Page 301 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

283
ขา และเท้
า เอว สะโพก ลํ
าคอ ใบหน้
า สายตา และศี
รษะ โดยทุ
กส่
วนของร่
างกายกระชั
บ และ
กลมกลื
นกั
น มี
การเคลื่
อนไหวทั
งท่
วงท่
าช้
า ท่
วงท่
าเร็
ว ให้
ถู
กต้
องตามหลั
กไวยากรณ์
ของภาษาท่
รวมทั
งยื
นอยู
บนพื
นฐานความงดงาม และดุ
ลยภาพ คื
อ ดุ
ลภาพระหว่
างธรรมชาติ
ของบุ
คคล สั
งคม
ระหว่
างกาย จิ
ตใจ และปั
ญญา นอกจากนี
การใช้
ท่
ารํ
าในระบํ
าอั
ปสรา คื
อ เป็
นท่
ารํ
าตี
บทประกอบ
บทร้
อง ที่
มี
เนื
อหาเกี่
ยวกั
บการชมสวนดอกไม้
ดนตรี
ใช้
วงปี่
พาทย์
ตามแบบราชสํ
านั
ด้
านดนตรี
ระบํ
าอั
ปสรสราญในไทยใช้
วงกั
นตรึ
มพื
นบ้
าน เป็
นดนตรี
ที่
เล่
นใน
พิ
ธี
กรรมมม็
วต ดั
งเดิ
ม เช่
นเดี
ยวกั
บวงอารั
กษ์
เพื่
อบู
ชาผี
มาในอดี
ตก่
อนการรั
บอารยธรรมอิ
นเดี
ย ซึ
ชาวบ้
านเชื่
อว่
า แถนสั ่
งทํ
าเพื่
อให้
เหมาะสมกั
บการฟ้
อนรํ
า การเล่
นดนตรี
การฟ้
อนรํ
าได้
เกิ
ดขึ
นและ
พั
ฒนามาในชุ
มชนต่
างๆ ที่
ก่
อตั
งเป็
นอาณาจั
กรมานานแล้
ว เช่
นเดี
ยวกั
บในพิ
ธี
กรรมของอิ
นเดี
ยที่
เชื่
อว่
าเทพหรื
อเทวดาทรงฟ้
อนรํ
า เล่
นดนตรี
ด้
านการแต่
งกาย
มี
การผสมผสานการแต่
งกายจากภาพนางอั
ปสรในปราสาทศี
ขรภู
มิ
ปราสาทนครวั
ด เชื่
อมโยงกั
บอั
ตลั
กษณ์
ท้
องถิ ่
น คื
อ ผ้
าไหม และประเกื
อมสุ
ริ
นทร์
เพื่
อสะท้
อน
วั
ฒนธรรมและสุ
นทรี
ยภาพ
ระบํ
าอั
ปสรา ใช้
การแต่
งกายตามภาพนางอั
ปสราปราสาทนครวั
ด และ
ลั
กษณะรู
ปแบบนางอั
ปสรในมุ
มมองของคนไทย และกั
มพู
ชามี
การปรั
บเปลี่
ยนสอดรั
บกั
บสภาพ
พื
นที่
ทางกายภาพและทางสั
งคมพื
นบ้
านเดิ
ม ลั
กษณะการดํ
ารงชี
วิ
ตที่
มองธรรมชาติ
เป็
นผู
สร้
างมนุ
ษย์
และสั
งคม เป็
นบ่
อเกิ
ดการสร้
างความเชื่
อพื
นฐานของชี
วิ
ตที่
เกี่
ยวโยงกั
นอย่
างแนบแน่
น ดั
งนั
นชาว
ไทย และกั
มพู
ชามองภาพจํ
าหลั
กนางอั
ปสร คื
อ ตั
วแทนแห่
งความสมบู
รณ์
ของธรรมชาติ
ซึ
งเข้
รู
ปแบบคุ
ณสมบั
ติ
เจ้
าแม่
ธรณี
เป็
นเทพแห่
งไร่
นาหรื
อเป็
นสตรี
ในลั
กษณะรู
ปแม่
พระธรณี
บี
บมวยผม
ซึ
งเป็
นความเชื่
อของชนชาติ
ที่
ประกอบกสิ
กรรมซึ
งต้
องใช้
นํ
าเป็
นปั
จจั
ยสํ
าคั
ญ เพื่
อพั
นธุ
พื
ธั
ญญาหารเจริ
ญงอกงามอุ
ดมสมบู
รณ์
และสะท้
อนคุ
ณลั
กษณะเทวี
แห่
งพื
ชพั
นธุ
ธั
ญญาหาร ที่
เรี
ยกว่
พระโพสพ เป็
นเทวดาพื
นเมื
องประจํ
าท้
องนาและยุ
งฉางของไทยซึ
งเป็
นชาติ
ที่
ปลู
กข้
าวกิ
นมานาน
นั
บพั
นปี
ทุ
กวั
นนี
ชาวนาในชนบทไทยและกั
มพู
ชาย ั
งมี
พิ
ธี
กรรมกั
บความเชื่
อ เช่
น ช่
วงใกล้
เดื
อนหก
ฝนก็
เริ
มตก ชาวนาจะแรกไถนา และทํ
าพิ
ธี
อั
ญเชิ
ญพระโพสพลงมาเพื่
อช่
วยดู
แล รั
กษาต้
นข้
าวคื
พิ
ธี
เรี
ยกขวั
ญข้
าว เป็
นการทํ
าเพื่
อตอบแทนคุ
ณ และบู
ชาพระโพสพที่
ให้
ข้
าวแก่
มนุ
ษย์
กิ
น นอกจากนี
พระแม่
โพสพมี
ลั
กษณะเป็
นหญิ
งสาวเช่
นเดี
ยวกั
บนางอั
ปสร ท่
าทางอ่
อนช้
อยสวยงาม แต่
งกายนุ
งผ้
จี
บชายลงมาถึ
งปลายหน้
าแข้
ง ห่
มผ้
าสไบเฉี
ยงแบบหญิ
งสาวชาววั
งในสมั
ยก่
อน ไว้
ผมยาวผมประบ่
เป็
นเทพี
นางฟ้
า และยื
นเปลื
อยกายท่
อนบน (สุ
รศั
กดิ
ทอง. 2553, : 175 – 183)