248
ฉลองฉนํ
าไทม” (คณะกรรมการจั
ดทํ
าหนั
งสื
อที่
ระลึ
กวั
นเปิ
ดโรงพยาบาลศี
ขรภู
มิ
. 2526 : 28) เมื่
อผู
้
เป็
นต้
นเพลงร้
องจบวรรค ลู
กคู
่
จะต้
องร้
องตามทุ
กวรรคไป
นอกจากนี
้
ที่
บ้
านยาง อํ
าเภอศี
ขรภู
มิ
ย ั
งมี
ตรุ
ษเพื่
อผู
้
เฒ่
าผู
้
แก่
เรี
ยกว่
า ตรุ
ษมหาสงกรานต์
การละเล่
นร้
องเพลงเป็
นทํ
านองเพลงช้
า ๆ เนิ
บ ๆ เครื่
องดนตรี
ก็
มี
กลองโทน ปี่
ไน และฆ้
องโหม่
ง
ผู
้
เล่
นเป็
นผู
้
ชายล้
วน ๆ เวลาร้
องก็
ร้
องที
ละคน ไม่
มี
ลู
กคู
่
รั
บเหมื
อนตรุ
ษกั
นแชร์
ในขณะที่
ร้
องก็
จะรํ
า
ไปด้
วย จึ
งมี
คนร้
องและคนรํ
าเพี
ยงคนเดี
ยว ส่
วนคนอื่
นก็
คอยสั
บเปลี่
ยนหมุ
นเวี
ยนกั
นไป เนื
้
อเพลง
ที่
ร้
องส่
วนมากจะกล่
าวถึ
งดิ
นฟ้
า อากาศ ธรรมชาติ
เพื่
อนบ้
าน การให้
ศี
ลให้
พร การเล่
นตรุ
ษ
มหาสงกรานต์
นั
บว่
าหาคนเล่
นยาก เพราะคนรุ
่
นใหม่
ไม่
นิ
ยมเล่
น และส่
วนคนชราก็
แก่
ชราไปมาก
แล้
ว แต่
แสดงให้
เห็
นว่
าพื
้
นที่
แห่
งนี
้
เป็
นพื
้
นที่
มี
มรดกตกทอดย ั
งเหลื
ออยู
่
ให้
เห็
น และสอดรั
บกั
บ
พื
้
นที่
ศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
คื
อ พื
้
นที่
ปราสาทศี
ขรภู
มิ
ที่
มี
สถาปั
ตยกรรมจํ
าหลั
กอดี
ตปรากฎการณ์
ให้
เห็
นอยู
่
ดั
งเช่
น เห็
นศิ
ลปะจํ
าหลั
กพระอิ
ศวรฟ้
อนรํ
า “ศิ
วนาฏราช” และมี
บริ
บทการบรรเลงดนตรี
ในทั
บหลั
ง
ปราสาทประทาน ซึ
่
งเป็
นภาพจํ
าหลั
กตามความเชื่
อของศาสนาฮิ
นดู
เช่
น มี
พระอุ
มา เจ้
าแม่
กาลี
พระ
พรหม และพระคเณศ ต่
างก็
เป็
นเทพเรื่
องราวที่
ใช้
ดนตรี
เป็
นสั
ญลั
กษณ์
การสร้
างบ้
านสร้
างเมื
อง การ
รวมกลุ
่
มชนให้
เกิ
ดความมั ่
นคง ให้
เกิ
ดความสงบสุ
ข บนฐานพื
้
นที่
ทางธรรมชาติ
ที่
อุ
ดมสมบู
รณ์
มี
คุ
ณค่
าต่
อมนุ
ษย์
โลก เมื่
อประวั
ติ
ศาสตร์
ในพื
้
นที่
เปลี่
ยนไปผู
้
คนที่
อาศั
ยอยู
่
ณ ที่
บริ
เวณนี
้
ก็
มี
การปรุ
ง
แต่
งใหม่
สร้
างความเชื่
อใหม่
ของสั
งคมจึ
งปรั
บเปลี่
ยนเป็
นธาตุ
ทางพระพุ
ทธศาสนา แค่
วั
ฒนธรรม
กลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ก็
ย ั
งอยู
่
ร่
วมกั
น
เมื่
อผู
้
วิ
จั
ยลงศึ
กษา ในปี
2553 ก็
พบว่
า ชุ
มชนมี
ความเชื่
อที่
หลากหลาย ปรากฏว่
ามี
ความเชื่
อ
ในผี
บรรพบุ
รุ
ษเกิ
ดเพิ
่
มขึ
้
น เช่
น มี
ศาลพระภู
มิ
เขตข้
างเคี
ยงข้
างหน้
าปราสาทศี
ขรภู
มิ
ถึ
ง 4 แห่
ง
สร้
างริ
มทางเดิ
นหรื
อชาวบ้
านเรี
ยกว่
า “ทางพระเจ้
าแผ่
นดิ
นเดิ
น” 2 แห่
ง บริ
เวณริ
มสระสี่
เหลี่
ยม (บา
ราย) 1 แห่
ง และในพื
้
นที่
ราชการ บริ
เวณโรงเรี
ยนศี
ขรภู
มิ
1 แห่
ง ขณะนี
้
พื
้
นที่
ใกล้
เคี
ยงปราสาท
ศี
ขรภู
มิ
เป็
นพื
้
นที่
ชุ
มชนหนาแน่
น มี
วั
ดปราสาทตั
้
งอยู
่
ข้
างเคี
ยงปราสาทศี
ขรภู
มิ
มี
โรงเรี
ยนการอาชี
พ
ศี
ขรภู
มิ
โรงเรี
ยนศี
ขรภู
มิ
พิ
สั
ย โรงพยาบาลศี
ขรภู
มิ
พื
้
นที่
ซั
บซ้
อนเพิ
่
มขึ
้
น แต่
ชุ
มชนเหล่
านี
้
พยายาม
สร้
างจิ
ตสํ
านึ
กร่
วม โดยส่
งเสริ
มกิ
จกรรมฟื
้
นฟู
ความโดดเด่
นของชุ
มชนให้
เป็
นเอกลั
กษณ์
ขึ
้
นมาใหม่
และให้
ความสํ
าคั
ญถึ
งความสั
มพั
นธ์
เชื่
อมโยงองค์
กรต่
าง ๆ เข้
ามามี
ส่
วนร่
วมเกี่
ยวกั
บกิ
จกรรมฟื
้
นฟู
ปราสาทศี
ขรภู
มิ
ทั
้
งนี
้
มี
จํ
าหลั
กในปราสาทคื
อ จํ
าหลั
กนางอั
ปสรา มาปรุ
งแต่
งใหม่
ให้
เป็
นรู
ปธรรม
ให้
สั
งคมรั
บรู
้
ความดี
งามของสั
ญลั
กษณ์
คื
อ นางอั
ปสรานี
้
คื
อ ความอุ
ดมสมบู
รณ์
ความดี
ความงาม
ทางด้
านคุ
ณธรรม จริ
ยธรรมของสตรี
ในพื
้
นที่
ถอดรู
ปแบบการแสดงเป็
นรู
ปลั
กษณะละครทาง
ประวั
ติ
ศาสตร์
อดี
ตสมั
ยขอม และตั
วแทนการเชื่
อมโยงของหน่
วยงานราชการ เอกชน และกลุ
่
ม
ชาติ
พั
นธุ
์
ต่
างๆ ก่
อให้
เกิ
ดความสามั
คคี
มี
ความมั
่
นคงในพื
้
นที่
และมี
ผลกระทบทางเศรษฐกิ
จชุ
มชน