309
บาลี
ผู
้
ใช้
ภาษาสั
นสกฤต คื
อ พราหมณ์
และพุ
ทธศาสนิ
กายมหายาน และนิ
กายสรวาสติ
วาทิ
น ส่
วน
หลั
กฐานที่
ชั
ดเจน คื
อ โบราณสถาน โบราณวั
ตถุ
ทางศาสนาพราหมณ์
อิ
ทธิ
พลอารยธรรมขอมมี
ร่
องรอยกระจายอยู
่
ทั ่
วไปในพื
้
นที่
ประเทศไทย และกั
มพู
ชา เมื่
ออารยธรรมอิ
นเดี
ย
(ค.ศ. 100-1000)
แผ่
ขยายเข้
ามาครอบคลุ
มในภู
มิ
ภาคเอเชี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
และได้
ปู
พื
้
นฐานอั
นมั
่
นคงแก่
วิ
วั
ฒนาการของศิ
ลปะการแสดงประเทศต่
างๆ จนกลายเป็
นมรดกทางวั
ฒนธรรมสื
บมา มี
อิ
ทธิ
พลใน
ระดั
บผู
้
ปกครองประเทศและชาวบ้
าน จึ
งเกิ
ดความเชื่
อที่
ว่
ากษั
ตริ
ย์
คื
อ เทพอวตารหรื
อสมมติ
เทพ
ลั
กษณะอิ
ทธิ
พลอารยธรรมอิ
นเดี
ยที่
เกี่
ยวข้
องกั
บศิ
ลปะการแสดงในประเทศกั
มพู
ชา และไทยมี
4
ลั
กษณะ คื
อ 1) ลั
ทธิ
พราหมณ์
ได้
นํ
าเอาการแสดง ซึ
่
งมี
รากฐานมาจากพิ
ธี
กรรมทางศาสนาเข้
ามา
เผยแพร่
2) เรื่
องราวในมหาภารตะ และรามายณะของอิ
นเดี
ย ซึ
่
งเป็
นแหล่
งกํ
าเนิ
ดของนิ
ทาน และ
วรรณคดี
ของชาติ
ต่
าง ๆ มี
ผลโดยตรงต่
อการแสดงละครหลวง และราชสํ
านั
ก 3) นิ
ทานชาดก ซึ
่
งเข้
า
มาพร้
อมกั
บพุ
ทธศาสนามี
อิ
ทธิ
พลต่
อระดั
บชาวบ้
าน 4) ลี
ลานาฏศิ
ลป์
ของอิ
นเดี
ยเผยแพร่
อย่
างกว้
าง
ขว้
างและหย ั ่
งรากลึ
กอยู
่
ในวั
ฒนธรรมการฟ้
อนรํ
าของกั
มพู
ชา และไทย (มาลิ
นี
ดิ
ลกวณิ
ช. 2543 :
238)
ร่
องรอยจากภาพศิ
ลาจํ
าหลั
กในสถาปั
ตยกรรมขอมโบราณหลายแห่
ง ได้
บั
นทึ
กเรื่
องราว
สถานการณ์
ที่
สะท้
อนให้
เห็
นประวั
ติ
ศาสตร์
ศิ
ลปะ ความเชื่
อ วิ
ถี
ชี
วิ
ต ประเพณี
วั
ฒนธรรม ความ
เป็
นอยู
่
ของคนในภู
มิ
ภาคนี
้
โดยเฉพาะความเชื่
อเกี่
ยวกั
บผี
พราหมณ์
พุ
ทธ ซึ
่
งเป็
นวั
ฒนธรรมร่
วมที่
ปรากฏให้
เห็
นในโบราณสถานผสมผสานกั
นอยู
่
เช่
น ปรากฏภาพพิ
ธี
กรรมฆ่
าควายที่
ปราสาทบายน
เป็
นความเชื่
อเกี่
ยวกั
บการบู
ชาผี
ภาพนางอั
ปสรฟ้
อนรํ
าที่
ปราสาทนครวั
ด ในกั
มพู
ชา และที่
ปราสาท
หิ
นพิ
มาย จั
งหวั
ดนครราชสี
มา ภาพพระอิ
ศวรทรงฟ้
อนรํ
ามี
การบรรเลงดนตรี
ประกอบ ที่
ปราสาท
ศี
ขรภู
มิ
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ซึ
่
งเป็
นคติ
ความเชื่
อเกี่
ยวกั
บการบู
ชาเทพเจ้
าในศาสนาพราหมณ์
หรื
อฮิ
นดู
เหล่
านี
้
ชี
้
ให้
เห็
นวั
ฒนธรรมร่
วม และการรั
บอิ
ทธิ
พลของอารยธรรมอิ
นเดี
ย มี
การนํ
ามาประยุ
กต์
ใหม่
ผสมผสานกลมกลื
นให้
เข้
ากั
บศิ
ลปะท้
องถิ
่
น มี
การถ่
ายทอดและขยายอิ
ทธิ
พลศิ
ลปะการแสดงไปย ั
ง
ประเทศเพื่
อนบ้
าน มี
การใช้
ภู
มิ
ปั
ญญาร่
วมกั
บความคิ
ดสร้
างสรรค์
สิ
่
งใหม่
ๆ เพื่
อตอบสนองความสุ
ข
ทางกายและทางใจ ให้
สอดคล้
องกั
บสั
งคม และวิ
ถี
ชี
วิ
ตการดํ
ารงอยู
่
ตามยุ
คสมั
ย โดยมุ ่
งเน้
นคุ
ณค่
า
ด้
านความงามที่
สร้
างความจรรโลงใจ
ลั
กษณะรู
ปแบบการผสมผสานทางวั
ฒนธรรม
ในศิ
ลปะการแสดงที่
พั
ฒนาจากภาพศิ
ลา
จํ
าหลั
กสถาปั
ตยกรรมขอมโบราณในประเทศไทย พบว่
ามี
ระบํ
าโบราณคดี
(ระบํ
าลพบุ
รี
ทวาราวดี
ศรี
วิ
ชั
ย สุ
โขทั
ย เชี
ยงแสน) ระบํ
าศรี
ชั
ยสิ
งห์
ระบํ
าพนมรุ
้
ง ระบํ
านครจํ
าปาศรี
ระบํ
าอั
ปสรสราญ
เป็
นต้
น ระบํ
าดั
งกล่
าวได้
รั
บอิ
ทธิ
พลอารยธรรมอิ
นเดี
ยที่
เป็
นความเชื่
อในศาสนาพราหมณ์
หรื
อฮิ
นดู
รู
ปแบบการผสมผสานทางวั
ฒนธรรมของระบํ
าอั
ปสรสราญ ของมหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏสุ
ริ
นทร์