22
4 กร ผมขมวดมุ
่
นเป็
นชฎา กรซ้
ายถื
อคั
มภี
ร์
หม้
อนํ
้
า กรขวาถื
อช้
อนธารพระกร และยกพระหั
ตถ์
ป้
องเป็
น ท่
าประทานอภั
ย มี
พวงมาลั
ยดอกไม้
ประดั
บที่
เกศา มี
ตุ
้
มหู
ลู
กประคํ
า กํ
าไลข้
อมื
อ กํ
าไล
แขน กํ
าไลข้
อเท้
า ทรงภู
ษามี
เข็
มขั
ดนาค มี
หงส์
เป็
นพาหนะ (บางที
ประทั
บรถลากด้
วยหงส์
7 ตั
ว
บางที
ประทั
บบนดอกบั
วที่
เกิ
ดจากสะดื
อพระนารายณ์
) พระพรหมมี
ชายาชื่
อสรั
สวดี
(บางครั
้
งมี
พระสรั
สวดี
อยู
่
ด้
านขวา พระสาวิ
ตรี
อยู
่
ด้
านซ้
าย) เทวรู
ปพระพรหมในเมื
องไทยที่
พบแล้
วมี
ทั
้
งท่
า
ประทั
บยื
นและท่
าประทั
บนั ่
ง โดยมากทํ
าด้
วยสํ
าริ
ดหรื
อหิ
น สกุ
ลช่
างสุ
โขทั
ยมั
กจะมี
พระพั
กตร์
ยาว
รี
ทรงรู
ปไข่
ชายผ้
านุ ่
งหย ั
กเป็
นรู
ปเขี
้
ยวตะขาบ ทรวดทรงงามเหมื
อนพระพุ
ทธรู
ปปางสุ
โขทั
ย ถึ
ง
สมั
ยอยุ
ธยาทรวดทรงมี
ลั
กษณะเหมื
อนคนธรรมดาไม่
หรู
หรามากนั
ก
พระวิ
ษณุ
หรื
อพระนารายณ์
เป็
นเทพผู
้
รั
กษาหรื
อคุ
้
มครอง เป็
นที่
นั
บถื
อของชาวอิ
นเดี
ยใต้
มาก มี
ที่
ประทั
บอยู
่
ในทะเล (เกษี
ยรสมุ
ทร) มี
ชายาชื่
อลั
กษมี
หรื
อศรี
เทวี
(พระนางมี
ชื่
อมากมาย
เช่
น โลกมาตา ชลธิ
รา อิ
นทิ
รา ปั
ทมาหรื
อกมลา เป็
นต้
น) ลั
กษณะของพระนารายณ์
คื
อมี
4 กร 2
ตา จมู
กโด่
ง หั
ตถ์
ถื
อตรี
ศู
ล จั
กร คทา สั
งข์
ดอกบั
ว บางครั
้
งถื
อธนู
พระยรรค์
สวมมงกุ
ฎสู
ง
ผ้
าพั
นคอสี
เหลื
อง (นานๆ จะพบ) ที่
หน้
าอกมี
เครื่
องหมายเรี
ยก ศรี
วั
ตสะ มี
สั
งวาล บางที
สวม
พวงมาลั
ยยาวลงถึ
งเข่
า สวมลู
กประคํ
าคอ มี
กํ
าไลแขน กํ
าไลข้
อมื
อ กํ
าไลข้
อเท้
า มี
ครุ
ฑเป็
น
พาหนะ ที่
พบแล้
วมี
ทั
้
งปางยื
น นอน และนั
่
งบนพระยานาค ประติ
มากรรมรู
ปพระนารายณ์
ส่
วนมากเป็
นสํ
าริ
ดกั
บหิ
น
ในแผ่
นดิ
นสยามนั
บถื
อพระนารายณ์
มากกว่
าตรี
มู
รติ
อี
ก 2 องค์
แบบสกุ
ลช่
างก็
พบทุ
ก
สมั
ย สมั
ยศรี
เทพประมาณพุ
ทธศตวรรษที่
11 – 14 สมั
ยลพบุ
รี
ประมาณพุ
ทธศตวรรษที่
15 – 17
สมั
ยสุ
โขทั
ยประมาณพุ
ทธศตวรรษที่
18 – 20 สมั
ยอยุ
ธยาประมาณพุ
ทธศตวรรษที่
19 – 24 และ
สมั
ยรั
ตนโกสิ
นทร์
ก็
มี
รู
ปพระนารายณ์
ทรงธนู
หล่
อด้
วยสํ
าริ
ด อยู
่
ที่
หน้
าพระที่
นั ่
งพุ
ทไธสวรรค์
พิ
พิ
ธภั
ณฑสถานแห่
งชาติ
กรุ
งเทพฯ สร้
างขึ
้
นในครั
้
งรั
ชกาลที่
5 สู
งประมาณ 230 เซนติ
เมตร
พระศิ
วะหรื
อพระอิ
ศวร เป็
นเทพผู
้
ทํ
าลายของฮิ
นดู
แต่
ต่
อมากลายเป็
นผู
้
สร้
างด้
วย
ประทั
บอยู
่
ที่
เขาไกรลาศ มี
ชายาชื่
ออุ
มา ประปรรพตี
(แต่
นางมี
อวตารหลายชื่
อหลายปาง เช่
น กาลี
ไภรพี
ทุ
รดา เหมวดี
เป็
นต้
น) พระศิ
วะมี
โคชื่
อ นั
นทิ
เป็
นพาหนะ ลั
กษณะโดยย่
อของพระศิ
วะคื
อ
รู
ปร่
างสี
กายขาว (บางครั
้
งก็
ดํ
า บางครั
้
งก็
แดง) แต่
คอสี
นิ
ลหรื
อดํ
า มี
3 ตา ตาที่
3 อยู
่
ระหว่
างคิ
้
ว
มี
พระจั
นทร์
ครึ
่
งซี
กอยู
่
เหนื
อตาที่
3 ขมวดผมเป็
นชฎา ปล่
อยปลายลงประบ่
า แต่
บางครั
้
งสวม
หมวกรู
ปทรงกระบอก มี
ตุ
้
มหู
มี
งู
เป็
นสั
งวาล มี
พวงมาลั
ยทํ
าด้
วยกะโหลกศี
รษะ บางครั
้
งมี
ลู
กประคํ
า นุ ่
งหนั
งเสื
อ (หรื
อช้
าง หรื
อกวาง) ส่
วนมากมั
กจะเปลื
อยกาย มี
2 กรบ้
าง 4 กรบ้
าง
ถื
อตรี
ศู
ล ธนู
บ่
วงบาศ บั
ณเฑาะว์
สั
งข์
(บางที
ก็
ถื
อจั
กร ขวาน และโล่
) บางรู
ปทํ
าเป็
น 2 เพศคื
อ
ครึ
่
งหญิ
งครึ
่
งชาย และบ่
อยครั
้
งมี
การนั
บถื
อลิ
งค์
ของพระศิ
วะ เรี
ยกศิ
วลิ
งค์
นิ
กายนั
บถื
อพระศิ
วะ