21
เรื่
องรามเกี
ยรติ
์
ก็
เป็
นอี
กเรื่
องหนึ
่
งที่
มี
แพร่
หลายแล้
วในครั
้
งกรุ
งสุ
โขทั
ย เพราะปรากฏว่
า
มี
“ถํ
้
าพระราม” อยู
่
และในสมั
ยนั
้
นมี
การนํ
าเรื่
องรามเกี
ยรติ
์
ไปแสดงเป็
นมหรสพคื
อละครดึ
กดํ
า
บรรพ์
ซึ
่
งมี
ลั
กษณะคล้
ายโขนในปั
จจุ
บั
น
นอกจากจะมี
ถํ
้
าพระรามแล้
ว ย ั
งมี
ถํ
้
า “สี
ดา” อี
กด้
วย และแม้
แต่
พระนามแห่
ง
พระมหากษั
ตริ
ย์
ที่
เรายกย่
องเป็
นมหาราช พระองค์
แรกของไทยก็
ทรงใช้
“ราม” ขึ
้
นต้
น คื
อ พ่
อขุ
น
รามคํ
าแหง (ศิ
ลาจารึ
กหลั
ก 1 ด้
าน 3) จึ
งเห็
นได้
ว่
าเรื่
องรามเกี
ยรติ
์
ต้
องแพร่
หลายและเป็
นที่
นิ
ยมของ
คนในครั
้
งนั
้
นแล้
ว
ศาสนาพราหมณ์
สมั
ยอยุ
ธยา
พระมหากษั
ตริ
ย์
ไทยสมั
ยอยุ
ธยา แม้
จะมิ
ใช่
วงศ์
เดี
ยวกั
บวงศ์
สุ
โขทั
ย แต่
เรื่
องความเชื่
อถื
อ
และการปฏิ
บั
ติ
ตามแบบพราหมณ์
ก็
คงเหมื
อนแบบสุ
โขทั
ย พิ
ธี
กรรมต่
างๆ ที่
กล่
าวไว้
ในตํ
าหรั
บท้
าว
ศรี
จุ
ฬาลั
กษณ์
นั
้
น ในครั
้
งนี
้
ก็
ย ั
งคงมี
สื
บต่
อมา กษั
ตริ
ย์
บางองค์
เช่
น สมเด็
จพระนารายณ์
มหาราชเป็
น
ตั
วอย่
าง ทรงนั
บถื
อทางไสยศาสตร์
มาก ได้
ทรงสร้
างเทวรู
ปหุ
้
มด้
วยทองคํ
าทรงเครื่
องลงยาราชาวดี
ประดั
บหั
วแหวนสํ
าหรั
บไว้
ตั
้
งในการพระราชพิ
ธี
หลายองค์
และในพิ
ธี
ตรี
ย ั
มพวายพระองค์
ก็
ได้
เสด็
จไปส่
งพระเป็
นเจ้
าถึ
งเทวสถานทุ
กๆ ปี
(จั
กรชั
ย อภิ
ชาตบุ
ตร. 2515 : 35)
เมื่
อ พ.ศ. 2512 คณะโบราณคดี
มหาวิ
ทยาลั
ยศิ
ลปากร ได้
ขุ
ดแต่
งโบราณสถานที่
จั
งหวั
ด
พระนครศรี
อยุ
ธยา ซึ
่
งนั
กโบราณคดี
ให้
ชื่
อว่
า “ศาลพระกาฬ” การขุ
ดแต่
งครั
้
งนั
้
น ได้
พบ
โบราณวั
ตถุ
ที่
เกี่
ยวเนื่
องกั
บศาสนาพราหมณ์
ทั
้
งไศวนิ
กายและไวษณพนิ
กาย บางชั
้
น (ดิ
น) ก็
เก่
ากว่
า
สมั
ยอยุ
ธยา สิ
่
งที่
ขุ
ดพบมี
อาทิ
พระหั
ตถ์
ศิ
ลาจํ
าหลั
ก ประติ
มากรรมศิ
ลาจํ
าหลั
กขนาดเล็
ก ซึ
่
งเป็
น
ท่
อนล่
างของพระนารายณ์
เห็
นได้
ว่
าเป็
นเทวรู
ปแบบศิ
ลปะรุ
่
นเก่
า ประมาณพุ
ทธศตวรรษที่
12 – 14
และได้
พบพระหั
ตถ์
สํ
าริ
ดที่
ถื
อจั
กร ถื
อสั
งข์
ทํ
าเป็
นปางวิ
ตรรกมุ
ทราต่
างๆ และย ั
งพบโบราณวั
ตถุ
ที่
เป็
นแบบพุ
ทธด้
วย ทํ
าให้
เกิ
ดความสงสั
ยว่
าจะเป็
นศาลของพุ
ทธหรื
อพราหมณ์
แต่
เมื่
อขุ
ดที่
ตั
วเทวส
ถานเพื่
อตรวจสอบดู
ลั
กษณะการวางโครงสร้
างของตั
วเทวสถานก่
อนจะก่
อสร้
างตั
วอาคาร ได้
พบ
หลั
กฐานว่
า ผู
้
สร้
างต้
องการสร้
างเป็
นเทวสถานของพราหมณ์
เพราะมี
การวางเครื่
องหมายที่
เรี
ยกว่
า
ศิ
ลาฤกษ์
ตามแบบพราหมณ์
และจากวั
ตถุ
โบราณเหล่
านี
้
นั
กโบราณคดี
ลงความเห็
นว่
าโบราณสถาน
แห่
งนี
้
เป็
นของศาสนาพราหมณ์
ในสมั
ยอยุ
ธยาตอนต้
น (พุ
ทธศตวรรษที่
20) ต่
อมามี
การต่
อเติ
มเพิ
่
ม
เทวรู
ปศาสนาพราหมณ์
เทวรู
ปของศาสนาพราหมณ์
มี
มากมายในที่
นี
้
จะกล่
าวถึ
งเฉพาะเทวรู
ปตรี
มู
รติ
คื
อเทพเจ้
าผู
้
ยิ ่
งใหญ่
พระพรหม พระวิ
ษณุ
และพระศิ
วะ
พระพรหม ฮิ
นดู
หรื
อพราหมณ์
ใหม่
ถื
อว่
าเป็
นเทพเจ้
าผู
้
สร้
าง สร้
างทุ
กสิ
่
งแม้
กระทั
่
งโลก
(ดู
กํ
าเนิ
ดพระพรหมในฮิ
นดู
ศาสตร์
ของข้
าพเจ้
าอี
กครั
้
ง) ลั
กษณะของพระพรหมโดยย่
อคื
อมี
4 หน้
า