26
ผสมผสานทางวั
ฒนธรรมในศิ
ลปะการแสดง ได้
นํ
าแนวคิ
ดสั
ญลั
กษณ์
ของเทิ
ร์
นเนอร์
มาเป็
นแนว
ทางการวิ
เคราะห์
วั
ฒนธรรม และท่
ารํ
า ดนตรี
การแต่
งกาย และนํ
าแนวคิ
ดทฤษฎี
ระบบสั
ญลั
กษณ์
ของเกี
ยร์
สมาใช้
เป็
นแนวทางในการวิ
เคราะห์
ปั
จจั
ยที่
ทํ
าให้
เกิ
ดการผสมผสานทางวั
ฒนธรรม
แนวคิ
ดทฤษฎี
เกี่
ยวกั
บการพั
ฒนาศิ
ลปะการแสดง
แนวคิ
ดทฤษฎี
ที่
เกี่
ยวข้
องกั
บการพั
ฒนาศิ
ลปะการแสดง นํ
ามาใช้
เป็
นแนวทางในการ
วิ
เคราะห์
ศิ
ลปะการแสดงที่
พั
ฒนาจากสถาปั
ตยกรรมขอมโบราณ ดั
งนี
้
1.
ทฤษฎี
นาฏยศาสตร์
ทฤษฎี
นาฏยศาสตร์
ของภรต มุ
นี
(ภรต มุ
นี
. 2511แปลโดยแสง มนวิ
ทู
ร.) เป็
นตํ
ารา
ฟ้
อนรํ
าของอิ
นเดี
ยที่
กํ
าหนดขึ
้
นเพื่
อใช้
กั
บการแสดงนาฏศิ
ลป์
สาระสํ
าคั
ญของนาฏยศาสตร์
แบ่
ง
ออกเป็
น 14 ชนิ
ด คื
อ กํ
าเนิ
ด ภาวะ รส ตั
วละคร ผู
้
แสดง บท การเขี
ยนบท การแสดงออก
นาฏกรรม เสี
ยง คํ
าพู
ด ดนตรี
โรงละคร และฉาก ในการจั
ดการแสดงต้
องอาศั
ยปั
จจั
ยทาง
กายภาพ และการแสดงออกของอารมณ์
ซึ
่
งเรี
ยกว่
า “ภาวะ” และ “รส”
ภาวะ คื
อ การแสดงอารมณ์
โดยอาศั
ยปั
จจั
ยต่
าง ๆ ทางกายภาพที่
เกี่
ยวข้
องเพื่
อให้
เกิ
ด
ความบั
นเทิ
งใจในลั
กษณะต่
าง ๆ ซึ
่
งเรี
ยกว่
า “รส” ทั
้
งภาวะและรส มี
ลั
กษณะเป็
นเอกเทศแต่
อยู
่
รวมกั
นเป็
นวงจร เพราะในขณะที่
ฟ้
อนรํ
า ภาวะและรสเกิ
ดขึ
้
นสลั
บกั
นไป อาศั
ยซึ
่
งกั
นและกั
น
ท่
าทางของมื
อ เท้
า แขน ขา ลํ
าตั
ว เป็
นภาวะคงเดิ
ม เมื่
อนํ
ามารวมกั
นเป็
นการแสดงสื่
อผสมก็
เกิ
ด
เป็
นภาวะใหม่
สิ ่
งที่
ส่
งเสริ
ม คื
อ ดนตรี
เครื่
องแต่
งกาย เครื่
องประดั
บ แสง สี
เป็
นต้
น สิ
่
งเหล่
านี
้
ประมวลเข้
าด้
วยกั
นเกิ
ดเป็
นความบั
นเทิ
ง คื
อ เป็
นรสขึ
้
นในใจและรสที่
เกิ
ดขึ
้
นนี
้
จะสะท้
อนให้
เกิ
ด
ภาวะใหม่
ต่
อไป เป็
นเช่
นนี
้
จนกว่
านาฏกรรมนั
้
นจะจบลง
ทฤษฎี
นาฏยศาสตร์
แบ่
งนาฏกรรมออกเป็
น 3 ประเภทใหญ่
ๆ คื
อ 1) นาฏย เป็
น
นาฏกรรมพร้
อมกั
บแสดงอารมณ์
2) นฤต เป็
นนาฏกรรมโดยเฉพาะ ไม่
เจื
อปนด้
วยความหมาย
พิ
เศษ หรื
อ อารมณ์
ใด ๆ 3) นฤตย เป็
นนาฏกรรมที่
สื่
อความหมาย ซึ
่
งอาจเป็
นประโยคสั
้
น ๆ ตอน
สั
้
น ๆ หรื
อละครทั
้
งเรื่
อง
ในนาฏกรรมประกอบด้
วย การเคลื่
อนไหวอย่
างต่
อเนื่
องของร่
างกาย 3 ส่
วน คื
อ อั
งคะ
อุ
ปอั
งคะ และปรั
ตย ั
งคะ อั
งคะ คื
อ อวั
ยวะหลั
กที่
ใช้
ในนาฏกรรมได้
แก่
ศี
รษะ มื
อ เอว อก แขน
ขา อุ
ปอั
งคะ คื
อ อวั
ยวะรองที่
ใช้
ในนาฏกรรมได้
แก่
นั
ยน์
ตา คิ
้
ว จมู
ก ริ
ม ฝี
ปากล่
าง แก้
ม และ
คาง ปรั
ตย ั
งคะ คื
อ อวั
ยวะส่
วนอื่
น ๆ ที่
ใช้
ในนาฏกรรม เช่
น ไหล่
หลั
ง และหน้
าท้
อง ตํ
ารา
นาฏยศาสตร์
ได้
กํ
าหนดโครงสร้
างของนาฏกรรมไว้
อย่
างชั
ดเจน ซึ
่
งเป็
นการแสดงสื่
อผสมแม่
บท
เรี
ยกว่
า “กรณะ” ไว้
108 ท่
า เป็
นมาตรา คื
อ กรณะ 2 ท่
า ขึ
้
นไปรวมกั
นเป็
น 1 มาตริ
กะ ๆ 3-4
หน่
วยขึ
้
นไปรวมเป็
น 1 องคาหระ ๆ หลายหน่
วยมารวมกั
นเรี
ยกว่
า “บิ
ณชิ
พั
นธะ” หรื
อ รํ
าชุ
ด