Page 300 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

282
ศิ
ลปะการแสดงที่
รั
บอิ
ทธิ
พลอิ
นเดี
ยเข้
าสู
อารยธรรมขอมในประเทศไทย และกั
มพู
ชา พบว่
เกิ
ดขึ
นมากมายและแพร่
หลายในพื
นที่
ที่
มี
ศิ
ลปะสถาปั
ตยกรรมขอมปรากฏอยู
เช่
น จั
งหวั
นครราชสี
มา จั
งหวั
ดบุ
รี
รั
มย์
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
จั
งหวั
ดศรี
สะเกษ ระบํ
าที่
เกิ
ดจากอิ
ทธิ
พลอารยธรรม
ขอม เช่
น ระบํ
าลพบุ
รี
ระบํ
าทวาราวดี
ระบํ
าศรี
ชั
ยสิ
งห์
ระบํ
าพนมรุ
ง ระบํ
านครจํ
าปาศรี
ระบํ
อั
ปสรสราญ เป็
นต้
น ส่
วนในประเทศกั
มพู
ชา
มี
ระบํ
าอั
ปสรา และระบํ
าอั
ปสราจามในเวี
ยดนาม
ระบํ
าต่
างๆ ดั
งกล่
าว ต่
างได้
รั
บอิ
ทธิ
พลอารยธรรมอิ
นเดี
ยสู
อารยธรรมขอมที่
เป็
นความเชื่
อในศาสนา
พราหมณ์
หรื
อฮิ
นดู
ทั
งสิ
น เพราะทั
ง 2 ประเทศอยู
ในแอ่
งอารยธรรมเดี
ยวกั
น มี
การไปมาหาสู
เกิ
การผสมกลมกลื
นทางชนชาติ
และรั
บวั
ฒนธรรมซึ
งกั
นและกั
นมาปรั
บใช้
สอดคล้
องกั
บแนวคิ
ทฤษฎี
การแพร่
กระจายทางวั
ฒนธรรมของฟรานส์
โบแอส (Franz Boas. 1996 : 288) เพราะโบแอส
เชื่
อว่
ากลุ
มชนที่
มี
วั
ฒนธรรมคล้
ายกั
นจะเป็
นกลุ ่
มชนที่
มี
ความสนิ
ทสนมและมี
ความสั
มพั
นธ์
กั
นมา
ก่
อน วั
ฒนธรรมหรื
อระบบสั
ญลั
กษณ์
แพร่
กระจายออกไปเพราะคนย ้
ายถิ
น และนํ
าเอาวั
ฒนธรรมเก่
ติ
ดตั
วไปด้
วย หรื
อการขอยื
มวั
ฒนธรรมไปใช้
ระบํ
าที่
เกิ
ดจากอิ
ทธิ
พลอารยธรรมขอมดั
งกล่
าว เป็
การสร้
างสรรค์
ขึ
นจากแนวคิ
ดของปรั
ชญาและศาสนาเดี
ยวกั
น ซึ
งในแนวคิ
ดของคนไทย และ
กั
มพู
ชา ประเพณี
ศาสนาและปรั
ชญามี
ต้
นตอมาจากอิ
นเดี
ย ที่
มั
กจะกลมกลื
นผู
กพั
นเป็
นอั
นหนึ
งอั
เดี
ยวกั
(Cultural diffusion) เช่
น มหาวิ
ทยาลั
ย ราชภั
ฏสุ
ริ
นทร์
ได้
จั
ดกิ
จกรรมการแสดงระบํ
าอั
ปสรสราญเพื่
อเป็
นการอธิ
บายความเป็
นมา และมี
ตั
วอย่
างการแสดง
ประกอบ ซึ
งเป็
นการจุ
ดประกายใหม่
สู
ท้
องถิ ่
นให้
เกิ
ดความเข้
าใจตนเอง และขยายศิ
ลปะการฟ้
อนรํ
ออกนอกพื
นที่
ทั
งในประเทศ และต่
างประเทศ ซึ
งมี
ลั
กษณะการผสมผสานในแนวราบ คื
อ ผ่
าน
ระบบคิ
ดจากนั
กนาฏยประดิ
ษฐ์
ขยายลงสู
พื
นที่
ประยุ
กต์
เข้
ากั
บท้
องถิ
นเชื่
อมโยงเข้
าสู
ระบบการศึ
กษา
ส่
วน ในด้
านท่
ารํ
า มี
การผสมผสาน 3 ส่
วน คื
อ ท่
ารํ
าจากราชสํ
านั
ก ท่
ารํ
าพื
นบ้
าน ท่
ารํ
าจากภาพ
จํ
าหลั
กปราสาทศี
ขรภู
มิ
และปราสาทนครวั
ระบํ
าอั
ปสรา เป็
นการผสมผสานแบบแนวตั
ง คื
อ จากราชสํ
านั
ก หรื
อรั
ฐโดยกรมศิ
ลปากร
เป็
นผู
กํ
าหนดแบบแผนท่
ารํ
า ดนตรี
ตลอดจนการแต่
งกาย ก่
อนนํ
าไปเผยแพร่
สู
ประชาชน ด้
านท่
ารํ
มี
การผสมผสานท่
ารํ
าจากระบํ
าท่
วงท่
าโบราณหรื
อระบํ
าเทวะขอม เป็
นท่
ารํ
าดั
งเดิ
มที่
ใช้
ในการรํ
ถวายเทพเจ้
าในศาสนาพราหมณ์
ซึ
งเป็
นท่
าแม่
บท ซึ
งเชื่
อมโยงกั
บนาฏศิ
ลป์
ไทยในอดี
ต โดยไม่
มี
การ
ปรั
บเปลี่
ยนใดๆ ลี
ลาท่
ารํ
าระบํ
าอั
ปสรา น่
าจะนํ
าแบบอย่
างมาจากลั
กษณะการการเคลื่
อนไหวของ
สั
ตว์
นาค หรื
อพญานาค (ภุ
ชงคลี
ลา) เพราะขอมนั
บตั
วเองว่
า เป็
นผู
สื
บทอดเผ่
าพั
นธุ
มาจากนาค หรื
มี
บรรพบุ
รุ
ษเป็
นนาค ซึ
งขอมได้
เรี
ยกตั
วเองว่
า นาค ขอมสองคน เรี
ยกว่
า ขอมสองนาค (ในภาษา
ขอมออกเสี
ยงว่
า เนี
ยก) ดั
งนั
น ในระบํ
าอั
ปสรา จะมี
ท่
วงท่
า และลั
กษณะการเคลื่
อนไหวคล้
ายกั
การเคลื่
อนไหวของนาคมาเป็
นท่
วงท่
าการรํ
าของ ตั
วนางที่
มี
ความอ่
อนโยน ทั
งลี
ลาการใช้
แขน มื