254
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
การเกิ
ดวงกั
นตรึ
มทั
่
วไปในชุ
มชนเขมรในอี
สานใต้
เช่
น กลุ ่
มนํ
้
าผึ
่
งบ้
านดงมั
น
กลุ
่
มลู
กทุ ่
ง-กั
นตรึ
มเจน สายใจ (เจน สายใจ สํ
าเร็
จการศึ
กษาจากมหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏสุ
ริ
นทร์
ปี
ระดั
บปริ
ญญาโท ในปี
2553 วิ
จั
ยเรื่
อง กั
นตรึ
มพื
้
นบ้
านสุ
ริ
นทร์
) การแสดงกั
นตรึ
มพื
้
นบ้
านได้
เข้
าไป
ผสมกลมกลื
นกั
บการแสดงลิ
เก เช่
น ลิ
เกคณะสั
งเวยมั
จจุ
ราช สํ
านั
กงานอยู
่
ที่
บ้
านบึ
ง ตํ
าบลบึ
ง
อํ
าเภอเขวาสิ
นริ
นทร์
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ที่
เน้
นการแต่
งกายประกอบ แสง สี
เสี
ยง แนวการแต่
งกาย
ตามภาพจํ
าหลั
กปราสาทหรื
อสถาปั
ตยกรรมขอมต่
าง ๆในอี
สานใต้
การแสดงมี
การปรั
บเนื
้
อหาของ
เรื่
องผสมผสานการร้
องเพลงกั
นตรึ
ม และผู
้
แสดงมี
จุ
ดเด่
นการเสนอเป็
นความหลากหลายทางภาษา
ท้
องถิ ่
น เช่
น เสี
ยงร้
องพู
ดภาษากู
ย ปนกั
บภาษาเขมร ลาว จี
น สํ
าเนี
ยงภาษามอญและภาษาไทย
ตั
วตลกจะใส่
ความรู
้
สึ
กกั
บเสี
ยงปี่
พาทย์
สี
เครื่
องแต่
งกายสอดรั
บตลกสมั
ยใหม่
ประยุ
กต์
ร่
วมกั
บสมั
ย
เก่
า ทํ
าให้
ผู
้
ชมมี
ความรู
้
สึ
กร่
วมกั
บบทบาทการแสดง ข้
อคิ
ดลิ
เกคณะสั
งเวยมั
จจุ
ราชนี
้
มี
คุ
ณสุ
ดารั
ตน์
สุ
ดคะนึ
งแสดงร่
วมด้
วย เป็
นผู
้
สํ
าเร็
จการศึ
กษาระดั
บปริ
ญญาตรี
ทางนาฏศิ
ลป์
ปี
2553 จาก
มหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏสุ
ริ
นทร์
ด้
วย( ผู
้
วิ
จั
ยได้
ศึ
กษาขณะทํ
าการแสดงลิ
เกคณะนี
้
เมื่
อคื
นวั
นที่
10
เมษายน 2554 ณ สนาม หน้
าโรงเรี
ยนบ้
านแตล ตํ
าบลแตล อํ
าเภอศี
ขรภู
มิ
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ด้
านการแสดงที่
สั
มพั
นธ์
ถึ
งชุ
มชนและชาวบ้
านโดยแท้
คื
อ การแสดงเรื่
องราวตํ
านานพระ
มอเฒ่
า กลายเป็
นหลั
กสู
ตรการเรี
ยนวิ
ชาประวั
ติ
ศาสตร์
ท้
องถิ
่
นในโรงเรี
ยนระดั
บประถมศึ
กษา
มั
ธยมศึ
กษาของสถานศึ
กษาในอี
สานใต้
แต่
ปรั
บเนื
้
อหาในเรื่
องราวของการแสดงแบบชาวบ้
านโดย
แท้
เรี
ยกว่
า แกลมอ ของชุ
มชนชาวกู
ย, โจลมะม๊
อตของชุ
มชนชาวเขมร หรื
อเล่
นสะเอ็
งของชาวเยอ
ในชุ
มชนชาวเยอของจั
งหวั
ดศรี
สะเกษ หรื
อ การเล่
นอ้
อของชุ
มชนชาวลาว แต่
ข้
อสั
งเกตโรงเรี
ยน
ระดั
บมั
ธยมให้
ความสนใจการแสดงนางอั
ปสรา หรื
อนางอั
ปสร และกลุ
่
มโรงเรี
ยนที่
จั
ดกิ
จกรรม
การแสดงฟ้
อนรํ
าอั
ปสราออกนอกพื
้
นที่
สถานศึ
กษาอย่
างต่
อเนื่
อง คื
อ กลุ
่
มวั
ฒนธรรมชุ
มชนพื
้
นบ้
าน
โรงเรี
ยนศี
ขรภู
มิ
พิ
สั
ย อํ
าเภอศี
ขรภู
มิ
กลุ
่
มโรงเรี
ยนวั
ฒนธรรมชุ
มชนพื
้
นบ้
านโรงรั
ยนจอมพระ
ประชาสรรค์
อํ
าเภอจอมพระ จากการแสดงที่
เน้
นเสี
ยงเพลงที่
ลึ
กซึ
้
งโหยหวนได้
ยิ
นแล้
วรู
้
สึ
กคิ
ด
ย ้
อนอดี
ต การแต่
งกายปรั
บให้
เหมื
อนภาพจริ
งในจํ
าหลั
กนางอั
ปสราของสถาปั
ตยกรรมขอม เป็
น
ภาพที่
เซ็
กซี่
ร่
วมสมั
ยใหม่
สอดรั
บกั
บพื
้
นที่
โดยเฉพาะฉากที่
มี
องค์
ปราสาทเบื
้
องหลั
งผู
้
ชมรู
้
สึ
ก
ประทั
บใจ นี่
คื
อการนํ
าเอาภาพจํ
าหลั
กออกมาเคลื่
อนไหวให้
มี
ชี
วิ
ต ดั
งที่
สุ
กร เจริ
ญสุ
ข แห่
งวิ
ทยาลั
ย
ดุ
ริ
ยางคศิ
ลป์
มหาวิ
ทยาลั
ยมหิ
ดล กล่
าวว่
า เสี
ยง (Sound) มี
อิ
ทธิ
พลต่
อมนุ
ษย์
ในด้
านต่
าง ๆ ร่
างกาย
จิ
ตใจ ความรู
้
สึ
กนึ
กคิ
ด อารมณ์
สมอง ประวั
ติ
ศาสตร์
ประเพณี
วั
ฒนธรรมของสั
งคม วิ
ถี
ชี
วิ
ต
ส่
วนเทคโนโลยี
ดนตรี
ในกั
มพู
ชา ในช่
วงก่
อนยุ
คสมั
ยของการเป็
นอาณานิ
คม คื
อก่
อน ค.ศ.
1863 (เดวิ
ด แชนด์
เลอร์
. 2540 : 213) หากพิ
จารณาหลั
ง พ.ศ. 1000 รั
ฐใหญ่
น้
อยในสุ
วรรณภู
มิ
ที่
อยู
่
ใกล้
ทะเลรวมถึ
งบรรพชนกั
มพู
ชาและไทยเริ
่
มรั
บเครื่
องดนตรี
จากวั
ฒนธรรมก้
าวหน้
าทาง