281
โบราณสถาน โบราณวั
ตถุ
ทางศาสนาพราหมณ์
ที่
พบในไทย บริ
เวณลุ
่
มนํ
้
ามู
ลตอนล่
างในภาค
ตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อ และพบในกั
มพู
ชา ราวพุ
ทธศตวรรษที่
12 ซึ
่
งตรงกั
บรั
ชสมั
ยของพระเจ้
าภววร
มั
นที่
1 แห่
งอาณาจั
กรเจนละจนถึ
งราวพุ
ทธศตวรรษที่
18 ในสมั
ยของพระเจ้
าชั
ยวรมั
นที่
7 พบการ
ก่
อสร้
างปราสาทด้
วยหิ
นทราย อิ
ฐ และศิ
ลาแลง เพื่
อใช้
เป็
นศาสนสถาน มี
การผสมผสานกั
บศิ
ลปะ
อิ
นเดี
ยอย่
างค่
อยเป็
นค่
อยไปและสอดรั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตความเป็
นอยู
่
กั
บพื
้
นที่
และความเชื่
อเดิ
มที่
มี
อยู
่
แล้
ว
และเลื
อกรั
บระบบสั
งคมที่
ชาวอิ
นเดี
ยมอบให้
โดยไม่
เคร่
งครั
ดในหลั
กการเท่
ากั
บในประเทศอิ
นเดี
ย
เพราะมี
อิ
ทธิ
พลของพุ
ทธศาสนาที่
ปฎิ
เสธระบบวรรณะได้
มี
ส่
วนทํ
าให้
ความเข้
มงวดในกฎเกณฑ์
ของ
วรรณะเบาบางลง ทางด้
านวรรณกรรมและศิ
ลปกรรมใน 2 ประเทศ ได้
ให้
ความสํ
าคั
ญแก่
มหากาพย์
2 เรื่
อง คื
อ เรื่
องรามายณะ และมหาภารตะ มากกว่
า คั
มภี
ร์
พระเวทและอุ
ปนิ
ษั
ท ด้
านสถาปั
ตยกรรม
ที่
พบให้
ช่
วงแรก มี
การขุ
ดเข้
าไปในภู
เขา เช่
น ศาสนสถานที่
พนมดา หรื
อศาสนสถานขนาดเล็
กที่
สร้
างขึ
้
นมาโดด ๆ ประติ
มากรได้
สร้
างรู
ปเทพเจ้
าตามรู
ปแบบที่
เกิ
ดขึ
้
นในประเทศอิ
นเดี
ย ระยะต่
อมา
ประติ
มากรค่
อยๆสร้
างประติ
มากรรมที่
มี
ลั
กษณะเป็
นของตนเอง ซึ
่
งสอดคล้
องตามแนวคิ
ดของ
ม.ร.ว.สุ
ริ
ยวุ
ฒิ
สุ
ขสวั
สดิ
์
(2536 : 182)
นั
บว่
าอารยธรรมอิ
นเดี
ย ได้
ปู
พื
้
นฐานศิ
ลปะการแสดงในกั
มพู
ชาและไทยจนกลายเป็
นมรดก
ทางวั
ฒนธรรมสื
บมา
และมี
อิ
ทธิ
พลในระดั
บรั
ฐและชาวบ้
าน 4 ลั
กษณะ คื
อ 1) ลั
ทธิ
พราหมณ์
ได้
นํ
าเอาการแสดง ซึ
่
งมี
รากฐานมาจากพิ
ธี
กรรมทางศาสนาเข้
ามาเผยแพร่
2) เรื่
องราวในมหาภารตะ
และรามายณะของอิ
นเดี
ยมี
ผลโดยตรงต่
อการแสดงละครหลวง และราชสํ
านั
ก 3) นิ
ทานชาดก ซึ
่
ง
เข้
ามาพร้
อมกั
บพุ
ทธศาสนามี
อิ
ทธิ
พลในระดั
บชาวบ้
าน และ 4)
ลี
ลานาฏศิ
ลป์
ของอิ
นเดี
ยหย ั ่
งรากลึ
ก
อยู
่
ในวั
ฒนธรรมการฟ้
อนรํ
าของกั
มพู
ชาและไทย ร่
องรอยจากภาพศิ
ลาจํ
าหลั
กในสถาปั
ตยกรรม
ขอมโบราณหลายแห่
งได้
บั
นทึ
กเรื่
องราวสถานการณ์
ที่
สะท้
อนให้
เห็
นประวั
ติ
ศาสตร์
การผสมผสาน
วั
ฒนธรรมด้
านนาฏกรรม สถาปั
ตยกรรม ความเชื่
อ วิ
ถี
ชี
วิ
ต ประเพณี
วั
ฒนธรรม ความเป็
นอยู
่
ของ
คนในอาณาบริ
เวณพนมดงรั
ก ที่
อยู
่
ในสิ ่
งแวดล้
อมเดี
ยวกั
น ซึ
่
งสอดคล้
องกั
บแนวคิ
ดของ สจ๊
วต
(Steward. 1949) ที่
กล่
าวว่
า สิ
่
งแวดล้
อมมี
ผลต่
อความแตกต่
างในการปรั
บตั
วของวั
ฒนธรรม
วั
ฒนธรรมที่
ต่
างกั
นในสิ
่
งแวดล้
อมที่
เหมื
อนกั
น จะแสดงรู
ปพั
ฒนาการที่
เหมื
อนกั
น เช่
น นาฏกรรม
ระบํ
าอั
ปสรสราญ และระบํ
าอั
ปสรา ที
เกิ
ดขึ
้
นเป็
นพื
้
นฐานมาจากความเชื่
อจากอิ
ทธิ
พลของ
วั
ฒนธรรมอิ
นเดี
ยเข้
าสู
่
วั
ฒนธรรมขอม เช่
น นาฏกรรมที่
ปราสาทศี
ขรภู
มิ
และปราสาทนครวั
ด
ระบํ
าที่
มาจากพระอิ
ศวรจากประติ
มากรรมรู
ป “ศิ
วนาฏกรรม” ที่
สั
มพั
นธ์
กั
บการเกิ
ดภาพ
ประติ
มากรรมนาง “อั
ปสราปราสาทศี
ขรภู
มิ
และปราสาทนครวั
ด” คุ
ณค่
าที่
ดี
งามแห่
งความเป็
น
มนุ
ษย์
ในสถาปั
ตยกรรมดั
งกล่
าวได้
ถู
กพลิ
กฟื
้
นคุ
ณลั
กษณะให้
เคลื่
อนไหวเป็
นศิ
ลปะที่
มี
ชี
วิ
ต ทั
้
งใน
กั
มพู
ชา และไทย