247
และ ศิ
ลปะด้
านความเป็
นตั
วตนของแต่
ละกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
จากการเสนอภู
มิ
รู
้
ร่
วมกั
นนี
้
ช่
วยขั
ดเกลาให้
ชาวบ้
านรั
กสื
บทอดภู
มิ
ปั
ญญา ศิ
ลปวั
ฒนธรรมของท้
องถิ
่
น โดยเฉพาะ กลุ
่
มชนรุ
่
นใหม่
ได้
เข้
าใจ
ภู
มิ
ใจที่
ได้
เข้
ามามี
ส่
วนร่
วมในกิ
จกรรม ข้
อคิ
ดที่
สํ
าคั
ญคื
อ สะท้
อนบทบาทศิ
ลปะการแสดงที่
ย ั
งดํ
ารง
อยู
่
เช่
น การรํ
าตรุ
ษของชาวเขมร การแกลออของชาวกู
ย หมอลํ
าของชาวลาว การแสดงงิ
้
วของชาว
จี
น การแสดงกิ
จกรรมดั
งกล่
าวย ั
งสะท้
อนถึ
งเทคโนโลยี
เข้
ามาสั
มพั
นธ์
กั
บบทบาทการแสดงทํ
าให้
เข้
าใจระบบคิ
ด การแก้
ปั
ญหาให้
เกิ
ดคุ
ณค่
าเพิ ่
มขึ
้
น เช่
น เทคโนโลยี
ด้
านดนตรี
ที่
สั
มพั
นธ์
กั
บการ
แสดงทํ
าให้
ศิ
ลปะการแสดงมี
ชี
วิ
ตซึ
่
งช่
วยการขั
บเคลื่
อนให้
สั
งคมเข้
าใจ อยู
่
ร่
วมกั
นด้
วยเสี
ยงดนตรี
การเล่
นตรุ
ษของชุ
มชนเขมรในพื
้
นที่
ปราสาทศี
ขรภู
มิ
เป็
นการละเล่
นของชาวเขมรในเขต
อํ
าเภอศี
ขรภู
มิ
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
บ้
านที่
เล่
นมาแต่
โบราณ ได้
แก่
บ้
านยาง บ้
านอนั
นต์
บ้
านหนอง
เหล็
ก บ้
านช่
างปี่
มี
การเล่
นอยู
่
เป็
นประจํ
า เมื่
อผู
้
วิ
จั
ยเข้
าไปศึ
กษา พ.ศ. 2545 พบว่
าผู
้
เล่
น ผู
้
ฟ้
อน
ส่
วนใหญ่
อยู
่
ในวั
ยเจริ
ญพั
นธุ
์
(แต่
เมื่
อก่
อนนี
้
คุ
ณพ่
อจํ
ารู
ญ ศิ
ริ
มาก ภู
มิ
ปั
ญญาทางด้
านวั
ฒนธรรม
หมู
่
บ้
านเล่
าว่
า ผู
้
เล่
นเป็
นกลุ ่
มวั
ยหนุ ่
ม สาว ) ปั
จจุ
บั
นนี
้
ผู
้
เล่
นเป็
นหญิ
งมากกว่
าผู
้
ชาย เขาแต่
งตั
ว
แบบพื
้
นบ้
าน เป็
นสิ
้
นไหม เสื
้
อสี
สดไส มี
ผ้
าสไบสี
ขาวและดํ
า ผู
้
ชายนุ ่
งโสร่
ง เสื
้
อแขนสั
้
น ผ้
าขาวม้
า
ไหม คาดเอว และพั
นคอ เครื่
องดนตรี
มี
กลอง โทน 2 – 3 ใบ ปี่
อ้
อ ซออู
้
และฆ้
องใบเล็
ก ๆที่
ชาวบ้
านเรี
ยกว่
า ฆ้
องกระแต รํ
าตรุ
ษนี
้
ชี
้
ให้
เห็
นเทคโนโลยี
เครื่
องดนตรี
ที่
แปลกเป็
นเอกลั
กษณ์
ในวง
รํ
าตรุ
ษของหมู
่
บ้
านยาง คื
อ กั
นแซร์
ชาวบ้
านเรี
ยกว่
า ตรุ
ษกั
นแซร์
กั
นแซร์
นี
้
เป็
นเครื่
องดนตรี
กระทุ
้
ง
ด้
ามด้
านล่
างกั
บพื
้
นดิ
นเพื่
อให้
จั
งหวะเสี
ยงพร้
อมกั
บความสั
มพั
นธ์
กั
บเสี
ยงของไม้
กระทุ
้
ง มี
ความยาว
ราว 2 เมตรที่
ยอดไม้
ไผ่
กระทุ
้
งประกอบด้
วยปั
นแซร์
เป็
นเหล็
กคล้
ายลู
กพรวนหรื
อกระดิ
่
งคอวั
ว –
ควาย ผู
กไว้
กั
บไม้
ไผ่
ที่
ประดิ
ษฐ์
เป็
นรู
ปโค้
งเหมื
อนธนู
แล้
วมี
ไม้
ไผ่
ผู
กมั
กขวางกั
น แล้
วผู
กลู
กเหล็
ก
พรวนเป็
นพวงจํ
านวนราว 6 – 8 อั
น กระทุ
้
งแล้
วมี
เสี
ยงประสานกั
บเครื่
องดนตรี
ชนิ
ดอื่
น จะมี
เสี
ยง
แชร์
ตามจั
งหวะที่
กระทุ
้
งลงกั
บดิ
น ผู
้
เล่
นร้
องเพลงเป็
นภาษาเขมร เสี
ยงร้
องเพลงทั
้
งหญิ
งและชาย
โดยร้
องคลอตามจั
งหวะผู
้
นํ
าเสี
ยงเพลง เนื
้
อเพลงกล่
าวถึ
งวิ
ถี
ชี
วิ
ตให้
ธรรมะเกี่
ยวกั
บการปฏิ
บั
ติ
ตน
เป็
นคนดี
เป้
าหมายคื
อ ขอปั
จจั
ยความช่
วยเหลื
อจากชาวบ้
านในชุ
มชนเข้
ามี
ส่
วนร่
วมบริ
จาคปั
จจั
ย
เป็
นเงิ
น หรื
อสิ
่
งของ เพื่
อนํ
าไปบํ
ารุ
งวั
ดในชุ
มชน โดยมี
ผู
้
นํ
าดนตรี
เป็
นหญิ
งหรื
อ ชายก็
ได้
ถื
อพาน
หรื
อขั
นเพื่
อรองรั
บปั
จจั
ยเงิ
นหรื
อสิ
่
งของตามหลั
งคาเรื
อน ผู
้
ถื
อพาน(โดยมากเป็
นผู
้
สู
งอายุ
หรื
อ
บุ
คคลที่
ชาวบ้
านเคารพนั
บถื
อ)รองรั
บปั
จจั
ยนี
้
มี
การแต่
งตั
วตามนิ
ยมของชุ
มชนนั
้
น ๆ ซึ
่
งส่
วนใหญ่
นุ ่
งห่
มผ้
าไหมโสร่
งถ้
าเป็
นชาย พร้
อมกั
บคาดผ้
าสไบเฉี
ยงอย่
างสุ
ภาพ และที่
สํ
าคั
ญคื
อการกล่
าว
จุ
ดประสงค์
ของปั
จจั
ยนี
้
ไปทํ
าบุ
ญที่
ไหน อย่
างไร งานเล่
นตรุ
ษกั
นแชร์
นี
้
เล่
นในช่
วงวั
นสงกรานต์
ขอยกตั
วอย่
างให้
เห็
นเล็
กน้
อย “ตรดขยมด็
อลเฮย ด็
อลกราวระบอง เพลงเพลื
อดด็
อลพอง เลง