี
ยน ความต้
องการที่
จะสื่
อความหมาย และ การแสดงออกของ
มนุ
ษย์
จะโน้
มน้
าวให้
มนุ
ษย์
แสวงหาองค์
ความรู
้
ที่
ถู
กต้
อง ในศาสตร์
และกลวิ
ธี
ของนาฏศิ
ลป์
ต่
อไป
เมื่
อมนุ
ษย์
ผ่
านกระบวนการดั
งกล่
าวนี
้
มนุ
ษย์
ย่
อมมี
ความสามารถดี
ขึ
้
น ในการชื่
นชมการเคลื่
อนไหว
และจั
งหวะที่
สอดประสานอยู
่
ในกลวิ
ธี
แห่
งนาฏกรรม ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างการแสดงความรู
้
สึ
ก
และการเคลื่
อนไหวของร่
างกายนํ
าไปสู
่
การฝึ
กหั
ดกลวิ
ธี
ใหม่
ๆ ที่
กระตุ
้
นให้
เกิ
ดความชั
ดเจน เรี
ยบ
ง่
ายและความเปิ
ดเผย
2. แนวคิ
ดของ วั
ตสยญาณ
(Vatsyayan. 1983 : 34-55) ซึ
่
งได้
กล่
าวว่
านาฏศิ
ลป์
มี
กาย
เป็
นปั
จจั
ยในการแสดงออกทางกายนั
้
นมี
2 ชนิ
ดคื
อ กายที่
เป็
นรู
ปธรรมและกายที่
เป็
นนามธรรม
กายทั
้
งสองนี
้
สั
มพั
นธ์
ในการแสดงออกเป็
นนาฏศิ
ลป์
และนาฏศิ
ลป์
นั
้
นสามารถล่
วงพ้
นกรอบของ
ประเพณี
และกาลเวลาไปสู
่
ความเป็
นสากล ร่
างกายของมนุ
ษย์
เป็
นเครื่
องมื
อในการแสดงออก ทั
้
งที่
เป็
นไปอย่
างดึ
กดํ
าบรรพ์
หรื
อเป็
นเพี
ยงพื
้
น ๆ ง่
าย ๆ ชั
ดเจนและจะเต็
มไปด้
วยการลอกเลี
ยนแบบ แต่
นาฏศิ
ลป์
ก็
ย ั
งเป็
นเรื่
องสลั
บซั
บซ้
อนที่
เต็
มไปด้
วยนามธรรม สั
ญลั
กษณ์
และจิ
ตวิ
ญญาณของร่
างกาย
มนุ
ษย์
ที่
สั
มผั
สได้
อย่
างชั
ดเจน เป็
นปั
จจั
ยที่
แท้
จริ
งของชี
วิ
ตกายภาพของมนุ
ษย์
มี
กรอบความคิ
ดรวบ