313
ซึ
่
งจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
มี
ทางรถไฟมาถึ
งในปี
พ.ศ. 2469 (สิ
งหะ ชโยจ. 2531 : 19-26) ได้
มี
การนํ
า
เทคโนโลยี
ทั
นสมั
ย เช่
น เข็
มเย็
บผ้
า สี
ผ้
าจากโรงงานเข้
ามา ผ้
าที่
เคยใช้
ในชี
วิ
ตประจํ
าวั
นของชาว
ไทยเขมร ไทยกู
ย ที่
มี
สี
ดํ
า ขาว หรื
อแดง แบบดั
้
งเดิ
มก็
นํ
ามาใช้
ในพิ
ธี
กรรมประเภท เกิ
ด แก่
เจ็
บ ตาย
แทน และชาวบ้
านหั
นมานุ
่
งผ้
าตลาดไปวั
ดแทนผ้
าไหมจึ
งทํ
าให้
ผ้
าไหมที่
มี
สี
สั
นและลวดลายดั
้
งเดิ
ม
ลดความสํ
าคั
ญลง ส่
วนในกั
มพู
ชา ช่
วงแรกนั
บถื
อนาค และอารั
กษ์
(ผี
ป่
า ผี
นํ
้
า ผี
ธรรมชาติ
) ช่
วงที่
2
ศาสนาเข้
ามามี
การผสมผสานระหว่
างผี
ธรรมชาติ
กั
บเทวดา (พระอิ
ศวร พระนารายณ์
พระพรหม)
ในศาสนาพราหมณ์
เช่
น การเอาผี
ธรรมชาติ
คื
อ นางอั
ปสราซึ
่
งเป็
นเทพแห่
งความอุ
ดมสมบู
รณ์
และเต่
าสั
ญลั
กษณ์
แห่
งอายุ
ยื
น กั
บเทวดา คื
อ พระอิ
ศวรมาเชื่
อมโยงกั
บผี
พื
้
นบ้
าน มี
การนํ
าช้
างมา
เชื่
อมโยงกั
บพิ
ธี
ทางศาสนาและถื
อเป็
นสั
ตว์
ชั
้
นสู
ง ให้
พระอิ
ศวรขี่
คอช้
าง เอาคนมาทํ
าเป็
นพระแม่
ธรณี
เช่
น อั
ปสรา เป็
นวั
ฒนธรรมพื
้
นบ้
านของสั
งคมลุ ่
มนํ
้
าโขง ที่
ยกย่
องผู
้
หญิ
งเป็
นใหญ่
ซึ
่
งแตกต่
าง
จากวั
ฒนธรรมอิ
นเดี
ยที่
ยกย่
องเพศชายเป็
นใหญ่
เช่
น พระอิ
ศวร พระนารายณ์
พระพรหม และ
พระพุ
ทธเจ้
า เป็
นต้
น ใช้
นํ
้
า และเหล้
าเชื่
อมผี
กั
บความเชื่
อทางศาสนา เช่
น ใช้
เหล้
าเซ่
นผี
ดิ
น คื
อ แม่
พระธรณี
มี
การกรวดนํ
้
า ประพรมนํ
้
าในพิ
ธี
กรรมทางศาสนาทั
้
งพราหมณ์
และพุ
ทธ เป็
นการพั
ฒนา
ระบบคิ
ดขนานกั
บเทคโนโลยี
เชื่
อมโยงกั
บพิ
ธี
กรรมความเชื่
อ เพราะพิ
ธี
กรรมมี
ความสํ
าคั
ญกั
บสั
งคม
ปั
จจั
ยด้
านเศรษฐกิ
จ พบว่
า มนุ
ษย์
ได้
ใช้
ธรรมชาติ
สร้
างเศรษฐกิ
จ สร้
างสั
งคม เกิ
ดระบบคิ
ด
ในการสร้
างปราสาทขอมที่
มี
ภาพนางอั
ปสรา และนํ
ามาสร้
างความจรรโลงใจ ส่
วนกั
มพู
ชาอั
ปสรา
เป็
นสั
ญลั
กษณ์
แห่
งการรั
กษาปราสาท รั
กษาเทพ เป็
นคนกลางของราชสํ
านั
ก นางอั
ปสราในปราสาท
อาจเป็
นลู
กหลานของเจ้
าเมื
องต่
างๆ นํ
ามาถวายแสดงถึ
งความมั
่
นคงของสถาบั
นกษั
ตริ
ย์
ส่
วนอั
ปสรา
ของไทยเป็
นสั
ญลั
กษณ์
ความมั
่
นคงของการทํ
ามาหากิ
น เพราะนางอั
ปสรา คื
อ แม่
พระธรณี
ซึ
่
งเป็
น
ฐานของปั
จจั
ยสี่
คื
อ ที่
อยู
่
อาศั
ย อาหาร เครื่
องนุ ่
งห่
ม และยารั
กษาโรค นอกจากนี
้
ชาวกั
มพู
ชามี
ความ
ภาคภู
มิ
ใจในมรดกทางวั
ฒนธรรมของชาติ
ที่
เป็
นสั
ญลั
กษณ์
ของวั
ตถุ
คื
อ นครวั
ด– นครธม ความ
ใหญ่
โตและวิ
จิ
ตรพิ
สดารในระดั
บโลก ภายหลั
งสู
ญเสี
ยเอกราชแก่
ฝรั ่
งเศสชาวกั
มพู
ชาได้
รั
บอิ
ทธิ
พล
วิ
ชาการสมั
ยใหม่
จากฝรั ่
งเศส และคิ
ดรื
้
อฟื
้
นความยิ ่
งใหญ่
ของกั
มพู
ชาโดยการนํ
ามรดกที่
เกิ
ดจากภู
มิ
ปั
ญญา คื
อ นครวั
ด – นครธม และอาณาบริ
เวณใกล้
เคี
ยง ซึ
่
งเป็
นที่
ศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
มาสร้
างคุ
ณค่
าให้
เกิ
ด
ประโยชน์
ต่
อท้
องถิ
่
น และต่
อสั
งคมโลก
อภิ
ปรายผลการวิ
จั
ย
ผลการวิ
จั
ย ลั
กษณะรู
ปแบบการผสมผสานทางวั
ฒนธรรม ในระบํ
าอั
ปสรสราญ และระบํ
า
อั
ปสราได้
รั
บอิ
ทธิ
พลจากวั
ฒนธรรมพื
้
นบ้
าน วั
ฒนธรรมอิ
นเดี
ยเข้
าสู
่
วั
ฒนธรรมขอม การผสมผสาน
ทางวั
ฒนธรรมในระบํ
าอั
ปสรสราญของไทย เป็
นการผสมผสานแบบแนวราบ คื
อ ผ่
านระบบคิ
ด