284
โดยสรุ
ป การผสมผสานทางวั
ฒนธรรมของระบํ
าอั
ปสรสราญ และระบํ
าอั
ปสรา ในด้
านท่
า
รํ
า ดนตรี
การแต่
งกาย เป็
นการผสมผสานวั
ฒนธรรมท้
องถิ
่
น วั
ฒนธรรมที่
เป็
นแบบแผนจากราช
สํ
านั
ก และวั
ฒนธรรมอิ
นเดี
ยโบราณในรู
ปของศิ
ลปะสถาปั
ตยกรรมขอมโบราณ
ด้
านดนตรี
ใช้
วงกั
นตรึ
ม ที่
เป็
นวงดนตรี
เก่
าแก่
แบบพื
้
นบ้
านก่
อนอารยธรรมอิ
นเดี
ยจะแผ่
ขยายเข้
ามาในอาณาบริ
เวณพนมดงรั
ก ซึ
่
งชาวกั
มพู
ชาเรี
ยกว่
า วงอารั
กษ์
ใช้
บรรเลงในพิ
ธี
กรรมเพื่
อ
สื่
อสารถึ
งผี
และเทพมาก่
อน ด้
านการแต่
งกาย เลี
ยนแบบการต่
างกายจากภาพนางอั
ปสรในปราสาท
ศี
ขรภู
มิ
และปราสาทนครวั
ดส่
วนระบํ
าอั
ปสรากั
มพู
ชาเป็
นการผสมผสานแบบแนวตั
้
งโดยกรม
ศิ
ลปากรกํ
าหนดแบบแผนท่
ารํ
า ดนตรี
และการแต่
งกาย ก่
อนเผยแพร่
สู
่
ประชาชน ด้
านท่
ารํ
า เป็
น
ท่
าจากระบํ
าท่
วงท่
าโบราณที่
ใช้
รํ
าถวายเทพเจ้
าในศานาพราหมณ์
ดนตรี
ใช้
วงปี่
พาทย์
ท่
ารํ
า และ
การแต่
งกายที่
เลี
ยนแบบภาพนางอั
ปสรปราสาทนครวั
ด นครธม หรื
อปราสาทศี
ขรภู
มิ
ซึ
่
งนางอั
ปสร
เกิ
ดจากตํ
านานการกวนนํ
้
าอมฤต หรื
อ การเกษี
ยรสมุ
ทรถื
อเป็
นการสรรเสริ
ญเทพเจ้
าในตํ
านาน
พราหมณ์
-ฮิ
นดู
ในพิ
ธี
กรรมดั
งกล่
าวได้
ปรากฏเหล่
าเทพธิ
ดาที่
คอยดู
แลศาสนสถานหรื
อผู
้
รั
บใช้
เทพ
เจ้
าแห่
งศาสนสถานและเป็
นเทพแห่
งความดี
งาม มี
ความงดงามอ่
อนช้
อย บริ
สุ
ทธิ
์
ผุ
ดผ่
อง เป็
นสิ
่
งที่
สะท้
อนรู
ปแบบวั
ฒนธรรมการแต่
งกายของสตรี
ในราชสํ
านั
กขอม และของไทย ซึ
่
งชาวกั
มพู
ชา
เรี
ยกว่
า “อั
ปสรา” ที่
มาของคํ
าว่
า “อั
ปสร” ในความหมายของกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ไทย–ลาว มองว่
าภาพ
จํ
าหลั
กนางอั
ปสรที่
ปราสาทศี
ขรภู
มิ
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
และปราสาทวั
ดภู
ว่
า นางอั
ปสรา คื
อ เจ้
าแม่
ดิ
น
หรื
อ แม่
ธรณี
ผู
้
บั
นดาลความอุ
ดมสมบู
รณ์
แก่
แผ่
นดิ
น ตามความคิ
ดของผู
้
คนในพื
้
นที่
เดิ
มและมี
การ
จั
ดกิ
จกรรมพิ
ธี
กรรมและการแสดงเพื่
อตอบสนองความต้
องการของคนในชุ
มชน โดยใช้
ระบบ
สั
ญลั
กษณ์
ต่
างๆ ในการสื่
อสารถึ
งผี
และเทพ ซึ
่
งสอดคล้
องกั
บแนวคิ
ดทฤษฎี
ระบบสั
ญลั
กษณ์
และ
การตี
ความของ เทิ
ร์
นเนอร์
(Turner. 1969) ที่
กล่
าวถึ
งสั
ญลั
กษณ์
ของพิ
ธี
กรรมว่
าสามารถบอก
ความหมายได้
หลายอย่
างในเวลาเดี
ยวกั
น สั
ญลั
กษณ์
ทุ
กอย่
างมี
หน้
าที่
ตอบสนองค่
านิ
ยม บรรทั
ดฐาน
ความเชื่
อ ความรู
้
สึ
ก บทบาทสั
งคม และความสั
มพั
นธ์
ทางสั
งคมในระบบวั
ฒนธรรมของชุ
มชนที่
ทํ
า
พิ
ธี
กรรม
อภิ
ปรายผลการศึ
กษาตามวั
ตถุ
ประสงค์
ข้
อที่
2
(ให้
ขยายตามผลการศึ
กษาและยกแนวดิ
ด
ทฤษฎี
มาจั
บ หรื
ออ้
างอิ
งบุ
คคล ที่
สั
มภาษณ์
หรื
อเปรี
ยบเที
ยบทางประวั
ติ
ศาสตร์
) พบว่
า ปั
จจั
ยที่
ทํ
า
ให้
เกิ
ดการผสมผสานทางวั
ฒนธรรม มี
ปั
จจั
ยภายใน และปั
จจั
ยภายนอก ปั
จจั
ยด้
านสภาพแวดล้
อม
ทางธรรมชาติ
พบว่
า ในอดี
ตกลุ
่
มชนต่
างๆ ที่
เข้
ามาในภู
มิ
ภาคนี
้
มาพร้
อมกั
บอารยธรรมอิ
นเดี
ย
เชื่
อมโยงเข้
าสู
่
วั
ฒนธรรมพื
้
นบ้
าน และวั
ฒนธรรมขอม ชาวกั
มพู
ชาใช้
นางอั
ปสราคุ
้
มครองให้
กษั
ตริ
ย์
มี
บารมี
สู
งขึ
้
น ในไทยนางอั
ปสรา คื
อ พระแม่
ธรณี
สั
ญลั
กษณ์
ความอุ
ดมสมบู
รณ์
ที่
สอดคล้
องกั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตชาวบ้
าน มี
การปรั
บตั
วโดยใช้
สภาพแวดล้
อมทางธรรมชาติ
เชื่
อมความเชื่
อ ควบคุ
มสั
งคม ปั
จจั
ย