17
องค์
ประกอบของพิ
ธี
กรรมทั
้
งสองประเภทจะเหมื
อนกั
น คื
อ มี
ความเชื่
อเป็
นรากฐานการกระทํ
า ผู
้
ประกอบพิ
ธี
อุ
ปกรณ์
ในพิ
ธี
วิ
ธี
การดํ
าเนิ
นการ และผู
้
ร่
วมพิ
ธี
ปรี
ชา พิ
ณทอง (2517 : 1-90) รวบรวมและอธิ
บายประเพณี
โบราณอี
สาน เช่
น ประเพณี
ประจํ
าชี
วิ
ตเกี่
ยวกั
บการเกิ
ด การตาย การแต่
งงาน ฯลฯ ประเพณี
ฮี
ตสิ
บสอง บุ
ญเดื
อนอ้
าย บุ
ญ
เดื
อนยี่
ฯลฯ คาถาอาคม ตํ
าราฤกษ์
ยาม คํ
าถวายทาน ตํ
าราดู
โสก คะลํ
า คํ
าสอนเขยสะใภ้
สิ
่
งที่
รวบรวมไว้
นี
้
ชาวอี
สานนิ
ยมถื
อปฏิ
บั
ติ
มาจนถึ
งปั
จจุ
บั
น
ชั
ยย ั
นต์
เพาพาน (2533 : บทคั
ดย่
อ) ได้
ศึ
กษาการลํ
าผี
ฟ้
าในเขตอํ
าเภอบรบื
อ จั
งหวั
ด
มหาสารคาม พบว่
า การาลํ
าผี
ฟ้
าเป็
นพิ
ธี
กรรมรั
กษาคนป่
วยประเพณี
หนึ
่
งของการรั
กษาพื
้
นบ้
าน มี
พื
้
นฐานมากจากความเชื่
อเรื่
องอํ
านาจของผี
โดยเฉพาะผี
ฟ้
า ซึ
่
งชาวบ้
านเชื่
อผี
ฟ้
าเป็
นผู
้
ทํ
าให้
เกิ
ด
มนุ
ษย์
และสรรพสิ
่
งต่
าง ๆ ผี
จึ
งคอยช่
วยเหลื
อมนุ
ษย์
เมื่
อยามประสบความเดื
อดร้
อน ดั
งนั
้
น เมื่
อชาว
บานเกิ
ดเจ็
บป่
วยจึ
งต้
องประกอบพิ
ธี
กรรมลํ
าผี
ฟ้
า มี
องค์
ประกอบต่
าง ๆ และพิ
ธี
รั
กษาอยู
่
3 ขั
้
นตอน
คื
อ การจั
ดเตรี
ยม ชั
้
นประกอบพิ
ธี
กรรม และพิ
ธี
กรรมการอบรมสั
่
งสอนคนป่
วยให้
ปฏิ
บั
ติ
ตาม
ธรรมเนี
ยมของผี
ฟ้
า และจั
ดทํ
าสิ
่
งของเครื่
องใช้
เครื่
องเซ่
นให้
ผี
ตามต้
องการ
สุ
เมธ เมธาวิ
ทยากุ
ล (2532 : 1-3) ได้
กล่
าวถึ
งพิ
ธี
กรรมว่
า บรรพบุ
รุ
ษเป็
นผู
้
ริ
เริ
่
มพิ
ธี
กรรม
ต่
าง ๆ ขึ
้
นมา แล้
วถื
อปฏิ
บั
ติ
สื
บต่
อกั
นมาจนถึ
งปั
จจุ
บั
น มี
ลั
กษณะสํ
าคั
ญคื
อเป็
นเครื่
องหมายของกลุ
่
ม
ชนหนึ
่
ง ๆ ซึ
่
งมี
สั
ญลั
กษณ์
ร่
วมกั
น และเน้
นในเรื่
องจิ
ตใจอั
นเป็
นจุ
ดมุ
่
งหมายใหญ่
เพื่
อทํ
าให้
เกิ
ดความ
สบายใจและกํ
าลั
งใจ สาเหตุ
ที่
ทํ
าเพราะเกิ
ดความเชื่
อในอํ
านาจเหนื
อธรรมชาติ
ในการประกอบ
พิ
ธี
กรรม ผู
้
ประกอบพิ
ธี
กรรมมี
ความเชื่
อและหวั
งว่
าสิ
่
งเหล่
านี
้
จะทํ
าให้
สมหวั
ง และช่
วยให้
ปลอดภั
ย
จากความกลั
วอํ
านาจลึ
กลั
บได้
โครงสร้
างของพิ
ธี
กรรมแบ่
งออกเป็
นพิ
ธี
กรรมตามปฏิ
ทิ
น พิ
ธี
กรรม
หั
วเลี
้
ยวหั
วต่
อแห่
งชี
วิ
ต และพิ
ธี
กรรมพิ
เศษ ซึ
่
งรวมถึ
งพิ
ธี
กรรมรั
กษาโรคด้
วย
ชอบ ดี
สวนโคก (2534 : 56-57) ได้
ศึ
กษาเกี่
ยวกั
บความเชื่
อของชาวอี
สาน พบว่
า การนั
บ
ถื
อศาสนา ซึ
่
งทํ
าให้
เกิ
ดความเชื่
อของชาวอี
สาน ได้
มี
วิ
วั
ฒนาการตามประวั
ติ
ศาสตร์
โดยได้
กํ
าหนด
ลํ
าดั
บแห่
งการนั
บถื
อและศรั
ทธาเป็
นขั
้
นตอนตามวิ
วั
ฒนาการแห่
งความคิ
ดของมนุ
ษย์
คื
อ
1. การนั
บถื
อธรรมชาติ
เมื่
อมนุ
ษย์
เกิ
ดมาก็
มี
ธรรมชาติ
ต่
าง ๆ ให้
เห็
นและได้
สั
มผั
ส ซึ
่
ง
มนุ
ษย์
อาจได้
รั
บความสุ
ขบ้
าง ทุ
กข์
บ้
าง จากการสั
มผั
สธรรมชาติ
ทํ
าให้
มนุ
ษย์
คิ
ดว่
า ธรรมชาติ
มี
อํ
านาจสามารถบั
นดาลความสุ
ข ความทุ
กข์
แก่
ตนได้
จึ
งเชื่
อว่
าธรรมชาติ
มี
ชี
วิ
ต มี
อํ
านาจ แล้
วทํ
าให้
มนุ
ษย์
เกรงกลั
วกราบไหว้
2. การนั
บถื
อผี
สางเทวดา มนุ
ษย์
สงสั
ยต่
อไปว่
า ธรรมชาติ
สามารถบั
นดาลให้
เกิ
ดภาวะผั
น
แปรได้
ต่
าง ๆ หรื
อบั
นดาลให้
เกิ
ดความสุ
ข ความทุ
กข์
แก่
ตนนั
้
นจะต้
องมี
การทํ
าพิ
ธี
บวงสรวง บู
ชา
กราบไหว้
เพื่
อขอให้
ผี
เทวดาช่
วยแก้
ปั
ญหาต่
างๆ ที่
เกิ
ดขึ
้
น