Page 326 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

308
ศิ
ลปะการแสดงระบํ
าทั
งในไทยและกั
มพู
ชา เช่
น ในประเทศไทย พบระบํ
าโบราณคดี
(ระบํ
าลพบุ
รี
ทวาราวดี
ศรี
วิ
ชั
ย สุ
โขทั
ย เชี
ยงแสน) ระบํ
าศรี
ชั
ยสิ
งห์
ระบํ
าพนมรุ
ง ระบํ
านครจํ
าปาศรี
ระบํ
อั
ปสรสราญ ในกั
มพู
ชาพบ ระบํ
าอั
ปสรา ในเวี
ยดนามใต้
พบระบํ
าอั
ปสราจาม เป็
นต้
น ระบํ
าต่
างๆ
เหล่
านี
มี
การผสมผสานทางวั
ฒนธรรมที่
ผ่
านกระบวนการขั
ดเกลาทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม เป็
งานสร้
างสรรค์
ที่
นํ
าวั
ฒนธรรมเดิ
มผ่
านระบบคิ
ดสร้
างวั
ฒนธรรมให้
มี
ชี
วิ
ต โดยเฉพาะระบํ
าอั
ปสร
สราญ ของมหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏสุ
ริ
นทร์
ประเทศไทย และระบํ
าอั
ปสราของกั
มพู
ชา ซึ
งเป็
นพื
นที่
ที่
พบสถาปั
ตยกรรมขอมโบราณที่
เชื่
อมโยงเข้
าสู
ระบบการศึ
กษา มี
การพลิ
กฟื
นวั
ฒนธรรมความเชื่
เดิ
มให้
สอดคล้
องกั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตของคนในท้
องถิ ่
น เพิ
มความสั
มพั
นธ์
ที่
ดี
ในชุ
มชนมี
ผลต่
อด้
านเศรษฐกิ
การปกครอง และวั
ฒนธรรม ซึ
งเป็
นแนวทางนํ
าไปสู
การสร้
างความร่
วมมื
อระหว่
างประเทศ และ
การวางแผนวิ
จั
ย เพื่
อพั
ฒนาศาสตร์
ทางด้
านนาฏศิ
ลป์
ต่
อไป จึ
งเป็
นประเด็
นให้
ผู
วิ
จั
ยศึ
กษาลั
กษณะ
รู
ปแบบ และปั
จจั
ยที่
ทํ
าให้
เกิ
ดการผสมผสานทางวั
ฒนธรรม ในศิ
ลปะการแสดงที่
พั
ฒนาจากภาพ
ศิ
ลาจํ
าหลั
กสถาปั
ตยกรรมขอมโบราณในประเทศไทย และกั
มพู
ชา
วิ
ธี
การวิ
จั
การศึ
กษาวิ
จั
ยครั
งนี
ใช้
กลุ
มตั
วอย่
าง คื
อ ระบํ
าอั
ปสรสราญ มหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏสุ
ริ
นทร์
ประเทศไทย และระบํ
าอั
ปสรา กรมศิ
ลปากร ประเทศกั
มพู
ชา ใช้
เทคนิ
คการวิ
จั
ยเชิ
งคุ
ณภาพ โดย
การศึ
กษาข้
อมู
ลเอกสาร และข้
อมู
ลสนาม ด้
วยการสั
งเกต สั
มภาษณ์
การจดบั
นทึ
ก นํ
าข้
อมู
ลที่
ได้
มา
วิ
เคราะห์
สั
งเคราะห์
โดยใช้
แนวคิ
ดทฤษฎี
ระบบสั
ญลั
กษณ์
และการตี
ความของโคเบอร์
และทฤษฎี
ประวั
ติ
ศาสตร์
สื
บย ้
อน สรุ
ปผลข้
อมู
ลเชิ
งพรรณนาวิ
เคราะห์
ผลการวิ
จั
ผลการวิ
จั
ยพบว่
า ลั
กษณะรู
ปแบบการผสมผสานทางวั
ฒนธรรม ด้
าน
บริ
บทสถาปั
ตยกรรม
ขอม
จากการศึ
กษาเอกสารทางประวั
ติ
ศาสตร์
ของ สุ
ริ
ยวุ
ฒิ
สุ
ขสวั
สดิ
ม.ร.ว. (2539) ธิ
ดา สาระยา.
(2540 ) สมิ
ทธิ
ศิ
ริ
ภั
ทร์
และมยุ
รี
วี
ระประเสริ
ฐ (2533) และสมมาตร์
ผลเกิ
ด (2529) ได้
กล่
าวถึ
โบราณสถาน โบราณวั
ตถุ
ทางศาสนาพราหมณ์
ที่
เป็
นอิ
ทธิ
พลอารยธรรมอิ
นเดี
ย เข้
าสู
อารยธรรม
ขอมมาตั
งแต่
ยุ
คอาณาจั
กรฟู
นั
น และเจนละ รุ ่
งเรื
องในยุ
ค พุ
ทธศตวรรษ ที่
10-19 ครอบคลุ
มอาณา
เขตในประเทศไทย และกั
มพู
ชา มี
อ้
างอิ
งในจดหมายเหตุ
พงศาวดาร ซากโบราณสถานโบราณวั
ตถุ
และลั
กษณะภู
มิ
ประเทศสมั
ยโบราณ พบว่
าศาสนาพราหมณ์
เข้
าสู
ดิ
นแดนไทยและกั
มพู
ชาโดยทาง
บกและทางนํ
า และมี
ความเกี่
ยวข้
องกั
บราชสํ
านั
กฟู
นั
นตลอดมาถึ
งราชสํ
านั
กไทย มี
การผสมผสาน
กั
บวั
ฒนธรรมท้
องถิ
น เห็
นได้
จากหลั
กฐานด้
านภาษาสั
นสกฤตที่
แพร่
หลายอยู
ในแถบนี
มาก่
อนภาษา