226
พุ
ทธศาสนา โดยชาวบ้
านจั
ดศิ
ลปะการแสดงฟ้
อนรํ
าถวายประกอบเพิ
่
ม จั
ดความสั
มพั
นธ์
กั
บพุ
ทธ
ศาสนามี
การประดิ
ษฐ์
พระพุ
ทธรู
ปเป็
นสั
ญลั
กษณ์
ร่
วมกั
บสั
ญลั
กษณ์
ร่
วมกั
บชาวบ้
านซึ
่
งเป็
นการ
แกะสลั
กบ่
งบอกความหมายถึ
ง ผี
บรรพบุ
รุ
ษ
อย่
างไรก็
ตามชุ
มชนหมู
่
บ้
านมี
การปรั
บเปลี่
ยนลั
กษณะรู
ปแบบให้
สอดรั
บกั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตภายใน
หลั
กคิ
ดที่
เป็
นรู
ปแบบจากอิ
นเดี
ย มองจากภาพจํ
าหลั
กสถาปั
ตยกรรมผู
้
นํ
าต้
องเป็
นบุ
รุ
ษ เช่
น ปราสาท
ศี
ขรภู
มิ
ที่
ปรางค์
ประธาน (โบราณสถานแห่
งนี
้
ประกอบด้
วยปรางค์
อิ
ฐ 5 หลั
ง ตั
้
งอยู
่
บนศิ
ลาแลงและ
หิ
นทราย หั
นหน้
าไปทางทิ
ศตะวั
นออก ปรางค์
ประธานอยู
่
กลาง มี
ปรางค์
บริ
วารอยู
่
ที่
มุ
มทั
้
งสี่
) มี
ทั
บ
หลั
งรู
ปพระอิ
ศวรกํ
าลั
งฟ้
อนรํ
า หรื
อ “ศิ
วะนาฏราช” ตรงเสาประดั
บกรอบประตู
ทั
้
งสองข้
างบริ
เวณ
ทางเข้
าปรางค์
ประธาน มี
ภาพสลั
กเทพธิ
ดา (อั
ปสรา)ถื
อดอกบั
วและทวารบาลประกอบกั
บลวดลาย
ก้
ามปู
มี
ลั
กษณะสวยงาม ลวดลายเป็
นศิ
ลปะเขมรโบราณในพุ
ทธศตวรรษที่
17 การสร้
างปราสาท
หลั
งนี
้
เพื่
อบอกความหมายทางศาสนาพราหมณ์
ต่
อมาด้
านข้
างเสากรอบประตู
มี
คํ
าจารึ
กอั
กษร
ธรรม กล่
าวถึ
งการบู
รณปราสาทให้
เป็
นวั
ดในพุ
ทธศาสนาในพุ
ทธศตวรรษที่
22 ส่
วนยอดของ
ปราสาทศี
ขรภู
มิ
จึ
งแปลกไปจากยอดปรางค์
เขมรโบราณอื่
น ๆ (กรมศิ
ลปากร. 2532 : 18 ) ถ้
ามอง
ความสั
มพั
นธ์
ภาพจํ
าหลั
กเกี่
ยวกั
บบทบาทหน้
าที่
จากภาพจํ
าหลั
กบนทั
บหลั
งปราสาท ข้
อสั
งเกตคื
อ
จํ
าหลั
กภาพนางอั
ปสราแสดงบทบาทช่
วยส่
งเสริ
มสนั
บสนุ
นองค์
เทพพระศิ
วะนาฏราช เพื่
อให้
พื
้
นที่
ของอํ
านาจผู
้
นํ
าขณะนั
้
นดํ
ารงอยู
่
อย่
างเข้
มแข็
ง และย ั
งสะท้
อนถึ
งบทบาทพระมหากษั
ตริ
ย์
ที่
มี
หญิ
ง
ชาววั
งเข้
าร่
วมขบวนพิ
ธี
กรรมเสริ
มสร้
างศู
นย์
อํ
านาจ ดั
งที่
เฉลิ
ม ยงบุ
ญเกิ
ดที่
อ้
างจากหลั
กฐานบั
นทึ
ก
ของ โจวต้
ากวน ราชทู
ตจี
นสมั
ยราชวงหยวน เป็
นเรื่
องราวเมื่
อ พ.ศ. 1839 กล่
าวว่
า “... ได้
เห็
น
พระองค์
เสด็
จออกนอกพระราชวั
งสี่
ห้
าครั
้
ง เมื่
อเสด็
จออกมี
กองทหารแน่
นขนั
ดนํ
าหน้
า ขบวนธงทิ
ว
และขบวนดุ
ริ
ยางค์
ตามมาข้
างหลั
ง หญิ
งชาววั
งตั
้
งแต่
300 ถึ
ง 500 คน นุ
่
งผ้
ายกดอก ผมประดั
บ
ดอกไม้
มื
อถื
อเที
ยนเล่
มใหญ่
รวมกั
นเป็
นขบวนหนึ
่
งโดยเฉพาะ แม้
จะเป็
นเวลากลางวั
นแสก ๆ ก็
จุ
ด
เที
ยนนั
้
น อั
นมี
ขบวนหญิ
งชาววั
งทั
้
งหมดเชิ
ญเครื่
องราชู
ปโภค ทํ
าด้
วยเงิ
นและทองคํ
า และพระเครื่
อง
ที่
ตกแต่
ง มี
ลั
กษณะต่
าง ๆ กั
น ... ย ั
งมี
หญิ
งชาววั
งหอกกั
บโล่
เป็
นทหารฝ่
ายใน เป็
นอี
กขบวนหนึ
่
ง
โดยเฉพาะ...” (เฉลิ
ม ยงบุ
ญเกิ
ด. 2543 : 43 – 44)
จากความหลากหลายของสภาพทางกายภาพ มติ
ของเวลาที่
แตกต่
างกั
น แต่
ภู
มิ
ปั
ญญาเดิ
ม
ของคนในท้
องถิ ่
นให้
ความสํ
าคั
ญเรื่
องสภาพแวดล้
อมที่
ส่
งเสริ
มสภาพการอยู
่
รอดของชี
วิ
ต ผู
้
หญิ
ง
เป็
นสั
ญลั
กษณ์
แห่
งความดี
งามหรื
อสะท้
อนคุ
ณธรรมและจริ
ยธรรมของสั
งคม ความอุ
ดมสมบู
รณ์
ของธรรมชาติ
ตั
้
งแต่
ยุ
คก่
อนวั
ฒนธรรมอิ
นเดี
ยเข้
าสู
่
พื
้
นที่
สุ
วรรณภู
มิ
เมื่
อพื
้
นที่
ห่
างไกลจากศู
นย์
อํ
านาจ ภาพสะท้
อนคุ
ณค่
าแห่
งชี
วิ
ตเพื่
อความมั
่
นคงของชี
วิ
ต สิ
่
งที่
สั
มพั
นธ์
กั
บชี
วิ
ตมากคื
อสภาพ
บริ
บททางธรรมชาติ
ภายในพื
้
นที่
ของชุ
มชนเพราะมี
คุ
ณค่
าสํ
าคั
ญมาก เป็
นฐานการดํ
ารงอยู
่
อย่
าง