252
ท้
องเรื่
อง สอดรั
บกั
บบริ
บทในพื
้
นที่
เวลาความรู
้
สึ
กตามสมั
ย โดยเฉพาะการใช้
แสงสป๊
อตไลท์
กั
บ
ชุ
ดฟ้
อนรํ
าของนางอั
ปสรา เสี
ยงอั
นโหยหวนของเครื่
องเสี
ยงดนตรี
ในความรู
้
สึ
กย ้
อนอดี
ตขอม
โบราณ สั
มพั
นธ์
กั
บพื
้
นที่
ของตั
วปราสาท และพื
้
นที่
รอบ ๆกลุ
่
มปราสาท จํ
านวนผู
้
แสดงนั
บร้
อย
กว่
าคน และแบ่
งกลุ ่
มตามบทบาทหน้
าที่
ของผู
้
แสดง เช่
น องค์
พระมหากษั
ตริ
ย์
นางสนม
พราหมณ์
นั
กบวช นั
กพรต ข้
าราชบริ
ภารประชาชน เป็
นการแสดงที่
ยึ
ดความรู
้
สึ
กของผู
้
ชมนั
บ
จํ
านวน ห้
าพั
นกว่
าคน ช่
วงกลางเดื
อน พฤศจิ
กายน ของปี
2554 ผู
้
ชมได้
แก่
คนในท้
องถิ
่
น ต่
างถิ
่
น
และชาวต่
างประเทศที่
สนใจเรื่
องราวของท้
องถิ
่
น เป็
นการสร้
างความรู
้
สึ
กร่
วมเหตุ
การณ์
อย่
าง
น่
าสนใจเมื่
อใช้
เทคโนโลยี
ประกอบการแสดง เช่
น เสี
ยง แสง สี
และสอดรั
บกั
บแนวคิ
ด เรื่
อง
ดนตรี
เพื่
อพั
ฒนาศั
กยภาพของสมอง ของสุ
กรี
เจริ
ญสุ
ข ที่
เสนอว่
า ดนตรี
เป็
นเรื่
องของวั
ฒนธรรม
ดนตรี
มี
ประเด็
นที่
สํ
าคั
ญ 1) ดนตรี
เป็
นเสี
ยง เสี
ยงเป็
นพลั
งที่
มี
อํ
านาจ ดนตรี
สามารถสร้
าง
ความเคลื่
อนไหวได้
ซึ
่
งเป็
นสิ
่
งที่
เป็
นจริ
ง สามารถที่
จะพิ
สู
จน์
ได้
ทุ
กเมื่
อ เมื่
อมี
การเคลื่
อนไหว ก็
จะ
ทํ
าให้
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลง หลั
งจากการเปลี่
ยนแปลงแล้
ว ก็
จะทํ
าให้
เกิ
ดการพั
ฒนา 2) ดนตรี
เป็
น
เรื่
องของวั
ฒนธรรม เฉกเช่
น ภาษา การเรี
ยนรู
้
ดนตรี
เป็
นวิ
ธี
เดี
ยวกั
นกั
บการเรี
ยนรู
้
ของภาษาคื
อ
การเลี
ยนแบบ “แม่
สอนลู
ก ภาษาแม่
” ทฤษฎี
ลู
กไม้
หล่
นไม่
ไกลต้
น ทฤษฎี
ลู
กปู
แม่
ปู
แม่
เป็
น
อย่
างไรลู
กเป็
นอย่
างนั
้
น ซึ
่
งลู
กเรี
ยนรู
้
โดยอาศั
ยสิ
่
งแวดล้
อม หั
นมามองผลจากการศึ
กษาของ ชึ
นนิ
ชิ
ซู
ซู
กิ
(Shinnichi Suzuki) พิ
สู
จน์
ว่
า “เด็
กเป็
นลู
กของสิ ่
งแวดล้
อม” หมายความว่
า “เด็
กสุ
พรรณ
พู
ดภาษาสุ
พรรณ (บุ
รี
) ถู
กต้
องสมบู
รณ์
ที่
สุ
ด หากจะพู
ดอี
กว่
า ดนตรี
เป็
นเนื
้
อเดี
ยวกั
นกั
บภาษา “
เด็
กสุ
พรรณก็
ร้
องเพลง และฟั
งเพลงสุ
พรรณอย่
างมี
ความสุ
ขที่
สุ
ดด้
วย” เมื่
อดนตรี
เป็
นเรื่
องของ
เสี
ยง เสี
ยงมี
พลั
ง และอํ
านาจของเสี
ยงสร้
างความเคลื่
อนไหว และความเคลื่
อนไหวสร้
างความ
เปลี่
ยนแปลง ดนตรี
เป็
นเสี
ยงที่
มี
พลั
ง และมี
อํ
านาจที่
สุ
ดจึ
งได้
รั
บความสนใจดนตรี
กั
นมากขึ
้
น ต้
อง
คอยจั
บตาดู
กั
นต่
อไปว่
าโฉมหน้
าดนตรี
ของไทย จะเปลี่
ยนไปทิ
ศทางใด (สุ
กรี
เจริ
ญสุ
ข. 2550 : 17)
เมื่
อพิ
จารณาถึ
งประวั
ติ
ศาสตร์
ช่
วงก่
อนหน้
ายุ
คอาณานิ
คม เมื่
อความเป็
นชาติ
ย ั
งไม่
เกิ
ดขึ
้
น เราพบว่
า
ความหลากหลายทางวั
ฒนธรรมเป็
นส่
วนประกอบชี
วิ
ตที่
สํ
าคั
ญยิ
่
ง ในอิ
นแดนอุ
ษาคเนย์
โดยเฉพาะ
พื
้
นที่
รายรอบเทื
อกเขาดงเร็
กที่
จิ
ตร ภู
มิ
ศั
กดิ
์
กล่
าวในหนั
งสื
อ ความเป็
นมาของคํ
าสยาม ไทย ลาว
และขอม และลั
กษณะทางสั
งคมของชื่
อชนชาติ
เช่
น กู
ย กวย มลอ มลั
ว มอาย กั
นเดรา เยอ
นลู
ร์
นตรา เปอร์
ฯลฯ พวกที่
อยู
่
ในเขมรนั
้
น บางพวกชาวเขมรก็
ตั
้
งชื่
อให้
เช่
น กู
ยดํ
าเรย ดํ
าเรย
เป็
นภาษาเขมร แปลว่
า ช้
าง (จิ
ตร ภู
มิ
ศั
กดิ
์
. 2524 : 446) หรื
อในหนั
งสื
อ พงศาวดารหั
วเมื
อง
มณฑลอี
สาน ที่
กล่
าวถึ
ง พื
้
นที่
ในมณฑลลาวกาว เมื่
อก่
อนจุ
ลศั
กราชได้
1000 ( พ.ศ. 2181) ปี
ก็
เป็
นทํ
าเลป่
าดง ซึ
่
งเป็
นที่
อาศั
ยของคนป่
า อั
นสื
บเชื
้
อสายมาแต่
ขอม ต่
อมาเรี
ยกกั
นว่
า ข่
า ส่
วย กวย
ซึ
่
งย ั
งมี
อยู
่
ในฝั ่
งโขงตะวั
นออก (อมรวงศ์
วิ
จิ
ตร,หม่
อม. 2506 :185) ซึ
่
งย่
อมแสดงให้
เห็
นว่
า