250
สร้
างชาติ
หรื
อรั
ฐนิ
ยม โดยเฉพาะในสมั
ยจอมพล ป. พิ
บู
ลสงคราม เป็
นหั
วหน้
าคณะรั
ฐบาล สง
เสริ
มการรวมชาติ
ในทุ
ก ๆ ด้
าน เช่
น การแต่
งกาย กิ
ริ
ยามารยาท การสวมหมวก การเคารพธงชาติ
มี
การจั
ดตั
้
งสภาวั
ฒนธรรมแห่
งชาติ
ขึ
้
น และที่
สํ
าคั
ญส่
งเสริ
มการใช้
ภาษาไทยให้
แพร่
หลาย อั
นจะ
เป็
นผลการเผยแพร่
ลั
ทธิ
ประชาธิ
ปไตยให้
กว้
างขวางในหมู
่
ประชาชนทั
่
วไปไปอย่
างทั
่
วถึ
งด้
วย ทํ
า
ให้
ผลกระทบของทางราชการ การตั
้
งระเบี
ยบ ป้
ายชื่
อถนน เครื่
องพิ
มพ์
ดี
ด ชื่
อคน ชื่
อโรงเรี
ยน
ฯลฯ และในสมั
ยนี
้
สตรี
ได้
รั
บการยกย่
องให้
มี
ฐานะและบทบาทมากขึ
้
นเท่
าเที
ยมกั
บบุ
รุ
ษ (กรม
ศิ
ลปากร. 2536 : 268)
นายญาติ
ไหวดี
อดี
ต ส.ส. 7 สมั
ยจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ได้
บั
นทึ
กในหนั
งสื
อ “ชี
วิ
ตและผลงาน
ของข้
าพเจ้
าญาติ
ไหวดี
” หน้
า 15 – 18 มี
ใจความว่
า เมื่
อวั
นที่
1 พฤษภาคม 2469 กรมรถไฟหลวง
ปั
จจุ
บั
นเป็
นรั
ฐวิ
สาหกิ
จ เรี
ยกชื่
อว่
า การรถไฟแห่
งประเทศไทย นั
บเป็
นการผู
กขาดเพื่
อรั
ฐแบบ
สั
งคมนิ
ยม ได้
ทํ
าพิ
ธี
เปิ
ดสถานี
รถไฟสุ
ริ
นทร์
เพื่
อรั
บส่
งคนโดยสารและสิ
นค้
าจึ
งมี
พ่
อค้
าชาวสุ
ริ
นทร์
และต่
างจั
งหวั
ดอพยพมาประกอบอาชี
พที่
ตลาดสุ
ริ
นทร์
เป็
นจํ
านวนมาก พ่
อและแม่
ได้
สร้
างร้
านค้
า
โดยเช่
าที่
ดิ
นริ
มถนนธนสารของพ่
อแผน นิ
ยมตรง สร้
างเป็
นห้
องแถวสู
ง 2 ชั
้
น 2 ห้
อง แล้
วทํ
า
การค้
าแบบขายปลี
ก ส่
วนการทํ
านาถื
อว่
าเป็
นอาชี
พหลั
กต่
อไป แต่
จ้
างลู
กจ้
างมาทํ
านาแทน ให้
ชาวนาเช่
าควายที่
มี
อยู
่
20 ตั
ว ทํ
าให้
มี
ข้
าวเปลื
อกเต็
มยุ
้
ง ถึ
ง 2 ยุ
้
งทุ
กปี
ยิ
่
งกว่
านั
้
นพ่
อย ั
งขยายกิ
จการ
ซื
้
อ จั
กรยี่
ห้
อย่
งฮง ให้
ผมรั
บจ้
างตั
ดเย็
บเสื
้
อผ้
า ให้
ผมควบคุ
มไม้
ที่
ตั
ดจากป่
าแถวตํ
าบลท่
าสว่
างไป
ขายให้
พ่
อค้
าที่
สร้
างร้
านค้
า ซึ
่
งต้
องการไม้
แปรรู
ปต่
าง ๆ ปริ
มาณมาก ให้
ผมซื
้
อเข้
าเปลื
อกในฤดู
เก็
บ
เกี่
ยวและนํ
าออกขายให้
แก่
โรงสี
ข้
าวในฤดู
ปั
กดํ
า เวลากลางคื
นย ั
งให้
ผม ไปควบคุ
มโรงละคร โรง
ลิ
เก ซึ
่
งพ่
อให้
สร้
างขึ
้
นเป็
นครั
้
งแรกในสุ
ริ
นทร์
เพื่
อให้
เช่
าบ้
าง และเป็
นโต้
โผด้
วยตนเองบ้
าง อั
น
เป็
นการหารายได้
แข่
งกั
บโรงภาพยนตร์
ในจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ซึ
่
งมี
สมั
ยนั
้
นเพี
ยง 2 โรง (ญาติ
ไหวดี
.
2530 : 84)
ต่
อจากสถานี
รถไฟสุ
ริ
นทร์
(เป็
นเส้
นทางสายโคราช – อุ
บลราชธานี
) ก็
จะผ่
านสถานี
ย่
อยอี
ก
ได้
แก่
สถานี
รถไฟบ้
านฤาษี
สถานี
รถไฟบ้
านเมื
องที
สถานี
รถไฟบ้
านกระโดนค้
อ แล้
วถึ
งสถานี
ศี
ขร
ภู
มิ
(เดิ
มคื
อสถานี
รถไฟบ้
านระแงง) เป็
นสถานี
รถไฟระดั
บอํ
าเภอตั
้
งอยู
่
ตอนกลางของพื
้
นที่
ทุ ่
งกุ
ด
ไผท สมั
ยที่
รถไฟเดิ
นในช่
วงแรก ๆ มี
สิ
นค้
าข้
าวเปลื
อก สุ
กร และไม้
แปรรู
ปบรรทุ
กส่
งไปขายที่
กรุ
งเทพฯ เริ ่
มแรกรถไฟเดิ
นสถานี
รถไฟศี
ขรภู
มิ
มี
โรงสี
ไฟ 1 โรง ช่
วงหลั
งสงครามโลกครั
้
งที่
2
(พ.ศ. 2488 ) มี
โรงสี
ไฟเพิ
่
มอี
ก 3 โรง รวมทั
้
งสิ
้
น 4 โรง ชี
้
ให้
เห็
นว่
าพื
้
นที่
แห่
งนี
้
ผู
้
คนประกอบ
อาชี
พทํ
านาเป็
นสํ
าคั
ญ โดยเฉพาะพื
้
นที่
ทุ ่
งกุ
ดไผท และทุ ่
งอั
นทราย เป็
นเขตต่
อจากพื
้
นที่
ทุ ่
งกุ
ดไผท
อยู
่
ในเขตอํ
าเภอสํ
าโรงทาบ จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
แต่
เดิ
มนั
้
นเป็
นพื
้
นที่
ทํ
าไร่
ทํ
านาสมั
ยขอม จนถึ
งสมั
ย
ปั
จจุ
บั
น พื
้
นที่
แห่
งนี
้
มี
ปราสาทขอมโบราณคื
อ ปราสาทศี
ขรภู
มิ
ปราสาทบ้
านอนั
นต์
และปราสาท