270
โบราณสถานคื
อปราสาทศี
ขรภู
มิ
เมื่
อผู
้
มาศึ
กษาหรื
อชมปราสาทแล้
วก่
อนกลั
บก็
จะมากราบไหว้
หลวงพ่
อพร้
อมขอพรประดั
บชี
วิ
ตติ
ดตั
วและถื
อปฏิ
บั
ติ
สร้
างความดี
ต่
อตั
วเองและผู
้
อื่
น ถ้
าเป็
นพ่
อค้
า
ก็
ขอธรรมะแนวพุ
ทธศาสนาไปปฏิ
บั
ติ
ตั
วกั
บการทํ
ามาค้
าขายและจะต้
องปฏิ
บั
ติ
ดี
ต่
อสั
งคม ทุ
กวั
นนี
้
หลั
กพุ
ทธศาสนาเป็
นที่
ยึ
ดเหนี
ยวจิ
ตใจต่
อชาวบ้
านและพ่
อค้
าชาวตลาดศี
ขรภู
มิ
จากความศรั
ทธาต่
อ
พระพุ
ทธศาสนาและการเติ
บโตทางดานเศรษฐกิ
จ-สั
งคมเพิ ่
มขึ
้
นจึ
งเกิ
ดมี
วั
ดในเขตใกล้
เคี
ยงปราสาท
ศี
ขรภู
มิ
อี
ก 2 วั
ด คื
อวั
ดศรี
วิ
หาญเจริ
ญ และวั
ดระแงง นอกจากนี
้
มี
ศาลเจ้
าของชาวจี
นสํ
าหรั
บกราบ
ไหว้
บู
ชา สั
กการะเทพเจ้
าตลอดปี
โดยเฉพาะวั
นตรุ
ษจี
น สุ
เหร่
าหรื
อมั
สยิ
ด เป็
นที่
บู
ชา เคารพพระผู
้
เป็
นเจ้
าผู
้
นั
บถื
อศาสนาอิ
สลาม แม้
ว่
ามี
ความเชื่
อของผู
้
คนแตกต่
างกั
นแต่
ชาวศี
ขรภู
มิ
เคารพในความ
แตกต่
างในวั
ฒนธรรม และมี
เอกภาพที่
ดี
ต่
อการอาศั
ยอยู
่
ร่
วมกั
นได้
อย่
างดี
มาโดยตลอด โดยเฉพาะ
ใช้
องค์
ปราสาทศี
ขรภู
มิ
เป็
นจุ
ดร่
วมความเชื่
อหลั
กสร้
างความดี
ร่
วมกั
น พิ
จารณาได้
จากการจั
ดงาน
ประจํ
าปี
ของปราสาทศี
ขรภู
มิ
ทุ
กคนร่
วมกั
นจั
ดแสดงกิ
จกรรมความเก่
าแก่
ของตํ
านานพั
นปี
ในองค์
ปราสาทอั
นเป็
นศิ
ลปวั
ฒนธรรมในจิ
ตสํ
านึ
กร่
วมกั
นทุ
กปี
เพื่
อสร้
างความขลั
ง ความศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
ของ
พื
้
นที่
อาณาจั
กรโบราณที่
เมื่
อก่
อนเราเคยมี
วั
ฒนธรรมร่
วมกั
นในอุ
ษาคเนย์
ที่
ไม่
มี
เขตแดน แต่
มี
วั
ฒนธรรมร่
วม ดั
งเช่
น ภาพจํ
าหลั
กนางอั
ปสราปราสาทศี
ขรภู
มิ
แห่
งนี
้
ได้
สร้
างความสั
มพั
นธ์
ร่
วมนาง
อั
ปสราร่
วมกั
บปราสาทนครวั
ดนครธมของประเทศกั
มพู
ชา บ่
งบอกว่
าเรามี
วั
ฒนธรรมร่
วมกั
นที่
ช่
วย
สร้
างเศรษฐกิ
จภายในและภายนอกได้
อย่
างย ั ่
งยื
น
เศรษฐกิ
จจากภายนอกของกั
มพู
ชา
ปั
จจุ
บั
นประชากรกั
มพู
ชาส่
วนใหญ่
ย ั
งชี
พอยู
่
ด้
วยการทํ
า
การกสิ
กรรม และทํ
าการประมงจั
บปลาร้
อยละ 85 รั
บประทานข้
าวเป็
นอาหารหลั
ก เป็
นประเทศที่
มี
ความอุ
ดมสมบู
รณ์
มี
ทะเลสาบกว้
างใหญ่
(The Tonle Sap Great Lake) ในฤดู
นํ
้
าหลากกิ
นพื
้
นที่
ของทะเลสาบราว 20,000 – 25,000 ตารางกิ
โลเมตร เป็
นหั
วใจของประเทศกั
มพู
ชาและเป็
นพื
้
นที่
รองรั
บนํ
้
าจากแม่
นํ
้
าโขงในภู
มิ
ภาคเอเชี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
(Deap Loeung, Peter Degen and
Nicolaas Van Zalinge. 2003 : 2 – 4) เป็
นจุ
ดกํ
าเนิ
ดของแหล่
งอารยธรรมวั
ฒนธรรม โดยการสร้
าง
อํ
านาจของอาณาจั
กรนครวั
ดนครธมขยายออกไปกว้
างขวางเกื
อบทั
่
วคาบสมุ
ทรอิ
นโดจี
นหรื
อที่
เรา
รู
้
จั
กอี
กอย่
างหนึ
่
งคื
อ อาณาจั
กรสุ
วรรณภู
มิ
กั
มพู
ชาเป็
นพื
้
นที่
หนึ
่
งในสุ
วรรณภู
มิ
จากเอกสารกล่
าวว่
า เดิ
มเป็
นอาณาจั
กรอิ
สระ อํ
านาจ
ของอาณาจั
กรนี
้
เคยเป็
นที่
ประจั
กษ์
แก่
ลาวและสยาม แต่
อิ
ทธิ
พลของกั
มพู
ชาได้
เสื่
อมลงเป็
นเวลา 3
ศตวรรษแล้
ว ดิ
นแดนดั
้
งเดิ
มส่
วนหนึ
่
งตกเป็
นของญวนฝั
่
งหนึ
่
ง และอี
กฝั
่
งหนึ
่
งตกเป็
นของสยาม
ส่
วนที่
เป็
นของกั
มพู
ชาจริ
ง ๆ นั
้
นได้
แก่
ดิ
นแดนส่
วนใน ได้
แก่
โพธิ
สั
ตว์
และกั
มพงสวาย และ
ดิ
นแดนริ
มทะเลคื
อ กํ
าปงโสม และกํ
าปอด บาทหลวงปั
ลเลอกั
วส์
ได้
เขี
ยนไว้
ว่
า ในปี
พ.ศ. 2387
ประเทศกั
มพู
ชามี
อาณาเขตทางตอนใต้
จดทะเล ทิ
ศเหนื
อและทิ
ศตะวั
นตกจดประเทศสยาม แม่
นํ
้
า