230
การสร้
างความเป็
นไทย สร้
างวั
ฒนธรรมหลวง ให้
เป็
นที่
ยอมรั
บของคนมากมายหลายชาติ
พั
นธุ
์
ที่
กระจายอยู
่
ตามท้
องถิ ่
นต่
าง ๆ เห็
นได้
จากที่
รั
ฐจั
ดการในด้
านการตั
้
งถิ
่
นฐานที่
อยู
่
อาศั
ยของผู
้
คน
พลเมื
อง ถ้
าหากเป็
นคนต่
างชาติ
ศาสนา ก็
จั
ดหาพื
้
นที่
ตั
้
งภู
มิ
ลํ
าเนาให้
อยู
่
อาศั
ยเป็
นชุ
มชนมี
ศาสนสถาน
เป็
นของตนเอง และมี
ผู
้
นํ
าเป็
นเผ่
าพั
นธุ
์
เดี
ยวกั
นเป็
นผู
้
ปกครอง โดยที่
รั
ฐเป็
นฝ่
ายแต่
งตั
้
งให้
เป็
นขุ
น
นางข้
าราชการ มี
ยศถาบรรดาศั
กดิ
์
เช่
นเดี
ยวกั
นกั
บขุ
นนางไทย รวมทั
้
งเปิ
ดโอกาสให้
แสดง
ความสามารถในทางราชการได้
เช่
น เมื่
อจุ
ลศั
กราช 1121 ปี
เถาะเอกศก (พ.ศ. 2302) พระเจ้
าอยู
่
หั
ว
พระที่
นั ่
งสุ
ริ
ยามริ
นทร์
(คื
อ เจ้
าฟ้
าเอกทั
ศน์
กรมขุ
นอนุ
รั
กษ์
มนตรี
) ขึ
้
นครองราชสมบั
ติ
เป็
นพระเจ้
า
แผ่
นดิ
นสยามที่
33 อยู
่
ณ กรุ
งศรี
อยุ
ธยา ทรงให้
หลวงสุ
ริ
นทร์
ภั
กดี
(เชี
ยงปุ
่
ม) ควบคุ
มเขมรส่
วยป่
าดง
ณ ตํ
าบลคู
ปะทายสมั
น (เมื
องสุ
ริ
นทร์
ปั
จจุ
บั
น) และได้
นํ
าช้
าง ม้
า แก่
นสน ยางสน ปี
กนก นอรมาด
งาช้
าง ขี
้
ผึ
้
ง ซึ
่
งเป็
นของส่
วยไปส่
ง ณ กรุ
งศรี
อยุ
ธยา จึ
งทรงพระกรุ
ณาโปรดเกล้
า ฯ ตั
้
งให้
หลวง
สุ
ริ
นทร์
ภั
กดี
(เชี
ยงปุ
่
ม) เป็
นพระสุ
ริ
นทรภั
กดี
ศรี
ณรงค์
จางวางเจ้
าเมื
อง ตั
้
งบ้
านคู
ปะทาย เป็
นเมื
อง
ปะทายสมั
น (เมื
องสุ
ริ
นทร์
) (หม่
อมอมรวงศ์
วิ
จิ
ตร ม.ว. ปฐม คเนจร. 2506 : 199)
การตั
้
งหลั
กแหล่
งได้
ขยายเป็
นหลายชุ
มชนในท้
องถิ
่
นเดี
ยวกั
น ร่
วมกั
นเป็
นเจ้
าของพื
้
นที่
สา
ธารณ เกิ
ดระบบแลกเปลี่
ยนทรั
พยากรธรรมชาติ
ระบบความเชื่
อ ทางศาสนา พิ
ธี
กรรมร่
วมกั
น
สํ
านึ
กในการเป็
นผู
้
คนถิ
่
นเดี
ยวกั
น นั
บถื
อพุ
ทธเป็
นศาสนาหลั
กของรั
ฐ วั
ดกลายเป็
นศู
นย์
กลาง
ประกอบประเพณี
พิ
ธี
กรรม การพบปะสั
งสรรค์
ในงานประเพณี
นํ
าไปสู
่
การแต่
งงานระหว่
างคนต่
าง
ชุ
มชนในท้
องถิ
่
นเดี
ยวกั
นใช้
ทรั
พยากรสาธารณรั
ฐร่
วมกั
น การปฏิ
บั
ติ
กิ
จกรรมอย่
างต่
อเนื่
อง
กลายเป็
นจารี
ตประเพณี
ชาติ
พั
นธุ
์
หลากหลายได้
หล่
อหลอมกลายเป็
นกลุ
่
มเดี
ยวกั
น ต่
อมามี
การ
พลิ
กฟื
้
นวั
ฒนธรรมเพื่
อการดํ
ารงอยู
่
ของท้
องถิ
่
น เช่
น ประวั
ติ
ศาสตร์
ชุ
มชน เศรษฐกิ
จชุ
มชน
สถาปั
ตยกรรมชุ
มชนก็
เป็
นพื
้
นที่
ทางประวั
ติ
ศาสตร์
ชุ
มชนที่
บ่
งบอกเรื่
องราวถึ
งความสั
มพั
นธ์
ผู
้
คน
หลายระดั
บชั
้
นที่
พึ
่
งพาอาศั
ยกั
น ตั
้
งแต่
ระดั
บรั
ฐถึ
งระดั
บท้
องถิ ่
น ดั
งนั
้
นชุ
มชนท้
องถิ
่
นจึ
งให้
คุ
ณค่
า
ความสํ
าคั
ญ ดั
งเช่
น ชุ
มชนท้
องถิ
่
นในอี
สานใต้
มี
การจั
ดการแสดงวั
ฒนธรรม โดยดึ
งสิ
่
งที่
เป็
น
สั
ญลั
กษณ์
หรื
อลั
กษณะความโดดเด่
นภาพจํ
าหลั
กของปราสาทให้
เป็
นรู
ปธรรม เรี
ยกว่
าจั
ดงานมรดก
วั
ฒนธรรมท้
องถิ ่
น เน้
นจุ
ดเด่
นที่
เป็
นภาพจํ
าหลั
กของปราสาทขอมมาเสนอให้
ชุ
มชนได้
รั
บรู
้
เพื่
อให้
มองเห็
นคุ
ณค่
าในแง่
เศรษฐกิ
จ การเมื
อง การปกครอง และสั
งคมวั
ฒนธรรม เป็
นต้
น เป็
นแนวทาง
สร้
างวิ
ญญาณแห่
งการผสมผสานบนพื
้
นฐานจิ
ตใจให้
เกิ
ดความเชื่
อมั
่
นของดี
ในชุ
มชนท้
องถิ ่
น
2. ปั
จจั
ยด้
านความคิ
ดความเชื่
อ
มนุ
ษย์
ส่
วนใหญ่
ในโลกมั
กต้
องเผชิ
ญกั
บปั
ญหาทั
้
งในทางเศรษฐกิ
จ สั
งคม และการ
ดํ
ารงชี
วิ
ตเพื่
อความอยู
่
รอดอยู
่
เสมอ และมี
ผู
้
คนจํ
านวนมากที่
ย ั
งต้
องคิ
ดแก้
ปั
ญหาด้
วยการอาศั
ยความ
ช่
วยเหลื
อของ “ผู
้
เชี่
ยวชาญ” หรื
อผู
้
รู
้
ที่
อาจเป็
นพ่
อมด หมอผี
คนทรง หรื
อพระ และนั
กบวชใน