Page 247 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

229
ลู
กจะไหว้
โพสพ
สิ
บนิ
วนอบนบ นิ
วหน้
ขอให้
มาปกปั
กรั
กษาลู
ขออย่
าให้
มี
ทุ
กข์
เลยหนา
ขอให้
มาเป็
นมงคลสวมบนเกศา
กั
นแต่
เมื่
อเวลานี
เอย
(สุ
กั
ญญา ภั
ทราชั
ย. 2536 : 147)
พิ
ธี
กรรมมี
ความสํ
าคั
ญต่
อการสร้
างจิ
ตสํ
านึ
ก ความเป็
นอั
นหนึ
งอั
นเดี
ยวกั
น การสร้
าง
จริ
ยธรรม คุ
ณธรรมท้
องถิ
น ข้
าวเป็
นจุ
ดการปรั
บเปลี่
ยนการผสมผสานให้
สอดรั
บกั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ต ข้
าวก็
จะ
มี
“แม่
โพสพ” เป็
นเทพธิ
ดาแห่
งข้
าว แม่
นั
นเป็
นผู
ให้
กํ
าเนิ
ด เป็
นผู
มี
บทบาทสู
งที่
สุ
ดในครอบครั
และสิ ่
งที่
มี
คุ
ณประโยชน์
ทั
งหลายในสั
งคมไทย กั
มพู
ชา มั
กจะใช้
คํ
าว่
าแม่
เป็
นคํ
าเรี
ยกชื่
อ ไม่
ว่
าจะเป็
แม่
นํ
า แม่
พระธรณี
แม่
โพสพ (ปรานี
วงษ์
เทศ. 2536 : 195) หรื
อชาวเขมรถิ
นไทยมั
กจะเรี
ยกพั
นธุ
ข้
าวพื
นบ้
านที่
เพาะปลู
กเลี
ยงชี
วิ
ตสร้
างชุ
มชนว่
า ได้
แก่
พั
นธุ
เนี
ยงคง (เนี
ยงคื
อ นาง เป็
นคํ
า แสดง
เพศหญิ
ง) เนี
ยงร้
อย เป็
นต้
น การใช้
คํ
าว่
าแม่
เรี
ยกข้
าวก็
คื
อเป็
นการให้
การยกย่
องมากที่
สุ
ด ข้
าวมี
ความสํ
าคั
ญก็
เพราะว่
าข้
าวเป็
นผู
ให้
ชี
วิ
ตมนุ
ษย์
เพราะฉะนั
นหน้
าที่
ที่
มนุ
ษย์
ต้
องตอบแทนคื
อ มนุ
ษย์
ต้
องเลี
ยงดู
ข้
าวด้
วย ข้
าวมี
ขวั
ญข้
าวซึ
งเหมื
อนกั
บมนุ
ษย์
ที่
ย ั
งมี
ชี
วิ
ตอยู
ต้
องมี
ขวั
ญ ขวั
ญนั
นสามารถที่
จะ
กระทบกระเทื
อนเจ็
บป่
วยเพราะฉะนั
น ถ้
าต้
องการให้
อยู
ดี
มี
สุ
ขก็
ต้
องเอาอกเอาใจขวั
ญของข้
าว
กล่
าวสรุ
ปได้
ว่
า ปั
จจั
ยสภาพแวดล้
อมทางธรรมชาติ
เป็
นปั
จจั
ยภายในด้
านหนึ
งที่
ช่
วย
ส่
งเสริ
มสนั
บสนุ
นทํ
าให้
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลง สาเหตุ
การเกิ
ดเทื
อกเขาสู
ง เป็
นหลั
งคาโลก ก่
อให้
เกิ
แม่
นํ
าโขงไหลผ่
านประเทศลาว ไทย และเวี
ยดนาม และแม่
นํ
าต่
าง ๆในประเทศอิ
นเดี
ย ผู
คนที่
อาศั
ในเขตสองฝั
งแม่
นํ
าโขงชาวไทยและแม่
นํ
าสายต่
างๆ ในอิ
นเดี
ย พื
นที่
ทั
งสองแห่
งมี
ผู
คนอาศั
ยอยู
มาก
และเชื่
อว่
าพื
นที่
หลั
งคาโลกนี
เป็
นเขาไกรลาสเป็
นที่
สถิ
ตอาศั
ยของเทพเทวาต่
าง ๆ ตามความเชื่
อของ
ศาสนาพุ
ทธ และฮิ
นดู
ผู
คนที่
ตั
งบ้
านเรื
อนริ
มแม่
นํ
าดั
งกล่
าวเชื่
อว่
าศั
กดิ
สิ
ทธิ
มี
โลกทั
ศน์
และชี
วทั
ศน์
ที่
คล้
ายกั
น เมื่
อพบเห็
นพื
นที่
ใดเป็
นพื
นที่
เขาสู
ง หรื
อ เป็
นเขตอุ
ดมสมบู
รณ์
จึ
งคิ
ดสร้
างสถาปั
ตยกรรม
ความเชื่
อให้
เป็
นสถานที่
ศั
กดิ
สิ
ทธิ
และพื
นที่
ประเทศไทย และเขมร หรื
อเขตสุ
วรรณภู
มิ
ใช้
ลมมรสุ
ติ
ดต่
อเรื่
องค้
าขาย และเผยแผ่
ศาสนาไปมาหาสู
กั
นได้
ดี
ผู
คนเขตสุ
วรรณภู
มิ
ได้
รั
บวั
ฒนธรรมอิ
นเดี
อย่
างค่
อยเป็
นค่
อยไป (สุ
ภั
ทรดิ
ศ ดิ
สกุ
ล. 2535 : 2 ) อาจกล่
าวได้
ว่
า วั
ฒนธรรมอิ
นเดี
ยเป็
นเครื่
องมื
สํ
าคั
ญต่
อการสร้
างบู
รณาการทํ
าให้
เกิ
ดรั
ฐและบ้
านเมื
องในภู
มิ
ภาคต่
าง ๆ ขึ
นหลายยุ
คหลายสมั
ย เช่
สมั
ยทวารวดี
กั
มพู
ชา ลพบุ
รี
อยุ
ธยา และ กรุ
งเทพฯ ขึ
น โดยเฉพาะพื
นที่
ประเทศกั
มพู
ชา และ
บริ
เวณอี
สานใต้
ภาคอี
สานของไทยมี
อารยธรรมวั
ฒนธรรมขอมแสดงภาพจํ
าหลั
กในสถาปั
ตยกรรม
ทั ่
วไป ต่
อมาอํ
านาจกั
มพู
ชาได้
ลดบทบาทลง ประเทศไทยได้
เพิ
มอํ
านาจแทนที่
กั
มพู
ชา โดยเฉพาะ
สมั
ยกรุ
งศรี
อยุ
ธยาไทยประสบสํ
าเร็
จกว่
าประเทศเพื่
อนบ้
าน เช่
น มาเลเซี
ย พม่
า และอิ
นโดนี
เซี
ย ใน