273
โอกาสให้
มี
การผสมผสานกั
นระหว่
างชนชั
้
นปกครองบ้
านเมื
องกั
บบรรดาสตรี
ที่
มาจากบ้
านเมื
อง
ของชนชาติ
ต่
าง ๆจากภายนอก
จากภาพสลั
กรอบระเบี
ยงของปราสาทบายนในรั
ชกาลพระเจ้
าชั
ยวรมั
นที่
7 คื
อสิ
่
งที่
แสดง
ความยิ ่
งใหญ่
และมั
่
งคั ่
งของอาณาจั
กรเมื
องนครในยุ
คที่
รุ
่
งเรื
องที่
สุ
ด ภาพสลั
กแสดงให้
เห็
นประเพณี
พิ
ธี
กรรม ตลอดจนชี
วิ
ตความเป็
นอยู
่
ของผู
้
คนในเมื
องพระนคร ทั
้
งชนชั
้
นปกครอง ไพร่
ฟ้
า และข้
า
ทาส ในลั
กษณะที่
ใกล้
เคี
ยงกั
บความเป็
นจริ
ง การเกิ
ดจิ
นตนาการเชื่
อมโยงบรรดาโบราณสถาน อ่
าง
เก็
บนํ
้
า ร่
องรอยของบ้
านเมื
อง และสภาพแวดล้
อมธรรมชาติ
เข้
าด้
วยกั
น ให้
เป็
นภาพชี
วิ
ตวั
ฒนธรรม
ของขอมโบราณในลั
กษณะที่
เป็
นรู
ปธรรม ถ้
าศึ
กษาที่
โจวต้
ากวานผู
้
เป็
นราชทู
ตของจี
นจาก
จั
กรพรรดิ
ในสมั
ยราชวงศ์
หยวนที่
เข้
ามาในเมื
องพระนคร พ.ศ. 1839 ทํ
าให้
พบชนชาติ
ใหญ่
ๆ ที่
สั
มพั
นธ์
กั
บเมื
องพระนคร ประกอบด้
วยขอม หรื
อเขมร คนจี
น คนเสี
ยมหรื
อสยาม และคนจาม การ
เข้
ามาตั
้
งหลั
กแหล่
งของชาวเสี
ยมในเมื
องพระนคร ความสั
มพั
นธ์
กั
บชาวเสี
ยมสมั
ยนั
้
นคื
อการ
เผยแพร่
พระพุ
ทธศาสนาเถรวาทในเมื
องพระนคร กษั
ตริ
ย์
กั
มพู
ชาเวลาเสด็
จในขบวนพยุ
หมาตราจะ
อั
นเชิ
ญพระสถู
ปและพระพุ
ทธรู
ปนํ
าหน้
าขบวน สะท้
อนให้
เห็
นความสํ
าคั
ญของพระพุ
ทธศาสนาใน
เวลานั
้
น ศรี
ศั
กร วั
ลลิ
โภดม กล่
าวว่
า สมั
ยนั
้
นเป็
นที่
รวมและผสมผสานของคนนานาชาติ
ความเป็
น
ขอมเป็
นเขมรนั
้
นป่
วยการที่
จะหาความบริ
สุ
ทธ์
ในเรื่
องเชื
้
อชาติ
เพราะคนในเมื
องพระนครที่
โจวต้
า
กวานบั
นทึ
กไว้
นั
้
นคื
อ การผสมผสาน มี
ทั
้
งชนชั
้
นปกครอง ชนชั
้
นไพร่
ฟ้
าข้
าทาส และชนชาติ
ใหญ่
ที่
มี
ทั
้
งกั
มพู
ชา เสี
ยม จาม และจี
น
(เฉลิ
มยง บุ
ญเกิ
ด. 2543 : 11- 15)
ชี
้
ให้
เห็
นว่
า กั
มพู
ชามิ
ได้
อยู
่
อย่
างโดดเดี่
ยวมี
การขั
บเคลื่
อนทางด้
านเศรษฐกิ
จ สั
งคมอย่
าง
ต่
อเนื่
อง และได้
ขยายลั
กษณะความเป็
นกั
มพู
ชาออกไปในพื
้
นที่
อื่
น ๆ ทั
่
วบริ
เวณลุ
่
มแม่
นํ
้
าโขง
ตอนล่
าง เช่
น พิ
มาย สุ
โขทั
ย ลพบุ
รี
อยุ
ธยา กาญจนบุ
รี
ในไทย เวี
ยงจั
นทน์
ในลาว และดานั
ง เว้
ใน
เวี
ยดนาม (Yoshiaki Ishizawa. 1999 : 198) ทํ
าให้
เข้
าใจคุ
ณลั
กษณะมนุ
ษย์
เกี่
ยวกั
บความศรั
ทธาหรื
อ
ความรั
ก ความเข้
าใจ และการมี
ส่
วนร่
วมกั
นคิ
ด ร่
วมกั
นทํ
า ที่
มี
อยู
่
ในสั
งคมนั
้
นนํ
าไปขยายไปย ั
งพื
้
นที่
ต่
างๆ อย่
างที่
สมั
ยนครวั
ดนครธมรั
บระบบ กระบวนการ โครงสร้
างทางสั
งคม เศรษฐกิ
จ และ
การเมื
องจากอิ
นเดี
ย หรื
อจี
นมาปรุ
งแต่
งใหม่
ทํ
าให้
ลั
กษณะกระบวนการดั
งกล่
าวเกิ
ดขึ
้
นในพื
้
นที่
นั
้
นๆ โดยสมรรถภาพในสั
งคมนั
้
นได้
อนุ
โลมตนตามสภาวะแวดล้
อม เป็
นเครื่
องชี
้
วั
ดให้
เห็
นคุ
ณภาพ
ที่
เชื่
อมโยงจากอดี
ตที่
หลงเหลื
ออยู
่
ในสั
งคมปั
จจุ
บั
น อาทิ
เช่
น ความเชื่
อเกี่
ยวกั
บพุ
ทธศาสนา
พราหมณ์
ภาษา เทคโนโลยี
และศิ
ลปะที่
เป็
นสถาปั
ตยกรรม เป็
นต้
น หากว่
าพิ
จารณาพื
้
นที่
ปราสาทศี
ขรภู
มิ
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ประเด็
นดั
งกล่
าวก็
มี
ปรากฏการณ์
ในสั
งคม เศรษฐกิ
จในชุ
มชน
และย ั
งสะท้
อนให้
เห็
นการขั
บเคลื่
อนจากภายนอกเข้
าสู
่
สั
งคมกั
มพู
ชา ซึ
่
งย ั
งส่
งผลต่
อเศรษฐกิ
จ