Page 38 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

20
หมวกทรงกระบอก และนุ
งผ้
ายาวลงมาจรดข้
อพระบาท ซึ
งส่
วนมากค้
นพบทางภาคใต้
และภาค
ตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อของประเทศไทย จากหลั
กฐานด้
านโบราณวั
ตถุ
สถานดงกล่
าวโดยย่
อนี
สั
นนิ
ษฐานได้
ว่
า ศาสนาพราหมณ์
ได้
แพร่
หลาย และมี
คนนิ
ยมมากแล้
วในบริ
เวณประเทศไทยเรานี
เมื่
อประมาณพุ
ทธศตวรรษที่
9 -10
อนึ
ง ถ้
าจะสั
นนิ
ษฐานตามทางประวั
ติ
พุ
ทธศาสนาแล้
ว ศาสนาพราหมณ์
น่
าจะเข้
ามาแล้
ก่
อนพระโสณะกั
บพระอุ
ตระ ที่
เดิ
นทางมาประกาศศาสนาในสุ
วรรณภู
มิ
ด้
วยซํ
า เพราะการที่
พระ
เจ้
าอโศกมหาราชจะส่
งสมณทู
ตไปที่
ใด พระองค์
ทรงทราบแล้
วว่
า ที่
นั
นมี
คนอิ
นเดี
ยอยู
บ้
างแล้
หรื
ออย่
างน้
อยก็
จะต้
องมี
คนรู
ภาษา และวั
ฒนธรรมของมคธบ้
างแล้
ศาสนาพราหมณ์
สมั
ยสุ
โขทั
ชาวเมื
องสุ
โขทั
ย แม้
จะนั
บถื
อศาสนาก็
ไม่
ทิ
งพราหมณ์
พิ
ธี
กรรมและประเพณี
ที่
เนื่
องด้
วย
พราหมณ์
ย ั
งเป็
นที่
นิ
ยมกั
นอยู
และมี
มากด้
วย เพราะสุ
โขทั
ยเคยอยู
ใต้
อํ
านาจเขมร ซึ
งเป็
นแหล่
งของ
ศาสนาพราหมณ์
มาก่
อน มี
หลั
กฐานทางโบราณคดี
คื
อพบเทวรู
ปในศาสนาพราหมณ์
หลายองค์
เช่
พระอิ
ศวร พระอุ
มา พระนารายณ์
พระหริ
หระ และพระพรหม เป็
นต้
น ทั
งหมดนี
หล่
อด้
วยสั
มริ
ลั
กษณะและพระพั
กตร์
ก็
เหมื
อนกั
บพระพุ
ทธรู
ปสุ
โขทั
ยต่
างแต่
เพยงเครื่
องแต่
งองค์
เท่
านั
น ลั
กษณะ
เครื่
องทรงและเครื่
องอาภรณ์
ของเทวรู
ปเหล่
านี
อาจกํ
าหนดอายุ
ได้
ว่
าองค์
ไหนหล่
อขึ
นก่
อน องค์
ไหน
หล่
อขึ
นที
หลั
ง นอกจากนี
ย ั
งได้
พบเทวสถานซึ
งเดิ
มเรี
ยกว่
า “ศาลพระอิ
ศวร” (มะลิ
โคกสั
นเที
ยะ
และพิ
ทยา เด่
นงาม. 2513 : 25) ตั
งอยู
ด้
านทิ
ศตะวั
นออกของหน่
วยศิ
ลปากรที่
3 ด้
านหลั
งศาล
จั
งหวั
ด เป็
นฐานก่
อด้
วยศิ
ลาแลง รู
ปสี่
เหลี่
ยมยกพื
นสู
ง 1.50 เมตรเศษ มี
บั
นไดขึ
นด้
านหน้
า บน
ฐานนี
มี
ฐานซุ
กชี
อยู
เดิ
มเป็
นที่
ตั
งรู
ปพระอิ
ศวรสั
มริ
ด รู
ปพระนารายณ์
และรู
ปพระอุ
มา ที่
ฐานรู
ปพระ
อิ
ศวรบอกว่
าเจ้
าพระยาศรี
ธรรมมาโศกราช ให้
สร้
างเทวรู
ปนี
ขึ
นเมื่
อ พ.ศ. 2053 ซึ
งมี
ข้
อความโดย
สรุ
ปว่
าด้
วยเรื่
องการสร้
างเทวรู
ปรพะอิ
ศวรให้
ครองสั
ตว์
4 เท้
า 2 เท้
นอกจากหลั
กฐานด้
านโบราณคดี
แล้
วย ั
งมี
ด้
านวรรณคดี
อี
กด้
วย เช่
นตํ
าหรั
บท้
าวศรี
จุ
ฬา
ลั
กษณ์
หรื
อนางนพมาศ เป็
นต้
น ซึ
งแสดงถึ
งอิ
ทธิ
พลของพราหมณ์
ในยุ
คนั
น นางนพมาศเป็
นบุ
ตรี
ของพราหมณ์
ปุ
ดรหิ
ตมี
ชื่
อว่
า โชติ
รั
ตน์
และได้
รั
บพระราชทิ
นนามว่
า “พระศรี
มโหสถ” วรรณคดี
เรื่
องนี
เล่
าถึ
งพระราชพิ
ธี
ต่
างๆ ในสมั
ยสุ
โขทั
ย และขนบธรรมเยมในราชสํ
านึ
ก ตลอดถึ
งหลั
กความ
ประพฤติ
ของกุ
ลสตรี
ด้
วย พระราชพิ
ธี
ต่
างๆ ครั
งนั
นย ั
งได้
เป็
นแม่
บทต่
อมาในสมั
ยหลั
งด้
วย เช่
พระบาทสมเด็
จพระจุ
ลจอมเกล้
าเจ้
าอยู ่
หั
ว ก็
ทรงอาศั
ยพระราชพิ
ธี
ครั
งนั
นเป็
นแนวทางในการสื
บค้
การพระราชพิ
ธี
ในสมั
ยต่
อมา เป็
นต้