Page 260 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

242
ของคนในพื
นที่
ซึ
งเป็
นปั
จจั
ยอย่
างหนึ
งช่
วยให้
เทคโนโลยี
ด้
านดนตรี
เป็
นปั
จจั
ยสํ
าคั
ญที่
ช่
วยส่
งเสริ
สนั
บสนุ
นการฟ้
อนรํ
าได้
สื
บทอดอย่
างเนื่
องมาถึ
งทุ
กวั
นนี
อย่
างไรก็
ตาม ในขณะที่
นั
กปราชญ์
ตะวั
นตกส่
วนใหญ่
มี
แนวคิ
ดทฤษฎี
ในเรื่
องการทํ
าให้
เป็
นอาณานิ
คมนั
นก็
ดู
เหมื
อนมี
นั
กปราชญ์
ชาวตะวั
นตกเพี
ยงท่
านเดี
ยว คื
อ วั
นเลอร์
(W.A. Van
Leur) ที่
ให้
ความสนใจกั
บการค้
าทางทะเลเป็
นพิ
เศษ ไม่
เห็
นด้
วยคั
ดค้
านว่
าผู
คนในภู
มิ
ภาคเอเชี
ตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
นี
ไม่
ได้
อยู
ในสภาพที่
ป่
าเถื่
อนก่
อนที่
จะมี
การติ
ดต่
อกั
บชาวอิ
นเดี
ย หากเป็
นพวกที่
มี
ความเจริ
ญมี
บ้
านเมื
องและมี
ผู
ปกครองอยู ่
แล้
ว เมื่
อพวกอิ
นเดี
ยเข้
ามาติ
ดต่
อค้
าขายนั
น ได้
มาติ
ดต่
กั
บบรรดาหั
วหน้
ากลุ ่
มชนหรื
อผู
ปกครองบ้
านเมื
องเหล่
านี
และบรรดาพวกหั
วหน้
าหรื
อพวกหั
วหน้
ผู
ปกครองเหล่
านี
ก็
รั
บเอาพวกนั
กปราชญ์
และผู
รู
ของอิ
นเดี
ยมาเป็
นผู
ให้
ความรู
ในด้
านศิ
ลปะ
วิ
ทยาการสอนศาสนา และประกอบพิ
ธี
กรรมให้
การรั
บอิ
ทธิ
พลทางศาสนาและศิ
ลปวิ
ทยาการจึ
เป็
นไปในรู
ปที่
ผู
นํ
าของคนในพื
นเมื
องเห็
นว่
าอะไรเหมาะแก่
ตนและสั
งคมเป็
นสํ
าคั
ญ หาได้
ปล่
อย
ให้
ผู
รู
ของอิ
นเดี
ยมากํ
าหนดให้
ไม่
เพราะการแพร่
เข้
ามาของอารยธรรมอิ
นเดี
ยจึ
งไม่
ใช่
มาอย่
าง
ครอบง ํ
า หากถู
กเลื
อกมาปรั
บเข้
ากั
บของเดิ
ม โดยการกํ
าหนดและเลื
อกเฟ้
นของผู
นํ
ากลุ
มชนใน
บ้
านเมื
อง (ศรี
ศั
กร วั
ลลิ
โภดม. 2548 : 13)
ถ้
ามองลั
กษณะแนวนี
เชื่
อว่
า เทคโนโลยี
ที่
ผู
คนในแถบ
เอเชี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
ใช้
ในกิ
จกรรมกลุ
มอยู
แล้
วมาผสมผสานกลมกลื
นเข้
าด้
วยกั
น ทํ
าให้
เกิ
พิ
ธี
กรรมที่
มี
สมรรถของสั
งคมมี
การปรั
บปรุ
งให้
เข้
ากั
นตามสภาวะแวดล้
อม เป็
นเครื่
องชี
ชั
ดให้
เห็
คุ
ณภาพของชี
วิ
ตอั
นยาวนานที่
สื
บเนื่
องมาจนถึ
งปั
จจุ
บั
น ดั
งเช่
น วงดนตรี
ตุ
มโมง
กมล เกตุ
สิ
ริ
เสนอว่
า วงดนตรี
ตุ
มโมงนี
เป็
นเทคโนโลยี
เก่
าแก่
ดึ
กดํ
าบรรพ์
เกี่
ยวกั
เผ่
าพั
นธุ
อารยธรรมอั
นเก่
าแก่
ของมนุ
ษย์
ชาติ
ที่
เคยตั
งถิ
นฐานอยู
ในอาณาบริ
เวณอี
สานตอนใต้
ก่
อนที่
ขอมจะริ ่
งเรื
องและมี
อํ
านาจเหนื
อบริ
เวณมณฑลอั
นเป็
นที่
ตั
งของเมื
องสุ
ริ
นทร์
ปั
จจุ
บั
น วงดนตรี
ประจํ
าวงตุ
มโมงในเมื
องสุ
ริ
นทร์
มี
ชื่
อเพลงนั
บสิ
บชื่
อนั
บสิ
บเพลงที่
ใช้
บรรเลงเพลงวงตุ
มโมง เช่
เพลง สวายจุ
มเวื
อด แปลว่
ามี
ต้
นมะม่
วงเต็
มวั
ด เป็
นเพลงโหมโรงและใช้
บู
ชาครู
อี
กเพลงหนึ
งชื่
ซะแร็
กยุ
ม เป็
นคํ
าในภาษาเขมรแยกออกได้
สองคํ
า คื
อ ซะแร็
กแปลว่
า ร้
องเสี
ยงดั
ง คํ
าว่
า ยุ
แปลว่
าร้
องให้
เมื่
อนํ
าคํ
าสองคํ
านี
มารวมกั
น ซะแร็
กยุ
มจะหมายความว่
า ร้
องให้
เสี
ยงดั
งมี
เสี
ยง
สะอื
นคละเคล้
ากั
บเสี
ยงฆ้
องหุ ่
ยที่
ตี
หลั
งจากผู
ป่
วยหนั
กได้
ขาดใจตายแล้
วนั
นเอง เป็
นต้
(กมล เกตุ
สิ
ริ
. 2527 : 200) ทุ
กวั
นนี
เครื่
องดนตรี
ดั
งกล่
าวกลายเป็
นเทคโนโลยี
ในพิ
ธี
กรรมเมื่
อมี
พิ
ธี
กรรมศั
กดิ
สิ
ทธิ
เช่
น พิ
ธี
กรรมโบกโรงเกี่
ยวกั
บการพลิ
กฟื
นวั
ฒนธรรมชุ
มชน การเปิ
ดพิ
ธี
กรรม
เปิ
ดร้
านค้
าธุ
รกิ
จ และการบริ
การสวั
สดิ
การต่
าง ๆของชุ
มชนในพื
นที่
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
กล่
าวสรุ
ปได้
ว่
าเทคโนโลยี
พื
นบ้
านก่
อนจะมี
ศาสนาในเขตภู
มิ
ภาคลุ ่
มนํ
าโขง หรื
อเขต
สุ
วรรณภู
มิ
มนุ
ษย์
และกลุ
มสั
งคมได้
คิ
ด ประดิ
ษฐ์
เพื่
อให้
เห็
นคุ
ณค่
าทางภู
มิ
ปั
ญญา โดยเฉพาะกลอง