260
ไหลเข้
าสู
่
พื
้
นที่
ทุ ่
งกุ
ดไผทในช่
วงนํ
้
าหลาก ได้
แก่
นํ
้
าที่
ไหลมาจากทางใต้
ซึ
่
งเป็
นต้
นนํ
้
าอยู
่
ในเขต
อํ
าเภอลํ
าดวน เรี
ยกว่
า ห้
วยกระโดน นํ
้
าที่
ไหลจากทิ
ศตะวั
นตกไหลมาจากบ้
านเมื
องที
ต้
นนํ
้
าอยู
่
ใน
เขตอํ
าเภอเมื
องสุ
ริ
นทร์
เรี
ยกว่
า ห้
วยจารพั
ต นํ
้
าที่
ไหลมาจากทางทิ
ศตะวั
นตกเฉี
ยงเหนื
อและเป็
นต้
น
นํ
้
าอยู
่
ที่
อํ
าเภอเขวาสิ
นทร์
เรี
ยกว่
า ห้
วยนํ
้
าขุ
่
น ลํ
าห้
วยทุ
กสายไหลลงสู
่
ห้
วยลํ
าพอกบริ
เวณทิ
ศใต้
ปราสาทศี
ขรภู
มิ
จึ
งมี
ลั
กษณะคล้
ายกุ
ด บริ
เวณรอบกุ
ดเป็
นพื
้
นที่
ราบลุ
่
มนํ
้
าท่
วมในฤดู
ฝน นํ
้
าบริ
เวณ
กุ
ดไผทนี
้
ไหลไปสู
่
ทุ ่
งอั
นทรายเขตบ้
านโนนบุ
รี
ตํ
าบลสํ
าโรงทาบ เดิ
มเรี
ยกว่
าทุ
่
งอั
นทราย ห้
วยลํ
า
พอกไหลผ่
านทุ
่
งดั
งกล่
าวแล้
วไหลสู
่
ห้
วยทั
บทั
นที่
บ้
านหมื่
นศรี
ใหญ่
อํ
าเภอสํ
าโรงทาบ จั
งหวั
ด
สุ
ริ
นทร์
จากลั
กษณะทางกายภาพทางภู
มิ
ศาสตร์
โดยธรรมชาติ
จึ
งเป็
นพื
้
นที่
อุ
ดมสมบู
รณ์
จึ
งเหมาะ
ต่
อการตั
้
งหลั
กแหล่
งของชุ
มชนตั
้
งแต่
ยุ
คก่
อนประวั
ติ
ศาสตร์
จนถึ
งปั
จจุ
บั
น
จากภาพถ่
ายทางอากาศในโครงการวิ
จั
ยชุ
มชนโบราณ ของจุ
ฬาลงกรณ์
มหาวิ
ทยาลั
ยเมื่
อ
19/11/76 ที่
ปรากฏรอบบริ
เวณปราสาทศี
ขรภู
มิ
และชุ
มชนทุ
่
งกุ
ดไผท เช่
น บ้
านอนั
นต์
ตํ
าบลยาง
บ้
านก้
านเหลื
อง ตํ
าบลผั
กไหม (เดิ
มขึ
้
นตํ
าบลระแงง) บ้
านจารพั
ต บ้
านตากุ
ย ตํ
าบลตรมไพร และมี
หมู
่
บ้
านชุ
มชนโบราณที่
ตั
้
งอยู
่
ใกล้
เคี
ยงพื
้
นที่
ทุ ่
งกุ
ดไผท ได้
แก่
บ้
านตรึ
ม บ้
านไพรษร บ้
านแตล บ้
าน
ช่
างปี่
อํ
าเภอศี
ขรภู
มิ
และบ้
านสํ
าโรงทาบ อํ
าเภอสํ
าโรงทาบ (เดิ
มขึ
้
นอํ
าเภอศี
ขรภู
มิ
) หลั
กฐาน
โบราณสถานในเขตทุ
่
งกุ
ดไผทมี
ปราสาทขอมสมั
ยนครวั
ด นอกจากปราสาทศี
ขรภู
มิ
แล้
วย ั
งมี
ปราสาทบ้
านอนั
นต์
ตํ
าบลยาง ปราสาทบ้
านช่
างปี่
(อโรคยาศาล) ตํ
าบลช่
างปี่
ปราสาทที่
อยู
่
รายรอบ
นอกเขตปราสาทศี
ขรภู
มิ
ได้
แก่
ปราสาทภู
มิ
โปน ตํ
าบลดม ปราสาทยายเหงา ตํ
าบลสั
งขะ อํ
าเภอ
สั
งขะ ปราสาทตะเปรี
ยงเตี
ย ตํ
าบลโชคเหนื
อ อํ
าเภอลํ
าดวน ปราสาทจอมพระ (อโรคยาศาล) อํ
าเภอ
จอมพระ ปราสาทสระกํ
าแพงใหญ่
ปราสาทสระกํ
าแพงน้
อย อํ
าเภออุ
ทุ
มพรพิ
สั
ย จั
งหวั
ดศรี
สะเกษ
เมื่
อมาถึ
งสมั
ยอยุ
ธยามี
ปราสาทเกิ
ดขึ
้
นใกล้
เคี
ยงบริ
เวณปราสาทศี
ขรภู
มิ
คื
อ ปราสาทบ้
านเมื
องที
อํ
าเภอเมื
องสุ
ริ
นทร์
ปราสาทบ้
านป้
าเวย หรื
อปราสาทบ้
านหมื่
นศรี
ตํ
าบลหมื่
นศรี
ใหญ่
อํ
าเภอ
สํ
าโรงทาบ ชี
้
ให้
เห็
นว่
าบริ
เวณชุ
มชนทุ ่
งกุ
ดไผท และบริ
เวณรายรอบมี
ผู
้
คนอาศั
ยอยู ่
อย่
างต่
อเนื่
อง
ตั
้
งแต่
ยุ
คก่
อนประวั
ติ
ศาสตร์
ได้
รวมกลุ ่
มชนตั
้
งบ้
านอาศั
ยอยู
่
รวมกั
น
ต่
อมาชุ
มชนพั
ฒนาคิ
ดสร้
างทํ
าการเกษตรผลิ
ตเทคโนโลยี
ทางการเกษตรปรั
บปรุ
งตนเอง
ชุ
มชนบริ
เวณนี
้
มี
วิ
ญญาณแห่
งการผสมผสาน และอดกลั
้
นตั
้
งแต่
พื
้
นฐานทางจิ
ตใจอั
นเปี่
ยมไปด้
วย
ความเชื่
อมั
่
นทางศาสนา ภาษา วิ
ทยาศาสตร์
ศิ
ลปะ หากจะพิ
จารณาทางด้
านศิ
ลปะพบว่
า ลั
กษณะที่
สะท้
อนความโดดเด่
นคื
อภาพจํ
าหลั
กทั
บหลั
งปราสาทศี
ขรภู
มิ
และกรอบประตู
ที่
ใช้
ศาสตร์
และศิ
ลป์
ในความรู
้
สึ
ก ยึ
ดหยุ ่
นมาสู
่
รุ ่
นต่
อรุ ่
นของกลุ ่
มสั
งคมที่
รั
ก เข้
าใจ มองเห็
นความจริ
งในสิ ่
งที่
เป็
นคุ
ณค่
า
เมื่
อสถานการณ์
ปรั
บเปลี่
ยนตามบทบาทหน้
าที่
ตระหนั
กในจิ
ตสํ
านึ
กในท่
ามกลางเศรษฐกิ
จปั
จจุ
บั
น
ที่
เน้
นเรื่
องของเงิ
นตรา การสื่
อสาร ดั
งนั
้
นนางอั
ปสราในภาพจํ
าหลั
กของปราสาทศี
ขรภู
มิ
ริ
มกรอบ