256
ดนตรี
โบราณกั
มพู
ชาเจริ
ญสู
งสุ
ดในยุ
คพระนคร ภาพจํ
าหลั
กตามวิ
หารและเทวาลั
ยต่
าง ๆ
ในเมื
องพระนคร และละแวกใกล้
เคี
ยงมั
กมี
ภาพนางอั
ปสรและเครื่
องดนตรี
ประกอบอยู
่
เสมอ อาทิ
พิ
ณ ฆ้
องวง กลองราว (ซกอร์
ยล) ฉิ ่
ง และขลุ
่
ยซล็
อเล็
ย ซึ
่
งต่
อมาได้
พั
ฒนาขึ
้
นมาเป็
นวงพิ
ณพาทย์
ในช่
วงหลั
ง ค.ศ. 1431 บทบาทด้
านดนตรี
ลดลง และเกิ
ดสงครามกั
บภายนอกประเทศ ดนตรี
ใน
ระยะนี
้
มี
ท่
วงทํ
านองโศกเศร้
าโหยหวนเข้
ามาแทนที่
จนถึ
งปี
ค.ศ. 1796 – 1859 จึ
งได้
รั
บการฟื
้
นฟู
ในรั
ชสมั
ยนั
กองค์
ด้
วง ดนตรี
และศิ
ลปะแขนงอื่
นๆ ของกั
มพู
ชาได้
กลั
บมาเฟื่
องฟู
ขึ
้
นอี
กครั
้
ง วง
ดนตรี
แบบดั
้
งเดิ
มมี
2 ประเภทคื
อ วงปปฮั
ตของผู
้
ชาย และวงมโหรี
ของผู
้
หญิ
ง ซึ
่
งประกอบด้
วย
เครื่
องดนตรี
11 ชนิ
ด อาทิ
ขลุ ่
ย ฆ้
องวง ระนาดและพิ
ณสามสาย บางครั
้
งก็
มี
การขั
บร้
องร่
วมด้
วย
ในรู
ปของลํ
านํ
ากลอนสดหรื
อเพลงในพระราชสํ
านั
ก เทศกาลบางงานจะมี
การตั
้
งวงเพลงปิ
นเปี
ยต
บรรเลงเพลงในราชสํ
านั
ก ในขณะที่
วงเพลงแขมร์
จะนิ
ยมเล่
นในงานแต่
งงาน ส่
วนเพลงสมั
ยใหม่
จะได้
รั
บมาจากไทย และจี
น (พวงนิ
ล คํ
าปั
งสุ
์
. 2544 : 226 – 227) เมื่
อมาถึ
งยุ
ครั
ฐบาลเขมรแดง
พยายามทํ
าลายศิ
ลปะแขนงนี
้
ทํ
าลายเครื่
องดนตรี
เผาเสื
้
อผ้
า และตํ
ารา เข่
นฆ่
านั
กดนตรี
นางรํ
า
นางรํ
าบางคน นางรํ
าหนี
เอาตั
วรอดคื
อ เจ้
าหญิ
งบุ
ปผาเทวี
พระธิ
ดาของเจ้
าสี
หนุ
โดยลี
้
ภั
ยไป
ฝรั ่
งเศสเป็
นเวลา สองทศวรรษ หลั
งการล้
มล้
างอํ
านาจเขมรแดง เจ้
าหญิ
งบุ
ปผาเทวี
ทรงช่
วยเหลื
อ
ฟื
้
นฟู
นาฏศิ
ลป์
หลวง ปั
จจุ
บั
นมี
การแสดงที่
โรงแรมคั
มโบเดี
ยนาในกรุ
งพนมเปญ
นาฏศิ
ลป์
หลวงของเขมรคล้
ายคลึ
งนาฏศิ
ลป์
ไทย ความจริ
งนาฏศิ
ลป์
ของทั
้
งสองชาติ
ต่
างส่
ง
ต่
ออิ
ทธิ
พลให้
กั
นและกั
นมาโดยตลอด จนก่
อเกิ
ดศิ
ลปะที่
มี
รู
ปแบบร่
วมกั
นขึ
้
น เครื่
องแต่
งกายและ
เครื่
องประดั
บศี
รษะ ล้
วนทํ
าขึ
้
นอย่
างประณี
ต การแสดงข็
วลคล้
ายคลึ
งกั
บการแสดงโขนของไทย
ถ้
ามองในระดั
บท้
องถิ
่
นของพื
้
นที่
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ชาวบ้
านในช่
วงกั
มพู
ชาตกเป็
นอาณานิ
คมของ
ฝรั ่
งเศสย ั
งเคลื่
อนย ้
ายมาอาศั
ยในเขตเมื
องสุ
ริ
นทร์
ดั
งเอกสารกองจดหมายเหตุ
เรื่
องรายงานตรวจ
ราชการมณฑลภาคอี
สานและนครราชสี
มาบั
นทึ
กในเดื
อนธั
นวาคม พ.ศ. 2469 กล่
าวว่
า
“...พลเมื
องแห่
งจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
เป็
นเขมรเป็
นพื
้
นเหมื
อน เช่
น บุ
รี
รั
มย์
นางรอง มี
ลาวเจื
อปน
เป็
นส่
วนน้
อย กั
บมี
ชาติ
ส่
วยอี
กพวกหนึ
่
งซึ
่
งว่
าพู
ดภาษาของตนเองต่
างหาก ตามที่
ผู
้
รู
้
กล่
าว
ว่
า พื
้
นเป็
นภาษาเขมรเจื
อด้
วยคํ
าลาว พวกเขมรพลเมื
องสุ
ริ
นทร์
ย ั
งคงพู
ดภาษาเขมรอยู
่
ทั ่
วไป และที่
กล่
าวว่
าไม่
รู
้
ภาษาไทยก็
มี
...พลเมื
องพวกนี
้
คงจะรู
้
สึ
กตั
วเป็
นไทยยิ ่
งขึ
้
นทุ
กวั
น
ทั
้
งการลู
กเสื
อก็
ย่
อมเป็
นปั
จจั
ยช่
วยในทางนี
้
อยู
่
มาก ส่
วนการไปมาถึ
งกั
นกั
บพวกเขมรตํ
่
าใน
ปกครองของฝรั ่
งเศสนั
้
น สอบสวนได้
ความว่
าย ั
งมี
อยู
่
เสมอ แต่
มี
ฝ่
ายคนเบื
้
องเขมรตํ
่
า
อพยพเข้
ามาอยู ่
ทางฝ่
ายเราเสี
ยมากกว่
า ปี
หนึ
่
งเข้
ามาประมาณสั
ก 50 คน โดยมากเป็
นเรื่
อง
หนี
ส่
วยสาอากรที่
ทางฝ่
ายโน้
นเก็
บแรงกว่
าทางนี
้
...”
(กองจดหมายเหตุ
แห่
งชาติ
. 2470 : 6 – 7)