Page 273 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

255
ตะวั
นตก (อิ
นเดี
ยและอิ
หร่
าน)และตะวั
นออก (จี
นฮั ่
น) มาใช้
ในงานศาสนา แ ละการเมื
องการ
ปกครองในราชสํ
านั
ก ทางตะวั
นตก คื
อ ชมพู
ทวี
ป (อิ
นเดี
ย) ลั
งกาทวี
ป (ศรี
ลั
งกา) เปอร์
เชี
(อิ
หร่
าน) กั
บทางตะวั
นออกคื
อจี
น (ฮั ่
น) กั
มพู
ชา กั
บไทยนี
ย ั
งเป็
นเครื
อญาติ
กั
น กั
มพู
ชามี
ศู
นย์
กลาง
อยู
ทะเลสาบทางลุ
มแม่
นํ
าโขง ไทยมี
ศู
นย์
กลางอยู
ทางลุ ่
มนํ
าเจ้
าพระยา มี
ความสั
มพั
นธ์
ฉั
นเครื
อญาติ
สื
บมา แต่
คํ
าบอกเล่
ากํ
าเนิ
ดมนุ
ษย์
จนเป็
นอาณาจั
กรเมื
องพระนคร (นครวั
ด)กั
บรั
ฐอโยธยา –ละโว้
(อยุ
ธยา –ลพบุ
รี
)เป็
นขอม คนชั
นนํ
าพู
ดภาษาเขมร เขี
ยนอั
กษรเขมร หรื
ออั
กษรขอม ส่
วนชนชั
ล่
างมี
หลายเผ่
าพั
นธุ
แต่
มี
ตระกู
ลไทย – ลาวเป็
นสํ
าคั
ญ แล้
วเหมารวมเรี
ยกอาณาจั
กรเมื
องพระนคร
เป็
น “ขอม” ด้
วย ราวหลั
ง พ.ศ. 1800 เกิ
ดกาฬโรคระบาด คนชั
นนํ
าตระกู
ลมอญ – เขมรล้
มตาย
มาก ทํ
าให้
ตระกู
ลไทยลาวเติ
บโตมี
อํ
านาจแทนแล้
วสถาปนากรุ
งศรี
อยุ
ธยาขึ
นเป็
นศู
นย์
กลาง ยก
ภาษาเขมรเป็
นราชาศั
พท์
แล้
วปรั
บตั
วอั
กษรเขมร (ขอม) เป็
นอั
กษรไทย เลขเขมรก็
เป็
นเลขไทย
ประชากรที่
เคยเป็
นขอมหรื
อเขมรก็
กลายเป็
นคนไทย อยู
ในอํ
านาจรั
ฐไทยที่
ขึ
นมาใหม่
ครั
นต่
อมา
ราวหลั
ง พ.ศ. 2400 กั
มพู
ชารั
บเทคโนโลยี
ก้
าวหน้
าบางอย่
างและวั
ฒนธรรมร่
วมจากไทย เช่
น เพลง
ดนตรี
“เถา” ที่
สร้
างใหม่
สมั
ยกรุ
งรั
ตนโกสิ
นทร์
ส่
วนเพลงนางนาคเป็
นสั
ญลั
กษณ์
บรรพชน
ร่
วมกั
นของกั
มพู
ชาและไทย เท่
ากั
บเป็
นพยานยื
นย ั
นว่
า ดนตรี
กั
มพู
ชาและไทยมี
รากเหง้
าเก่
าแก่
ร่
วมกั
น ตั
งแต่
ยุ
คดึ
กดํ
าบรรพ์
ตาบจนทุ
กวั
นนี
จะต่
างกั
นบ้
างก็
ในรายละเอี
ยดปลี
กย่
อย เช่
น ยุ
คดึ
ดํ
าบรรพ์
ตราบจนถึ
งปั
จจุ
บั
นนี
(ยน เคี
ยนและคณะ. 2553 : 30) แต่
เครื่
องดนตรี
โบราณกั
มพู
ชาที่
ปรากฎตามรู
ปสลั
กได้
สู
ญหายไปหมดแล้
ว โดยมี
สาเหตุ
จาก สงครามภายในประเทศในระยะเวลา
อั
นยาวนาน เป็
นที่
ทราบกั
นอยู
แล้
วว่
า ยน เคี
ยน กล่
าวอี
กว่
า ในสมั
ยก่
อนประเทศของเราได้
รั
อิ
ทธิ
พลอารยธรรมและวั
ฒนธรรมจากประเทศอิ
นเดี
ย มี
การประยุ
กต์
ใช้
เป็
นเอกลั
กษณ์
ของกั
มพู
ชา
จนถึ
งปั
จจุ
บั
นนี
อาจกล่
าวได้
ว่
าการดนตรี
ของกั
มพู
ชาเฟื่
องฟู
ในราชสํ
านั
กและตามหมู
บ้
าน มี
ดนตรี
ที่
ใช้
เพื่
งานพิ
ธี
และเพื่
อความบั
นเทิ
งเริ
งใจ ดั
งที่
เฉลิ
ม ยงบุ
ญเกิ
ด เสนอว่
า “...เดื
อน 8 เป็
นงานไอหลาน
(หลานคื
อ รํ
า) ไอหลานนั
นคื
อ การฟ้
อนรํ
า เขากํ
าหนดตั
วนั
กแสดงและพวกดนตรี
ไว้
แต่
ละวั
นให้
ไปร่
ายรํ
ากั
นในพระราชวั
ง...” (เฉลิ
ม ยงบุ
ญเกิ
ด. 2553 : 26) ในราชสํ
านั
กย ั
งมี
การละเล่
นระบํ
ารํ
ฟ้
อน โขน หนั
งตะลุ
งถ้
าเป็
นงานทางพิ
ธี
ศาสนา จะใช้
วงพิ
ณพาทย์
(ปิ
นเปี
ยต) และวงมโหรี
(โมเฮารี
)
เล่
นประกอบ วั
ดต่
าง ๆ มี
วงพิ
นพาทย์
และวงโกรงซกอร์
ของตนเองเอาไว้
เล่
นในงานศพ การเล่
แบบชาวบ้
านมี
การเล่
นเพลงกอร์
ในงานแต่
งงาน เพลงอาเรี
ยะ (อารั
ก) ในการทรงเจ้
าเข้
าผี
การเล่
เพลงอาย ั
ยตอบโต้
กั
น และการเล่
าเรื่
องผ่
านเพลี
ยงเจรี
ยงจั
บไปย ยี่
เก และบาสั
ก เป็
นการแสดงเพื่
ความบั
นเทิ