280
ฝนก็
เริ
่
มตก ชาวนาจะแรกไถนา และทํ
าพิ
ธี
อั
ญเชิ
ญพระโพสพลงมาเพื่
อช่
วยดู
แล รั
กษาต้
นข้
าวคื
อ
พิ
ธี
เรี
ยกขวั
ญข้
าว เป็
นการทํ
าเพื่
อตอบแทนคุ
ณ และบู
ชาพระโพสพที่
ให้
ข้
าวแก่
มนุ
ษย์
กิ
น นอกจากนี
้
พระแม่
โพสพมี
ลั
กษณะเป็
นหญิ
งสาวเช่
นเดี
ยวกั
บนางอั
ปสร ท่
าทางอ่
อนช้
อยสวยงาม แต่
งกายนุ
่
งผ้
า
จี
บชายลงมาถึ
งปลายหน้
าแข้
ง ห่
มผ้
าสไบเฉี
ยงแบบหญิ
งสาวชาววั
งในสมั
ยก่
อน ไว้
ผมยาวผมประบ่
า
เป็
นเทพี
นางฟ้
า และยื
นเปลื
อยกายท่
อนบน (สุ
รศั
กดิ
์
ทอง. 2553, : 175 – 183)
ผลการศึ
กษาตามวั
ตถุ
ประสงค์
ข้
อที่
2
พบว่
า ปั
จจั
ยที่
ทํ
าให้
เกิ
ดการผสมผสานทาง
วั
ฒนธรรม มี
ปั
จจั
ยภายใน และปั
จจั
ยภายนอก ปั
จจั
ยด้
านสภาพแวดล้
อมทางธรรมชาติ
พบว่
า ใน
อดี
ตกลุ ่
มชนต่
างๆ ที่
เข้
ามาในภู
มิ
ภาคนี
้
มาพร้
อมกั
บอารยธรรมอิ
นเดี
ยเชื่
อมโยงเข้
าสู
่
วั
ฒนธรรม
พื
้
นบ้
านและวั
ฒนธรรมขอมชาวกั
มพู
ชาใช้
นางอั
ปสราคุ
้
มครองให้
กษั
ตริ
ย์
มี
บารมี
สู
งขึ
้
น ในไทยนาง
อั
ปสรา คื
อ พระแม่
ธรณี
สั
ญลั
กษณ์
ความอุ
ดมสมบู
รณ์
ที่
สอดคล้
องกั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตชาวบ้
าน มี
การปรั
บตั
ว
โดยใช้
สภาพแวดล้
อมทางธรรมชาติ
เชื่
อมความเชื่
อ ควบคุ
มสั
งคม ปั
จจั
ยด้
านความคิ
ด ความเชื่
อ
ค่
านิ
ยมหรื
ออุ
ดมการณ์
พบว่
า มนุ
ษย์
มี
ระบบคิ
ดโดยใช้
ผี
หรื
อเทวดามาทํ
าให้
เกิ
ดดนตรี
ท่
าทาง นํ
า
ภาพสลั
กปราสาทขอมมาสร้
างความดี
ความงามให้
คนอยู
่
ร่
วมกั
นได้
ปั
จจั
ยด้
านเทคโนโลยี
พบว่
ามี
3
ช่
วง คื
อ 1) เทคโนโลยี
พื
้
นบ้
านก่
อนศาสนาเข้
ามาใช้
รู
ปแบบธรรมชาติ
เชื่
อมโยงวิ
ถี
ชี
วิ
ต สร้
างดนตรี
การแต่
งกาย 2) ศาสนาเข้
ามาเกิ
ดระบบคิ
ดนํ
าเทคโนโลยี
สร้
างรู
ปเคารพ เชื่
อมโยงความเชื่
อกั
บ
ศาสนา 3) ช่
วงเทคโนโลยี
ใหม่
มี
องค์
ประกอบแสง สี
เสี
ยงมี
บทบาทเชิ
งจิ
ตวิ
ทยา ปั
จจั
ยด้
าน
เศรษฐกิ
จ พบว่
า มนุ
ษย์
ใช้
ธรรมชาติ
สร้
างเศรษฐกิ
จ สั
งคม เกิ
ดระบบคิ
ดสร้
างปราสาทขอม และนํ
า
นางอั
ปสราในปราสาทมาสร้
างให้
เป็
นวั
ฒนธรรมมี
ชี
วิ
ต สร้
างความสุ
นทรี
ย์
ความจรรโลงใจให้
เกิ
ด
คุ
ณค่
าต่
อท้
องถิ ่
น ต่
อสั
งคมโลก
อภิ
ปรายผล
อภิ
ปรายผลการศึ
กษาตามวั
ตถุ
ประสงค์
ข้
อที่
1
ลั
กษณะรู
ปแบบการผสมผสานทาง
วั
ฒนธรรมในศิ
ลปะการแสดงที่
พั
ฒนาจากภาพศิ
ลาจํ
าหลั
กสถาปั
ตยกรรมขอม ในด้
านบริ
บทอารย
ธรรมขอม
พบว่
า อิ
ทธิ
พลอารยธรรมอิ
นเดี
ยขยายเข้
าสู
่
อารยธรรมขอมมาตั
้
งแต่
ยุ
คฟู
นั
น เจนละ
รุ ่
งเรื
องในยุ
คพระนคร พุ
ทธศตวรรษ ที่
10-19 ครอบคลุ
มอาณาเขตประเทศไทยและกั
มพู
ชา มี
ศู
นย์
กลางอยู
่
บริ
เวณ จั
งหวั
ดเสี
ยมเรี
ยบของกั
มพู
ชาในปั
จจุ
บั
น มี
หลั
กฐานจากจดหมายเหตุ
ใน
พงศาวดาร จากซากโบราณสถานโบราณวั
ตถุ
ลั
กษณะภู
มิ
ประเทศศาสนาพราหมณ์
เข้
าสู
่
ดิ
นแดน
ไทยและกั
มพู
ชาโดยทางบกและทางทะเล มี
ความเกี่
ยวข้
องกั
บราชสํ
านั
กฟู
นั
นหรื
อขอมโบราณ
ตลอดถึ
งราชสํ
านั
กไทย และกั
มพู
ชา จึ
งเกิ
ดการผสมผสานวั
ฒนธรรมระหว่
างวั
ฒนธรรมอิ
นเดี
ยตาม
ความเชื่
อของศาสนาพราหมณ์
ศาสนาพุ
ทธ และวั
ฒนธรรมท้
องถิ ่
น ปรากฏหลั
กฐานใน