Page 254 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

236
ชี
ให้
เห็
นปั
จจั
ยหนึ
งของชาวเขมรที่
ก่
อให้
เกิ
ดความเป็
นเอกภาพแห่
งการผสมผสานเพื่
อสร้
าง
คุ
ณประโยชน์
ให้
แก่
สั
งคม ดั
งที่
ธี
รภาพ โลหิ
ตกุ
ล เสนอว่
า ชาวเขมรนั
บถื
อเทพอั
ปสรนครวั
ดเป็
เทพแห่
งความดี
งาม เป็
นเทพธิ
ดาผู
พิ
ทั
กษ์
เทวดาในเทวสถานพราหมณ์
หรื
อ ฮิ
นดู
ภาพลั
กษณ์
ของ
เทพอั
ปสรในจิ
นตนาการของชาวเขมร คื
อ ความงดงามอ่
อนช้
อยและบริ
สุ
ทธิ
ผุ
ดผ่
อง มี
ท่
วงท่
อ่
อนช้
อย และรอยยิ
มกึ
งสํ
ารวมคอยให้
การต้
อนรั
บ การแต่
งองค์
ทรงเครื่
องคื
อ ภาพสะท้
อน
วั
ฒนธรรมการแต่
งกายของสตรี
ในราชสํ
านั
กขอม ศิ
ลปะการร่
ายรํ
าประจํ
าชาติ
กั
มพู
ชาเป็
นศิ
ลปะใน
ราชสํ
านั
กที่
ใช้
ต้
อนรั
บแขกบ้
านแขกเมื
องเพื่
อแสดงเอกลั
กษณ์
ของชนชาวกั
มพู
ชามาทุ
กยุ
คทุ
กสมั
คื
อ “ระบํ
าอั
ปสรา” หรื
อรํ
าเทพอั
ปสร ซึ
งถอดแบบการแต่
งกายและท่
าร่
ายรํ
ามาจากภาพจํ
าหลั
กเทพ
อั
ปสรนครวั
ด ปั
จจุ
บั
นสาวนาฏศิ
ลป์
คนใดได้
รั
บเลื
อกให้
เป็
นตั
วเอกในระบํ
าอั
ปสราก็
เท่
ากั
บว่
าเธอ
เป็
น “
นางงามกั
มพู
ชา
” (ธี
ระภาพ โลหิ
ตกุ
ล. 2548 : 104)
ปราโมทย์
ทั
ศนาสุ
วรรณ (2548 : 176) เสนอว่
า เป็
นคติ
การสลั
กรู
ปนางอั
ปสราเพื่
อให้
นาง
คอยปรนนิ
บั
ติ
รั
บใช้
พระเจ้
าสุ
ริ
ยวรมั
นที่
2 เมื่
อเสด็
จสวรรคต และดวงวิ
ญญาณเสด็
จประทั
บที่
ปราสาทนี
แล้
วหั
นมามองดู
นาฏศิ
ลป์
ไทยเราได้
รั
บอิ
ทธิ
พลจากเขมร ก็
มี
ชุ
ดที่
ถอดแบบท่
ารํ
าและการ
แต่
งกายมาจากเทพอั
ปสรนครวั
ดเช่
นกั
น แต่
เรี
ยกชื่
อว่
า “ระบํ
าลพบุ
รี
” เพราะละโว้
หรื
อลพบุ
รี
เป็
หั
วเมื
องสํ
าคั
ญในสมั
ยอาณาจั
กรขอมเมื่
อพั
นปี
ก่
อน ศิ
ลปะใดก็
ตามที่
เกิ
ดขึ
นในช่
วงนี
จึ
งถู
กกรม
ศิ
ลปากรเรี
ยกว่
า “ศิ
ลปะลพบุ
รี
” แทนที่
จะเป็
นศิ
ลปะขอมหรื
อเขมร ส่
วนพื
นที่
ปราสาทขอมใน
อี
สานใต้
มี
ความสั
มพั
นธ์
ใกล้
ชิ
ดกั
นมากกว่
า พื
นที่
ลพบุ
รี
และอยุ
ธยา ความรู
สึ
กของคนในเขตนี
เป็
เขมรสู
งเมื่
ออยู
ในอํ
านาจการปกครองของรั
ฐไทย ก็
ถู
กกํ
าหนดกํ
าหนดจากราชการว่
า “เขมรถิ
นไทย”
ชี
ให้
เห็
นความรู
สึ
กนึ
กคิ
ดกั
บการปรั
บตนเอง สั
งคม และ บริ
บทสิ
งแวดล้
อมรอบตั
ว จึ
งแสดงตั
วใน
ความเป็
นเอกภาพ ดั
งเช่
น สถาบั
นการศึ
กษามหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏสุ
ริ
นทร์
พยายามศึ
กษาถึ
งความ
เข้
าใจ ตั
งคํ
าถามตั
วเองว่
าเป็
นใคร โดยทํ
าการศึ
กษาหาองค์
ความรู
ใหม่
ให้
ลึ
กซึ
ง จึ
งต้
องใฝ่
รู
จั
กิ
จกรรมเผยแพร่
บทบาทหน้
าที่
ตั
วเองออกสู
ภายนอกทั
งในประเทศและต่
างประเทศ การเข้
าใจใน
ภาวะผู
นํ
าทางด้
านศิ
ลปะขอม การนํ
าเสนอผลงานจากการสื
บค้
น วิ
เคราะห์
ติ
ดตามงานที่
เป็
นเชิ
งลึ
เพื่
อให้
มี
ทั
กษะการปฏิ
บั
ติ
งานตามมาตรฐานวิ
ชาศิ
ลปวั
ฒนธรรมในพื
นที่
อย่
างลึ
กซึ
ง เช่
น การ
นํ
าเสนอศิ
ลปะฟ้
อนรํ
าในรู
ปแบบมหกรรมวั
ฒนธรรมพื
นบ้
านสุ
ริ
นทร์
แหล่
งอารยธรรมขอมโบราณ
จั
ดการแสดงวั
ฒนธรรมเขมร, กู
ย และลาว ลั
กษณะเด่
น ได้
แก่
ระบํ
าอั
ปสรสราญ เรื
อมกั
นตรึ
เรื
อมตรษ เรื
อมอั
นเร รํ
าบํ
าแกลมอเซิ
งบั
งไฟ และการแสดงแฟชั
นโชว์
ผ้
าไหมสุ
ริ
นทร์
เป็
นต้
กิ
จกรรมการแสดงดั
งกล่
าวนั
บว่
ามี
ความสั
มพั
นธ์
ถึ
งโครงสร้
างสั
งคม ที่
สะท้
อนออกมาจากพลั
งที่
เคลื่
อนไหวออกจากภาพจํ
าหลั
กนางอั
ปสราให้
เป็
นสั
ญลั
กษณ์
ความดี
งาม เมื่
อผสมผสานขั
บลํ
า ฟ้
อน
ในท่
าเคลื่
อนไหวย่
อมแสดงคุ
ณค่
าทางระบบความเชื่
อ ศาสนา ทั
ศนคติ
ความรู
สึ
กนึ
กคิ
ด สอดรั