Page 330 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

312
ออกเสี
ยงว่
า เนี
ยก) ดั
งนั
น ในระบํ
าอั
ปสรา จะมี
ท่
วงท่
า และลั
กษณะการเคลื่
อนไหวคล้
ายกั
บการ
เคลื่
อนไหวของนาคมาเป็
นท่
วงท่
าการรํ
าของตั
วระบํ
าที่
มี
ความอ่
อนโยน ลี
ลาการใช้
มื
อ แขน ขา
และเท้
า เอว สะโพก ลํ
าคอ ใบหน้
า สายตา และศี
รษะทุ
กส่
วนของร่
างกายกระชั
บ และกลมกลื
นกั
มี
การเคลื่
อนไหวทั
งท่
วงท่
าช้
า ท่
วงท่
าเร็
ว ให้
ถู
กต้
องตามหลั
กไวยากรณ์
ของภาษาท่
า บนพื
นฐาน
ความงาม และดุ
ลยภาพระหว่
างธรรมชาติ
ของบุ
คคล สั
งคม ระหว่
างกายจิ
ตใจและปั
ญญา นอกจากนี
การใช้
ท่
ารํ
าในระบํ
าอั
ปสรา เป็
นท่
ารํ
าตี
บทประกอบบทร้
อง ที่
มี
เนื
อหาเกี่
ยวกั
บการชมสวนดอกไม้
โดยมี
เทพธิ
ดาองค์
หนึ
งได้
พาพี่
เลี
ยงเหาะลงมาชมสวน และพู
ดถึ
งความรู
สึ
กเบิ
กบาน สบายอกสบาย
ใจ แสดงอารมณ์
สนุ
กสนานเมื่
อเห็
นดอกไม้
ที่
สวยงาม (เป็
กเชี
ยง. 2553) ดนตรี
ใช้
วงปี่
พาทย์
ตาม
แบบราชสํ
านั
ก แต่
งกายเลี
ยนแบบจากภาพนางอั
ปสราในปราสาทนครวั
ปั
จจั
ยที่
ทํ
าให้
เกิ
ดการผสมผสานทางวั
ฒนธรรม
ด้
านสภาพแวดล้
อมทางธรรมชาติ
พบว่
กลุ
มชนต่
างๆ ที่
เข้
ามาในภู
มิ
ภาคนี
มี
ความเชื่
อมโยงกั
นพร้
อมกั
บวั
ฒนธรรมและอารยธรรมอิ
นเดี
ยเข้
สู
อารยธรรมขอม ชาวกั
มพู
ชามองว่
านางอั
ปสรา คื
อ นางเทพอั
ปสรหรื
อนางฟ้
า และใช้
นางอั
ปสรา
คุ
มครองเพื่
อให้
กษั
ตริ
ย์
มี
บารมี
สู
งขึ
น ของไทย พบว่
า นางอั
ปสราถื
อเป็
นแม่
พระธรณี
เป็
นสั
ญลั
กษณ์
ของความอุ
ดมสมบู
รณ์
สอดคล้
องกั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตชาวบ้
าน มี
การปรั
บตั
วอย่
างเหนี
ยวแน่
นโดยใช้
ความเชื่
เกี่
ยวกั
บผี
พราหมณ์
พุ
ทธ ควบคุ
มมนุ
ษย์
และธรรมชาติ
ทํ
าให้
เกิ
ดความดี
ความงามอยู
ร่
วมกั
นได้
นอกจากนี
ปั
จจั
ยด้
านความคิ
ด ความเชื่
พบว่
า มี
ระบบคิ
ดโดยใช้
ผี
หรื
อเทวดามาทํ
าให้
เกิ
ดดนตรี
ท่
าทาง สอดคล้
องกั
บอิ
นเดี
ยที่
นั
บถื
อเทพ มี
การนํ
าเอาภาพสลั
กปราสาทขอมมาเชื่
อมโยงกั
บสั
งคม
ตอบสนองทางกายและใจ เห็
นได้
จากสิ
งที่
อยู
ในปราสาทกั
บสิ ่
งที่
อยู
กั
บมนุ
ษย์
มั
นคล้
ายคลึ
งกั
นหรื
เหมื
อนกั
น เช่
น มี
การนํ
าท่
ารํ
านางอั
ปสรา มาพั
ฒนาเป็
นระบํ
าให้
มี
ชี
วิ
ตสะท้
อนความงามให้
เกิ
สุ
นทรี
ยภาพ เกิ
ดความอ่
อนน้
อม อ่
อนหวาน ส่
วนปั
จจั
ยภายนอก ด้
านเทคโนโลยี
พบว่
ามี
3 ช่
วง คื
เทคโนโลยี
พื
นบ้
าน มี
การใช้
รู
ปแบบธรรมชาติ
มาเชื่
อมโยงกั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตเพื่
อความอยู
รอด เกิ
ดระบบคิ
นํ
าเหล็
กมาทํ
าเป็
นเครื่
องมื
อเพื่
อมาสร้
างที่
อยู
อาศั
ย และสร้
างอุ
ปกรณ์
ต่
างๆ ตามประโยชน์
ใช้
สอย
เช่
น เครื่
องมื
อล่
าสั
ตว์
เครื่
องนุ ่
งห่
ม ยารั
กษาโรค เครื่
องบั
นเทิ
งใจ และเครื่
องประดั
บต่
างๆ ช่
วงที่
2
ศาสนาเข้
ามา เกิ
ดระบบคิ
ดนํ
าเทคโนโลยี
มาสร้
างสั
ญลั
กษณ์
แทนรู
ปเคารพในศาสนาพราหมณ์
และ
พุ
ทธ หรื
อสร้
างปราสาทบู
ชาเทพ มี
การนํ
าความเชื่
อในธรรมชาติ
และศาสนามาสะท้
อนเรื่
องราวใน
ลายผ้
า หรื
อวั
สดุ
สิ ่
งของเครื่
องใช้
อื่
นๆ เช่
น นํ
าความเชื่
อเรื่
องนาค มาสร้
างเป็
นลวดลายในผ้
าทอมื
หรื
อเครื่
องประดั
บตกแต่
งร่
างกาย ช่
วงที่
3 เทคโนโลยี
ใหม่
นํ
าแสง สี
เสี
ยงและไอที
เข้
ามามี
บทบาท
ในเชิ
งจิ
ตวิ
ทยา สร้
างความน่
าสนใจให้
เกิ
ดมี
สี
สั
น เห็
นได้
จากการแต่
งกายของคนในชุ
มชนดั
งเดิ
มสี
เสื
อผ้
าจะเน้
นดํ
า ขาว เมื่
อวั
ฒนธรรมจากเมื
องหลวงเข้
ามาทํ
าให้
มี
การปรั
บตั
วเป็
นสี
ที่
สว่
าง และมี
ลวดลายทั
นสมั
ยขึ
น เน้
นทอผ้
าเพื่
อการค้
า หวั
งผลทางด้
านเศรษฐกิ
จ เด่
นชั
ดในช่
วงสมั
ยรั
ชกาลที่
5