10
ผสมกลมกลื
นเป็
นวั
ฒนธรรมของชนอี
กกลุ
่
มหนึ
่
ง โดยทั ่
วไปแล้
วชนชาติ
ส่
วนน้
อยจะค่
อย ๆ
เปลี่
ยนแปลงตนเองให้
เข้
ากั
บชนกลุ ่
มใหญ่
เช่
น ภาษา ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
และวิ
ถี
การดํ
าเนิ
น
ชี
วิ
ตของตน
สุ
นทร สุ
รวาทกุ
ล (2531 : 11) กล่
าวถึ
งการผสมกลมกลื
นว่
า เป็
นกระบวนการที่
เป็
นไปตาม
ขั
้
นตอนโดยมี
สภาพการณ์
ของสั
งคม สิ ่
งแวดล้
อม และบุ
คคล ร่
วมกั
นแสดงความคิ
ดเห็
นและความ
คาดหวั
งในกลุ ่
มที่
เป็
นสมาชิ
กอยู
่
เมื่
อนานวั
นเข้
าก็
จะเกิ
ดความเข้
าใจอย่
างช้
า ๆ ในความหมายของสิ ่
ง
ที่
เกิ
ดใหม่
จากการผสมกลมกลื
นนั
้
น กระบวนการดั
งกล่
าวในแต่
ละสั
งคมย่
อมไม่
สามารถกํ
าหนดวั
น
เวลา และโอกาสผสมกลมกลื
นอย่
างแน่
นอนได้
ความสํ
าเร็
จของการผสมกลมกลื
นในเบื
้
องต้
นจะ
ขึ
้
นอยู
่
กั
บสมรรถภาพของการติ
ดต่
อสื่
อสารหรื
อการสื่
อความหมาย โดยเฉพาะภาษาที่
แต่
ละสั
งคม
ยอมรั
บว่
าเป็
นภาษากลางของชุ
มชนของตน ซึ
่
งจะเป็
นพื
้
นฐานสํ
าคั
ญของการผสมกลมกลื
นทาง
วั
ฒนธรรมว่
า เป็
นกระบวนการที่
เชื่
อมสั
มพั
นธ์
ต่
อกั
นประหนึ
่
งการหลอมละลายสิ
่
งต่
าง ๆ เข้
าด้
วยกั
น
ภายในสั
งคมทั
้
งระหว่
างบุ
คคลต่
อบุ
คคล และบุ
คคลต่
อกลุ
่
ม โดยการนํ
าเอาประสบการณ์
และสิ ่
งที่
เห็
นว่
าเป็
นความถู
กต้
องเหมาะสมมาเชื่
อมสั
มพั
นธ์
หรื
อแลกเปลี่
ยนกั
น เพื่
อให้
เกิ
ดการยอมรั
บ
ด้
วยกั
นทุ
กฝ่
าย จนกระทั
่
งกลายเป็
นส่
วนหนึ
่
งของวั
ฒนธรรมที่
เป็
นแนวทางของการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตใน
สั
งคมทั ่
ว ๆ ไป การผสมกลมกลื
นทางวั
ฒนธรรมจึ
งเป็
นการเชื่
อมความสั
มพั
นธ์
ดุ
จการหลอมละลาย
ของวั
ฒนธรรม ซึ
่
งมี
ความแตกต่
างกั
นให้
เป็
นอั
นหนึ
่
งอั
นเดี
ยวกั
น โดยมี
การแลกเปลี่
ยน ปรั
บปรุ
ง
แก้
ไข หรื
อ เปลี่
ยนแปลงตามความเหมาะสม ความไม่
เข้
าใจกั
นในสั
งคมให้
ลดน้
อยหรื
อหมดไป
และสร้
างความสงบสุ
ข ความสามั
คคี
ความเข้
ใจอั
นดี
ต่
อกั
นในสั
งคมของมวลมนุ
ษย์
เสาวนี
ย์
จิ
ตต์
หมวด (2531 : 266) ได้
ให้
ความหมายของการผสมกลมกลื
นไว้
ว่
า การผสม
กลมกลื
นมี
ความหมายในทํ
านองเดี
ยวกั
นกั
บการผสมผสาน และการบู
รณาการ กล่
าวคื
อ เป็
นการที่
กลุ
่
มสั
งคมที่
มี
วั
ฒนธรรมต่
างกั
นรั
บเอาวั
ฒนธรรมที่
ไม่
ใช่
ของตนเข้
ามาปฏิ
บั
ติ
หรื
อพยามทํ
าให้
เกิ
ดกา
รั
บเอาวั
ฒนธรรมของตนไปปฏิ
บั
ติ
เป็
นส่
วนหนึ
่
งในวั
ฒนธรรมเดิ
มของสั
งคมอื่
น และหากรั
บเอามี
ความเข้
มข้
นมากจนแทบผสานเป็
นเนื
้
อเดี
ยวกั
น เรี
ยกได้
ว่
าเป็
นการผสมกลมกลื
น
เสรี
ย์
พงษ์
ภิ
ญโญ (2534 : บทคั
ดย่
อ) ได้
ศึ
กษาวิ
จั
ยการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม เศรษฐกิ
จ
และวั
ฒนธรรมในหมู
่
บ้
านกํ
าลั
งพั
ฒนา บ้
านหนองเต่
า ตํ
าบลโคกสี
อํ
าเภอเมื
องขอนแก่
น จั
งหวั
ด
ขอนแก่
น พบว่
า ลั
กษณะการเปลี่
ยนแปลงทางเศรษฐกิ
จ เริ ่
มมี
การเปลี่
ยนแปลงจากการผลิ
ตเพื่
อย ั
ง
ชี
พมาเป็
นการาผลิ
ตเพื่
อขายมากขึ
้
น ผลผลิ
ตเพิ
่
มมากขึ
้
น การติ
ดต่
อซื
้
อขายระหว่
างหมู
่
บ้
านกั
บเมื
อง
มากขึ
้
น ด้
วยอิ
ทธิ
พลของการติ
ดต่
อสื่
อสารและการแพร่
กระจายทางวั
ฒนธรรม ทํ
าให้
ค่
านิ
ยมของ
สั
งคมเมื
องเขามาครอบง ํ
าวิ
ถี
ชี
วิ
ตแบบพื
้
นบ้
าน และก่
อให้
เกิ
ดอาชี
พเสริ
มขึ
้
นใหม่
หลายอย่
างใน
หมู
่
บ้
าน ลั
กษณะการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมในระบบเครื
อญาติ
ซึ
่
งแต่
เดิ
มมี
การ