Page 262 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

244
โดยเฉพาะการให้
ฝ่
ายชายไปอยู
กั
บครอบครั
วฝ่
ายหญิ
งหลั
งการแต่
งงาน (Matrilocality) อั
นเป็
ประเพณี
ที่
ย ั
งคงมี
อยู ่
ในดิ
นแดนแถบนี
นั
บเป็
นลั
กษณะพิ
เศษของอุ
ษาคเนย์
แต่
มั
กไม่
พบในอิ
นเดี
นิ
ทานเรื่
องนาค
เป็
นสั
ญลั
กษณ์
ของคนได้
พื
นเมื
อง โดยเฉพาะเรื่
องนางนาคในปราสาทที่
นครธม
เป็
นร่
องรอยที่
แสดงให้
เห็
นว่
า ชาวพื
นเมื
องสมั
ยนั
นย ั
งจดจํ
าเรื่
องนางนาคแล้
วเล่
าขานกั
นสื
บมา แต่
คํ
าบอกเล่
าที่
สื
บทอดมาปากต่
อปากย่
อมถู
กเข้
าใจไขว้
เขวจากเรื่
องเดิ
ม ในที่
สุ
ดจึ
งยกย่
องให้
นางนาค
เป็
นพระภู
มิ
เจ้
าที่
ทั
วทั
งประเทศและมี
อํ
านาจสามารถกํ
าหนดชี
วิ
ตพระเจ้
าแผ่
นดิ
นได้
พระร่
วงในนิ
ทานของแคว้
นสุ
โขทั
ยก็
เป็
นลู
กนางนาค นิ
ทานท้
องถิ
นละแวกลุ ่
มแม่
นํ
าโขง
แถบไทยและลาวก็
มี
นาคเกี่
ยวข้
องอยู
ทั ่
วไป ในอิ
นเดี
ยก็
มี
กลุ
มนาค เพราะไม่
ใช่
เผ่
าอารย ั
น แม้
ใน
กลุ
มคนเผ่
าไทยด้
วยกั
นเองก็
เรี
ยก ไทยใหญ่
ที่
เป็
นคนพื
นเมื
องกลุ ่
มหนึ
งอยู
ทางเหนื
อว่
า เงี
ยว
หมายถึ
ง งู
อั
นเป็
นสั
ตว์
เลื
อยคลานเช่
นเดี
ยวกั
บนาค จะถื
อว่
านิ
ทานเกี่
ยวกั
บนางนาคเป็
นเรื่
องกํ
าเนิ
ของเขมรโดยเฉพาะก็
ไม่
ใช่
ทั
งหมด เพราะในสภาพความเป็
นจริ
งจะต้
องเกี่
ยวข้
องกั
บจามและฟู
นั
ในดิ
นแดนญวนด้
วย เนื่
องจากจามปาและฟู
นั
นเป็
นกลุ
มชนแรกสุ
ดในภู
มิ
ภาคนี
ที่
เกี่
ยวข้
องใกล้
ชิ
กั
บอิ
นเดี
ย ภายหลั
งเมื่
อกลุ
มต่
าง ๆ มี
ความสั
มพั
นธ์
กั
นทางการแต่
งงานจึ
งค่
อยโน้
มเรื่
องเข้
าหากั
ในที่
สุ
ดก็
กลายเป็
นเรื่
องเดี
ยวกั
น (สุ
จิ
ตต์
วงษ์
เทศ. 2535 : 215 – 216)
เมื่
อพิ
จารณาเอกสารจี
นที่
บั
นทึ
กนิ
ทานถึ
งการเคลื่
อนย ้
ายผู
คนจากอิ
นเดี
ยเข้
าสู
เขมรได้
กล่
าวถึ
งเทคโนโลยี
ในนิ
ทานจึ
งสะท้
อนรู
ปแบบสิ
งที่
สั
มพั
นธ์
กั
บมนุ
ษย์
ได้
แก่
การเดิ
นทางเรื
อข้
าม
ทะเลมหาสมุ
ทร การแผลงศร รู
คิ
ดเกี่
ยวกั
บการใช้
ใบไม้
พั
นธุ
พื
ชคื
อใบมะพร้
าวประดิ
ษฐ์
เป็
เครื่
องนุ
งห่
ม บ่
งบอกความสั
มพั
นธ์
ของกลุ ่
มสร้
างบ้
านสร้
างเมื
องในยุ
คแรก ๆ ที่
ต้
องอาศั
ยระบบคิ
ที่
สอดรั
บกั
บชี
วิ
ตได้
ดี
มาใช้
ในกลุ
มสั
งคมใหม่
นี
คื
อการผสมผสานที่
เหมาะสมจากภายนอกมาสร้
าง
ความกลมกลื
นกั
บรู
ปแบบใหม่
ทั
งนี
ภาษาย ั
งเป็
นสื่
อสร้
างพลั
งอํ
านาจให้
เกิ
ดความรู
สึ
กเป็
นเอกภาพ
ดั
งที่
การใช้
ภาษาสั
นสกฤตในพิ
ธี
กรรมและจารึ
กไว้
ในสถาปั
ตยกรรมขอม จึ
งขอกล่
าวถึ
งนิ
ทาน
นางพญาพื
นเมื
องกั
บ – โกณฑิ
นยะ จากบั
นทึ
กจี
น “ฮุ
นเถี
ยน” ซึ
งน่
าจะตรงกั
บชื่
ออิ
นเดี
ยว่
“โกณฑิ
นยะ”
อาจเป็
นชาวอิ
นเดี
หรื
อชาวมลายู
หรื
อชาวเกาะในทะเลทางทิ
ศใต้
คื
นหนึ
งฝั
นว่
เทวดาประจํ
าตระกู
ลมอบศรให้
แล้
วสั
งให้
ลงเรื
อไปดิ
นแดงแห่
งหนึ
ง ครั
นตอนเช้
าพบศรวางอยู
โคนต้
นไม้
ในเทวาลั
ย โกณฑิ
นยะจึ
งลงเรื
อเดิ
นทางถึ
งดิ
นแดนแห่
งหนึ
งที่
ภายหลั
งเป็
นแคว้
นฟู
นั
ดิ
นแดนแห่
งนี
มี
ผู
ครอบครองเป็
นนางพญา ตามบั
นทึ
กจี
นเรี
ยกชื่
อว่
า “หลิ
วเหย่
” หมายถึ
งนางที่
นุ ่
ห่
มใบมะพร้
าว นางพญาหลิ
วเหย่
เกณฑ์
บริ
วารยกกองเรื
อออกหมายจะปราบปรามผู
รุ
กราน แต่
โกณ
ฑิ
นยะแผลงศรไปทะลุ
เรื
อของนางพญาหลิ
วเหย่
เสี
ยก่
อน นางพญาสู
ไม่
ได้
จึ
งต้
องยอมอ่
อนน้
อม
แล้
วตกเป็
นเมี
ยของโกณฑิ
นยะ ขณะนั
นนางพญาหลิ
วเหย่
ไม่
ได้
สวมเสื
อผ้
า เพราะนุ
งห่
มใบ
มะพร้
าว โกณฑิ
นยะจึ
งพั
บผ้
าของตนแล้
วสวมศี
รษะให้
นางพญา ต่
อจากนั
น โกณฑิ
นยะก็
ขึ