Page 261 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

243
มโหระทึ
ก คิ
ดสร้
างใช้
ในพิ
ธี
กรรมอั
นเป็
นสั
ญลั
กษณ์
ศั
กดิ
สิ
ทธิ
เกี่
ยวกั
บความอุ
ดมสมบู
รณ์
เชื่
อว่
ทํ
าให้
ฝนฟ้
าตกต้
องตามฤดู
กาลที่
มนุ
ษย์
ต้
องการ แล้
วย ั
งเป็
นเครื่
องมื
อสํ
าคั
ญแสดงสถานภาพของ
บุ
คคลสํ
าคั
ญที่
เป็
นหั
วหน้
าเผ่
าพั
นธุ
(Chiefdom) ก่
อให้
เกิ
ดพิ
ธี
กรรมสร้
างบ้
านสร้
างเมื
อง สร้
าง
อาณาจั
กรที่
มี
ศู
นย์
กลางของสั
งคมมนุ
ษย์
กลายเป็
นประเทศชาติ
เมื่
อมี
การวั
ฒนธรรมอิ
นเดี
ยเข้
ามาเผย
แผ่
แล้
วมนุ
ษย์
สั
งคมได้
ยอมรั
บแล้
วปรั
บเทคโนโลยี
ให้
สอดรั
บด้
วยความพอใจก่
อให้
สั
งคมมี
ความ
มั ่
นคง ดั
งนั
นกลองมโหระทึ
กเป็
นวั
ฒนธรรมที่
โดดเด่
น ทั
งในประเทศไทย และกั
มพู
ชาสั
งคมได้
ปรั
บตนเองครั
งแล้
วครั
งเล่
าให้
เข้
ากั
นได้
กั
บสภาพแวดล้
อม ดั
งเช่
นใช้
กลองมโหระทึ
กในพิ
ธี
กรรม
ทางศาสนา พิ
ธี
กรรมเกี่
ยวกั
บบรรเลงดนตรี
ในงานศพ ปั
จจุ
บั
นได้
ประยุ
กต์
ใช้
ในวงดนตรี
ตลอด
ทั
งเชื่
อว่
าใช้
กลองมโหระทึ
กในกิ
จกรรม การค้
า ธุ
รกิ
จ งานพลิ
กฟื
นวั
ฒนธรรมให้
เห็
นคุ
ณค่
าใน
ท้
องถิ ่
1.2 ช่
วงรั
บศาสนาเข้
ามา
ราว พ.ศ. 1000 ชาวชมพู
ทวี
ป (อิ
นเดี
ยโบราณ) เอาศาสนาทั
พราหมณ์
และพุ
ทธมาเผยแผ่
ให้
ชนชั
นผู
นํ
าของคนพื
นเมื
องทางสุ
วรรณภู
มิ
หรื
ออุ
ษาคเนย์
โบราณที่
อยู
ใกล้
ทะเล ชนชั
นนํ
าเหล่
านั
นก็
รั
บไว้
แล้
วเลื
อกพิ
ธี
กรรมของพราหมณ์
– พุ
ทธมาปรั
บใช้
โดยปรุ
เปลี่
ยนแล้
วดั
ดแปลงให้
เข้
ากั
นได้
กั
บพิ
ธี
กรรมพื
นเมื
องดั
งเดิ
ม เช่
น สงกรานต์
ตรุ
ษ จนถึ
งสวดมนต์
ไหว้
พระ เลี
ยงพระ ฯลฯ ทํ
าให้
พิ
ธี
กรรมดั
งเดิ
มของคนพื
นเมื
องที่
มี
แต่
ผี
ก็
กลายเป็
น ผี
พราหมณ์
พุ
ทธ
ปะปนจนแยกไม่
ออก สื
บถึ
งปั
จจุ
บั
พิ
ธี
พราหมณ์
จากชมพู
ทวี
ป เช่
น สงกรานต์
เริ
มมี
ในราชสํ
านั
กของรั
ฐโบราณที่
อยู
ใกล้
ทะเลก่
อน ต่
อมาก็
ค่
อย ๆ แพร่
หลายจากราชสํ
านั
ก โดยผ่
านพิ
ธี
พุ
ทธไปสู
ท้
องถิ ่
นที่
มี
ผี
อยู
แล้
ว นาน
เข้
าสงกรานต์
ก็
มี
ทั
ง ผี
พราหมณ์
พุ
ทธ กลายเป็
นพิ
ธี
ขึ
นปี
ใหม่
เหมื
อนพราหมณ์
ชมพู
ทวี
ป แล้
กระจายไปทุ
กบ้
านทุ
กเมื
องทั
งภู
มิ
ภาคอาเซี
ยอาคเนย์
จนถึ
งบ้
านเมื
องภายในที่
อยู
ห่
างทะเล เช่
น สิ
สองพั
นนาในจี
นตอนใต้
แต่
ละบ้
านเมื
องก็
อ้
างว่
าเป็
นประเพณี
ดั
งเดิ
มของตนโดยไม่
รู
ว่
าแท้
จริ
งแล้
รั
บจากพราหมณ์
ชมพู
ทวี
ปมาปรั
บใช้
ตั
งแต่
ราว พ.ศ. 1000 เป็
นต้
นมา (สุ
จิ
ตต์
วงษ์
เทศ. 2551: 46)
บรรพบุ
รุ
ษเขมรคนพื
นเมื
องผสมต่
างชาติ
สุ
จิ
ตต์
วงษ์
เทศ เสนอว่
า สาระสํ
าคั
ญอยู
ที่
สั
ญลั
กษณ์
ในนิ
ทานที่
ระบุ
กลุ
มชน 2 พวกคื
อ คนพื
นเมื
องกั
บชาวต่
างชาติ
ชาวต่
างชาติ
คื
อ กลุ ่
เจ้
าชายอย่
างพระทองหรื
อกษั
ตริ
ย์
หรื
อพราหมณ์
อย่
างโกณฑิ
นยะ แต่
แท้
ที่
จริ
งอาจเป็
นพ่
อค้
าอิ
นเดี
ยที่
เดิ
นทางเสี่
ยงโชคมาแลกเปลี่
ยนสิ
นค้
า แล้
วนํ
าเอาศิ
ลปะวิ
ทยาการจากอิ
นเดี
ยมาเผยแพร่
แล้
วแต่
งงาน
กั
บคนพื
นเมื
องนางพญาพื
นเมื
องจนสื
บเป็
นกษั
ตริ
ย์
ครองเมื
องเขมร ข้
อสั
งเกต เนื
อเรื่
องมั
กคล้
ายคลึ
กั
บนิ
ทานกํ
าเนิ
ดราชวงศ์
ปั
ลลวะในอิ
นเดี
ยใต้
ที่
มี
อิ
ทธิ
พลสู
งต่
อศิ
ลปวิ
ทยาการในเขมรและบ้
านเมื
อง
ใกล้
เคี
ยง คนพื
นเมื
อง คื
อกลุ
มที่
มี
นางพญาหลิ
วเหย่
เป็
นหั
วหน้
า สะท้
อนให้
เห็
นลั
กษณะวั
ฒนธรรม
ดั
งเดิ
มของผู
คนในภู
มิ
ภาคนี
ที่
ให้
ความสํ
าคั
ญแก่
ผู
หญิ
ง หรื
อการสื
บเชื
อสายทางฝ่
ายหญิ