Page 246 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

228
ก็
กิ
นเวลานานต้
องรั
บและเลี
ยนแบบอย่
างพวกลาวมาผสมผสาน ก่
อนจะพั
ฒนาสิ
งที่
เป็
ลั
กษณะเฉพาะคนหรื
อท้
องถิ
นให้
เกิ
ดมี
รู
ปแบบได้
สภาพทางวั
ฒนธรรมอั
นเนื่
องมาจากการ
ผสมผสานตั
วเองได้
ช้
าของกลุ
มชนกู
ย ข่
า ส่
วยในท้
องถิ
นสุ
ริ
นทร์
ศรี
สะเกษ ทํ
าให้
เห็
นความ
แตกต่
างทางวั
ฒนธรรมอย่
างชั
ดเจนกั
บกลุ ่
มพวกลาวที่
ตั
งหลั
กแหล่
งอยู
มาก เช่
น อุ
บลราชธานี
ยโสธร และร้
อยเอ็
ด ความแตกต่
างทางวั
ฒนธรรมนี
เอง คื
อที่
มาของการเรี
ยกสั
งคม และวั
ฒนธรรม
ของกลุ ่
มชนในเขตจั
งหวั
ดศรี
สะเกษ และสุ
ริ
นทร์
ว่
า “ เขมรป่
าดง”
ถ้
ามองว่
าสั
งคมที่
ยึ
ดหลั
กธรรมชาติ
เป็
นปั
จจั
ยสํ
าคั
ญภายในชุ
มชนแล้
ว ความเชื่
อเกี่
ยวกั
บผี
มี
ลั
กษณะโดดเด่
นเกื
อบทุ
กชุ
มชนทางอี
สานใต้
เมื่
อยกต้
นตอความคิ
ดพื
นฐานของมนุ
ษย์
ในชุ
มชน
แถบนี
ได้
มี
การปรุ
งแต่
งผสมผสานเข้
ากั
บสภาพแวดล้
อมเข้
ากั
บธรรมชาติ
อย่
างแนบแน่
น มี
การปรั
สั
ญลั
กษณ์
ในภาพจํ
าหลั
กในสถาปั
ตยกรรมขอมใกล้
เคี
ยงกั
บความเชื่
อทางธรรมชาติ
ดั
ง เช่
น การให้
บทบาทภาพจํ
าหลั
กหญิ
ง หรื
อนางอั
ปสราแทนความสมบู
รณ์
ในภาพคุ
ณลั
กษณะที่
เลื่
อนไหลได้
เข้
าถึ
งชุ
มชน ครอบครั
ว และชี
วิ
ตมนุ
ษย์
ที่
เรี
ยกว่
า พระธรณี
หรื
อพระโพสพ
สุ
รศั
กดิ
ทอง (2553 : 181-183) เสนอว่
า พระแม่
โพสพเป็
นหนึ
งในพิ
ธี
เปรี
ยบเที
ยบจาก
นามธรรมเป็
นรู
ปธรรมเช่
นเดี
ยวกั
บพระธรณี
พระวายุ
อุ
ษาเทวี
พระอรุ
ณ เป็
นบุ
คลาธิ
ษฐาน สร้
าง
ขึ
นเพื่
ออธิ
บายปรากฎการณ์
ธรรมชาติ
เพื่
อให้
รู
อํ
านาจของธรรมชาติ
และจิ
ตใจของมนุ
ษย์
ได้
อย่
างดี
อี
กทั
งย ั
งให้
คติ
สอนว่
า จงอย่
าลบหลู
ผู
มี
พระคุ
ณ และหากทํ
าสิ
งใดผิ
ดไปก็
สามารถทํ
าใหม่
แก้
ไข
ปรั
บปรุ
งให้
ถู
กต้
องได้
ชาวบ้
านที่
จั
ดกิ
จกรรมต่
อพระโพสพในช่
วงก่
อนลงไรลงนาหรื
อพิ
ธี
กรรมใน
เดื
อนหก เป็
นพิ
ธี
แสดงความขอบคุ
ณพระแม่
โพสพ ที่
ให้
ธั
ญญาหารแก่
มนุ
ษย์
เพื่
อการย ั
งชี
พ และเห็
ถึ
งความสํ
าคั
ญของเมล็
ดพื
ชพั
นธุ
อี
กบทบาทอย่
างที่
คนไทย กั
มพู
ชา และผู
คนในเขตจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
มองว่
า เป็
นเทวดาพื
นเมื
องประจํ
าท้
องนา และยุ
งฉางของไทยซึ
งเป็
นชาติ
ที่
ปลู
กข้
าวกิ
นมานานนั
พั
นปี
คนไทยและประเทศข้
างเคี
ยงประเทศไทยเชื่
อถื
อและกราบไหว้
บู
ชามาตั
งแต่
ครั
งโบราณ เป็
การบู
ชาเพื่
อขอความอุ
ดมสมบู
รณ์
ของพื
ชพั
นธุ
ธั
ญชาติ
ที่
เพาะปลู
กตามฤดู
กาล เพราะไม่
พบว่
ามี
พระ
โพสพในทํ
าเนี
ยบเทพเจ้
าของฮิ
นดู
ที่
ไทยไดรั
บมาจากศาสนาพราหมณ์
ในเมื่
อข้
าวมี
ความสํ
าคั
ญต่
อชี
วิ
ต ผู
คนจึ
งมี
ความกตั
ญ�ู
ต่
อข้
าว ยกย่
องข้
าวเป็
นพื
ชศั
กดิ
สิ
ทธิ
เชื่
อว่
าในข้
าวมี
วิ
ญญาณข้
าวเรี
ยกว่
า “แม่
โพสพ” สถิ
ตอยู
ฉะนั
นผู
เฒ่
าผู
แก่
จึ
งสั
งสอนว่
า มิ
ให้
เหยี
ยบ
ย ํ
าข้
าว มิ
ให้
สาดข้
าวหรื
อสาดข้
าวหก กิ
นข้
าวเสร็
จแล้
วก็
สอนให้
ไหว้
แม่
โพสพ ขอบคุ
ณ แม้
การ
มหรสพของชาวบ้
านยามเมื่
อร้
องบทไหว้
ครู
ก็
จะมี
การร้
องระลึ
กคุ
ณแม่
โพสพด้
วย ดั
งบทไหว้
ครู
เพลงเรื
อบทหนึ
งความว่
“จะยกบายศรี
ขึ
นสี่
มุ
ลู
กจะไหว้
พระภู
มิ
ที่
มา
ไหว้
ทั
งแม่
ข้
าวเจ้
า ทั
งพ่
อข้
าวเหนี
ยว
เสี
ยแหละเมื่
อลู
กนี
เกี่
ยวกั
นมา