263
เป็
นอํ
าเภอ เรี
ยกว่
า “อํ
าเภอศี
ขรภู
มิ
พิ
สั
ย” ขึ
้
นตรงต่
อจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ซึ
่
งก่
อนหน้
านี
้
บริ
เวณทุ ่
งกุ
ดไผท
ขึ
้
นตรงต่
อเมื
องสั
งขะ เรี
ยกว่
า เมื
อง ศรี
ขรภู
มิ
พิ
สั
ย ในระหว่
างที่
อํ
าเภอศี
ขรภู
มิ
พิ
สั
ยขึ
้
นต่
อจั
งหวั
ด
สุ
ริ
นทร์
นี
้
ได้
มี
การปรั
บปรุ
งบ้
านเมื
องเช่
นเดี
ยวกั
บเมื
องสุ
ริ
นทร์
ได้
แก่
มี
การปรั
บปรุ
งส่
วยสาอากร
เดิ
มเคยเก็
บคนละ2 บาท แล้
วปรั
บขึ
้
นเป็
น3 บาท 50 สตางค์
และในปี
พ.ศ.2453 สมั
ยข้
าหลวงธนสาร
ข้
าหลวงกํ
ากั
บราชการเมื
องสุ
ริ
นทร์
ได้
ปรั
บส่
วยสาอากรขึ
้
นเป็
น 4 บาท ในสมั
ยนั
้
น เงิ
นหายากมาก
กว่
าจะได้
แต่
ละบาท คนที่
ไม่
มี
ต้
องไปกู
้
ยื
มเขา ซึ
่
งเรี
ยกว่
าตกเป็
น “ทาสนํ
้
าเงิ
น” ของผู
้
มั ่
งมี
(สิ
งหะ
ชะโยจ และคนอื่
น ๆ. 2531 : 31)
ปั
จจั
ยภายนอกอย่
างหนึ
่
งที่
สํ
าคั
ญ ทํ
าให้
เกิ
ดเมื
องศรี
ขรภู
มิ
พิ
สั
ย (ปั
จจุ
บั
นเขี
ยน ศี
ขรภู
มิ
) และ
ต่
อมาลดบทบาทลงเป็
นอํ
าเภอศรี
ขรภู
มิ
พิ
สั
ย ขึ
้
นต่
อเมื
องสุ
ริ
นทร์
แต่
อํ
าเภอศี
ขรภู
มิ
ย ั
งมี
ความสํ
าคั
ญ
เพราะเป็
นศู
นย์
กลางเส้
นทางผ่
านไปย ั
งเมื
องสํ
าคั
ญทุ
กทิ
ศทาง เป็
นพื
้
นที่
สํ
าคั
ญที่
ชุ
มชนอื่
นรู
้
เส้
นทางนี
้
ดี
ทั
้
งเป็
นเส้
นทางเก่
าสมั
ยขอมที่
ชาวบ้
านเรี
ยกว่
า ทางพระเจ้
าแผ่
นดิ
นเดิ
น เป็
นทางผ่
านจากเมื
องพิ
มาย
ผ่
านเมื
องสุ
ริ
นทร์
ผ่
านพื
้
นที่
ปราสาทศี
ขรภู
มิ
ไปสู
่
ศรี
สะเกษ และเมื
องอุ
บลราชธานี
นอกจากนี
้
จุ
ด
ปราสาทศี
ขรภู
มิ
ย ั
งเป็
นทางผ่
านจากอํ
าเภอรั
ตนบุ
รี
ซึ
่
งเป็
นเมื
องเก่
าเมื่
อประสงค์
เดิ
นทางไปย ั
งช่
องจอม
ผ่
านเข้
าสู
่
ประเทศกั
มพู
ชาก็
ต้
องผ่
านพื
้
นที่
ปราสาทศี
ขรภู
มิ
หรื
อ การเดิ
นทางของหมู
่
บ้
านเลี
้
ยงช้
างใช้
เส้
นทางจากบ้
านหนองบั
วเจ้
าป่
า ตํ
าบลสตึ
ก จั
งหวั
ดบุ
รี
รั
มย์
ผ่
านบ้
านตากลาง บ้
านเมื
องลี
ง บ้
าน
จอมพระ (พื
้
นที่
จุ
ดรวมของการไปโพนช้
างป่
าบริ
เวณปราสาทจอมพระ อํ
าเภอจอมพระ) ผ่
านบ้
าน
บุ
แกรง อํ
าเภอจอมพระ บ้
านแตล ตํ
าบลแตล บ้
านระแงง บ้
านปราสาท บ้
านยางเตี
้
ย ตํ
าบลระแงง
เลาะลํ
าห้
วยเสน สู
่
บ้
านสั
งขะ บ้
านดมหรื
อบริ
เวณปราสาทภู
มิ
โพน ตํ
าบลดม อํ
าเภอสั
งขะ บ้
านด่
าน
ตํ
าบลด่
าน เข้
าสู
่
ช่
องจอม หรื
อช่
องตาตุ
ม ลงสู
่
พื
้
นที่
ประเทศกั
มพู
ชา แต่
มี
ทางแยกของชาวกู
ยโพน
ช้
างป่
าไปอี
กเส้
นทางหนึ
่
ง คื
อ จากบ้
านแตล ไปบ้
านตรึ
ม อํ
าเภอศี
ขรภู
มิ
บ้
าน สํ
าโรงทาบ อํ
าเภอ
สํ
าโรงทาบ ผ่
านปราสาทปรางกู
่
อํ
าเภอปรางกู
่
จั
งหวั
ดศรี
สะเกษ ไปทางบ้
านละลม ตํ
าบลละลม
ผ่
านบ้
านไพรพั
ฒนา ตํ
าบลไพรพั
ฒนา อํ
าเภอภู
สิ
งห์
จั
งหวั
ดศรี
สะเกษ ผ่
านช่
องชง ํ
า ไปสู
่
นครวั
ด
นครธม ประเทศกั
มพู
ชา แต่
ชาวกู
ยใช้
เส้
นทางโพนช้
างไปทาง อั
ลลองเวง จั
บช้
างบริ
เวณป่
า สะอาก
บริ
เวณบรู
ตะแบง จั
งหวั
ดพระวิ
หาร ประเทศกั
มพู
ชา
จะเห็
นว่
าเส้
นทางสายดั
งกล่
าว ยึ
ดพื
้
นที่
ตั
ดสิ
นใจของชาวกู
ยผ่
านบริ
เวณปราสาทศี
ขรภู
มิ
ก่
อนแยกทางไปโพนช้
างตามแนวเทื
อกเขาดงรั
ก ของประเทศไทย และประเทศกั
มพู
ชา เป้
าหมาย
ของการโพนช้
างป่
าของชาวกู
ย คื
อ หารายได้
เงิ
นตรามาจั
บจ่
ายใช้
สอยในครั
วเรื
อน ฝึ
กช้
างป่
าให้
เข้
าใจภาษาของเจ้
าของช้
าง แล้
วใช้
บริ
การรั
บจ้
างงานประเพณี
ของชาวอี
สานอี
สานใต้
ใช้
แห่
ในงาน
กฐิ
น งานบวช และย ั
งขายให้
คนนอกท้
องถิ
่
นที่
เข้
ามาซื
้
อไปใช้
ชั
กลากไม้
ออกจากป่
า ผู
้
มาซื
้
อช้
างมา
จากเพชรบู
รณ์
หล่
มศั
กดิ
์
ลํ
าปาง นครนายก ตลาด เลย (วิ
ลาศ โพธิ
สาร. 2539 : 8) ราคาที่
ซื
้
อขาย