Page 297 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

279
มหาภารตะ และเรื่
อง รามายณะของอิ
นเดี
ยมี
ผลโดยตรงต่
อการแสดงละครหลวงและราชสํ
านั
ก 3)
นิ
ทานชาดก ซึ
งเข้
ามาพร้
อมกั
บพุ
ทธศาสนามี
อิ
ทธิ
พลในระดั
บชาวบ้
าน และ 4)
ลี
ลานาฏศิ
ลป์
ของ
อิ
นเดี
ยหย ั ่
งรากลึ
กอยู
ในวั
ฒนธรรมการฟ้
อนรํ
าของกั
มพู
ชาและไทย ร่
องรอยจากภาพศิ
ลาจํ
าหลั
กใน
สถาปั
ตยกรรมขอมโบราณหลายแห่
งได้
บั
นทึ
กเรื่
องราวสถานการณ์
ที่
สะท้
อนให้
เห็
นประวั
ติ
ศาสตร์
ศิ
ลปะ ประเพณี
วั
ฒนธรรม ความเชื่
อ วิ
ถี
ชี
วิ
ต และความเป็
นอยู
ของคนในประเทศไทย และกั
มพู
ชา
โดยเฉพาะความเชื่
อเกี่
ยวกั
บผี
พราหมณ์
พุ
ทธ ซึ
งเป็
นวั
ฒนธรรมร่
วมกั
นอยู
นํ
ามาประยุ
กต์
ผสม
กลมกลื
นให้
เข้
ากั
บศิ
ลปะท้
องถิ
นตน มี
การถ่
ายทอดและขยายอิ
ทธิ
พลศิ
ลปะการแสดงของตนไปย ั
ประเทศเพื่
อนบ้
าน มี
การใช้
ภู
มิ
ปั
ญญาร่
วมกั
บความคิ
ดสร้
างสรรค์
สิ ่
งใหม่
ๆ เพื่
อตอบสนองความสุ
ทางกาย และใจ ให้
สอดคล้
องกั
บสั
งคม และวิ
ถี
ชี
วิ
ตการดํ
ารงอยู
ตามยุ
คสมั
ย โดยมุ
งเน้
นคุ
ณค่
าด้
าน
ประโยชน์
ใช้
สอย และคุ
ณค่
าด้
านสุ
นทรี
ยรส
ลั
กษณะรู
ปแบบการผสมผสานทางวั
ฒนธรรม พบว่
า ระบํ
าอั
ปสรสราญของมหาวิ
ทยาลั
ราชภั
ฏสุ
ริ
นทร์
ประเทศไทย และระบํ
าอั
ปสราของกรมศิ
ลปากรประเทศกั
มพู
ชา ได้
รั
บอิ
ทธิ
พลจาก
วั
ฒนธรรมพื
นบ้
าน วั
ฒนธรรมอิ
นเดี
ย และวั
ฒนธรรมขอม ผสมผสานทางวั
ฒนธรรมในระบํ
าอั
ปสร
สราญของไทย เป็
นการผสมผสานแบบแนวราบ คื
อ ผ่
านระบบคิ
ดจากมหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏสุ
ริ
นทร์
ขยายลงสู
ชุ
มชน มี
การประยุ
กต์
เข้
ากั
บท้
องถิ
น และเชื่
อมโยงเข้
าสู
ระบบการศึ
กษา ลั
กษณะรู
ปแบบ
การผสมผสานด้
านท่
ารํ
า มี
การผสมผสาน 3 ส่
วน คื
อ ท่
ารํ
าจากราชสํ
านั
ก ท่
ารํ
าพื
นบ้
าน ท่
ารํ
าจาก
ภาพจํ
าหลั
กปราสาทศี
ขรภู
มิ
และปราสาทนครวั
ด ด้
านดนตรี
ใช้
วงกั
นตรึ
มพื
นบ้
าน ด้
านการแต่
งกาย
เลี
ยนแบบภาพนางอั
ปสรในปราสาท ศี
ขรภู
มิ
และปราสาทนครวั
ด ส่
วนระบํ
าอั
ปสรากั
มพู
ชา เป็
การผสมผสานแบบแนวตั
งโดยกรมศิ
ลปากรกํ
าหนดแบบแผนท่
ารํ
า ดนตรี
และการแต่
งกาย ก่
อน
เผยแพร่
สู
ประชาชน ด้
านท่
ารํ
า เป็
นท่
าจากระบํ
าท่
วงท่
าโบราณที่
ใช้
รํ
าถวายเทพเจ้
า ดนตรี
ใช้
วง
ปี่
พาทย์
ลั
กษณะรู
ปแบบนางอั
ปสรในมุ
มมองของคนไทย และกั
มพู
ชามี
การปรั
บเปลี่
ยนสอดรั
บกั
สภาพพื
นที่
ทางกายภาพและทางสั
งคมพื
นบ้
านเดิ
ม ลั
กษณะการดํ
ารงชี
วิ
ตที่
มองธรรมชาติ
เป็
นผู
สร้
าง
มนุ
ษย์
และสั
งคม เป็
นบ่
อเกิ
ดการสร้
างความเชื่
อพื
นฐานของชี
วิ
ตที่
เกี่
ยวโยงกั
นอย่
างแนบแน่
ดั
งนั
นชาวไทย และกั
มพู
ชามองภาพจํ
าหลั
กนางอั
ปสร คื
อ ตั
วแทนแห่
งความสมบู
รณ์
ของธรรมชาติ
ซึ
งเข้
ารู
ปแบบคุ
ณสมบั
ติ
เจ้
าแม่
ธรณี
เป็
นเทพแห่
งไร่
นาหรื
อเป็
นสตรี
ในลั
กษณะรู
ปแม่
พระธรณี
บี
มวยผม ซึ
งเป็
นความเชื่
อของชนชาติ
ที่
ประกอบกสิ
กรรมซึ
งต้
องใช้
นํ
าเป็
นปั
จจั
ยสํ
าคั
ญ เพื่
อพั
นธุ
พื
ธั
ญญาหารเจริ
ญงอกงามอุ
ดมสมบู
รณ์
และสะท้
อนคุ
ณลั
กษณะเทวี
แห่
งพื
ชพั
นธุ
ธั
ญญาหาร ที่
เรี
ยกว่
พระโพสพ เป็
นเทวดาพื
นเมื
องประจํ
าท้
องนาและยุ
งฉางของไทยซึ
งเป็
นชาติ
ที่
ปลู
กข้
าวกิ
นมานาน
นั
บพั
นปี
ทุ
กวั
นนี
ชาวนาในชนบทไทยและกั
มพู
ชาย ั
งมี
พิ
ธี
กรรมกั
บความเชื่
อ เช่
น ช่
วงใกล้
เดื
อนหก