225
อย่
างไรก็
ตามความรู
้
ความเป็
นอิ
นเดี
ยในความเชื่
อของศาสนาฮิ
นดู
มี
ความสั
มพั
นธ์
กั
บ
สมรรถภาพของสั
งคมอิ
นเดี
ยในการปรั
บปรุ
งตนเองตามสภาวะแวดล้
อม เป็
นเครื่
องชี
้
ชั
ดให้
เห็
นถึ
ง
คุ
ณภาพชี
วิ
ตที่
ยาวนาน และสื
บเนื่
องจนถึ
งปั
จจุ
บั
น เช่
น พิ
ธี
การร่
ายรํ
าในศาสนาฮิ
นดู
เป็
นการบอก
เรื่
องราวต่
าง ๆ เกี่
ยวกั
บเทพเจ้
าผู
้
ร่
ายรํ
าจะแสดงท่
ารํ
าต่
าง ๆ เรี
ยกว่
า มุ
ดราสเพื่
อสื่
อความหมายอย่
าง
ใดอย่
างหนึ
่
ง บทเพลงและการร่
ายรํ
าหลาย ๆ ศาสนามี
คํ
าสอนว่
า การแสดงความสั
กการบู
ชาที่
ดี
ที่
สุ
ด
คื
อ การที่
ให้
คนได้
แสดงออกอย่
างเต็
มที่
ทั
้
งทางร่
างกาย และจิ
ตวิ
ญญาณ สิ
่
งนี
้
จึ
งนํ
าไปสู
่
การประพั
นธ์
และบรรเลงเพลง รวมทั
้
งการร่
ายรํ
าต่
าง ๆ ทางศาสนา เพลงมี
ส่
วนช่
วยสร้
างบรรยากาศให้
ผู
้
คนได้
รู
้
สึ
กและแสดงออก ไม่
ว่
าจะเป็
นความรู
้
สึ
กนั
บถื
อหรื
อความปี
ติ
ทั
้
งบทเพลงและการร่
ายรํ
าช่
วยเล่
า
เรื่
องราว และการนํ
าเข้
าสู
่
การบํ
าเพ็
ญสมาธิ
โดยใช้
เสี
ยงหรื
อการเคลื่
อนไหวเป็
นจั
งหวะซํ
้
าไปซํ
้
ามา
การร่
ายรํ
าพระศิ
วะหรื
อเทพเจ้
านั
้
นบ่
งบอกถึ
งการทํ
าลายหรื
อการปลดปล่
อย มั
กจะปรากฎในรู
ปปั
้
น
เทพแห่
งการร่
ายรํ
า (นาฏราช) พระศิ
วะจะรวมลั
กษณะของชายและหญิ
งไว้
ด้
วยกั
น พระศิ
วะร่
ายรํ
า
อยู
่
กลางวงเพลิ
ง แสดงถึ
งอํ
านาจแห่
งจั
กรวาล และสิ ่
งมี
ชี
วิ
ตในจั
กรวาล พระศิ
วะร่
ายรํ
าโดยประทั
บ
บนร่
างของมารที่
ยอมศิ
โรราบซึ
่
งเป็
นตั
วแทนของความโง่
เขลา ( Susan Meredith , Nicholas
Hewetson, และ Jeremy Gower) (มานะ ชั
ยวงศ์
โรจน์
. 2548)
การยอมรั
บวั
ฒนธรรมอิ
นเดี
ยเข้
าสู
่
ภายในเขตสุ
วรรณภู
มิ
มี
วิ
ญญาณหล่
อหลอมให้
เหมาะกั
บ
สภาพแวดล้
อม เป็
นการสร้
างสั
จธรรมการผสมผสานกั
บพื
้
นที่
และมี
การปรั
บเปลี่
ยนตามสถานของ
กาลเวลา ของสั
งคม และวั
ฒนธรรมแต่
ละช่
วงสมั
ย ดั
งเช่
น ปราสาทศี
ขรภู
มิ
(ปราสาทบ้
านระแงง)
แม้
ว่
าพื
้
นที่
การก่
อสร้
างไม่
ได้
ตั
้
งอยู
่
บนยอดเขาสู
งแต่
ในความศรั
ทธาของสั
งคมเชื่
อว่
าสถิ
ตอยู
่
บนเขา
ไกรลาส แต่
เป็
นจุ
ดร่
วมในจิ
ตสํ
านึ
กร่
วมของสภาพทางกายภาพกั
นระหว่
างผู
้
คนในพื
้
นที่
สุ
วรรณภู
มิ
กั
บพื
้
นที่
ชมพู
ทวี
ป มี
การปรั
บเปลี่
ยนบริ
บทให้
เหมาะกั
บภู
มิ
อากาศในรอบปี
หนึ
่
ง ๆ และสั
มพั
นธ์
กั
บ
พื
้
นที่
เพื่
อทํ
านายอนาคตที่
พอใจกั
บความคิ
ดร่
วมของสั
งคมกั
บความพอใจเรื่
อง ความอุ
ดมสมบู
รณ์
ของพื
้
นที่
ดั
งนั
้
นชุ
มชนสั
งคมเขตสุ
วรรณภู
มิ
จึ
งประดิ
ษฐ์
รู
ปลั
กษณะสํ
าคั
ญทางสภาพแวดล้
อมที่
เชื่
อมโยงกั
บความเชื่
อได้
แนบสนิ
ท พิ
จารณาจาก รู
ปแบบพิ
ธี
กรรมเกี่
ยวกั
บ ผี
พุ
ทธ พราหมณ์
ตาม
สภาพแวดล้
อมแต่
ละท้
องถิ
่
นนั
้
น ๆ ตั
วอย่
าง กิ
จกรรมหรื
อพิ
ธี
กรรมเพื่
อชี
วิ
ตตามฤดู
กาล เพราะ
สภาพแวดล้
อมทางธรรมชาติ
ชาวบ้
านมองหลายมติ
และหลากหลาย พิ
ธี
กรรมที่
ปรากฏในแต่
ละช่
วง
นั
้
นคื
อ ชี
วิ
ตที่
อยู
่
รอด และช่
วยสั
งคมให้
เข้
มแข็
งพิ
ธี
กรรมก่
อนลงทํ
าไร่
ทํ
านาในช่
วงเดื
อน หก จึ
ง
สํ
าคั
ญของชุ
มชน ชุ
มชนโดยพื
้
นฐานดํ
ารงอยู
่
ได้
เพราะปั
จจั
ยจากการเกษตร ข้
าวเป็
นอาหารสํ
าคั
ญใน
พิ
ธี
กรรมเซ่
นสรวง และพิ
ธี
กรรมหว่
านพั
นธุ
์
ข้
าว ผู
้
นํ
าพิ
ธี
กรรมมี
การกล่
าวความรู
้
สึ
ก ร่
าย สวด เพื่
อ
ความพอใจต่
อสิ ่
งศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
ที่
เชื่
อว่
ามี
อยู
่
(วั
ฒนธรรมไร้
รู
ป) ซึ
่
งเป็
นการแสดงความรู
้
สึ
กของท้
องถิ
่
น
เมื่
อความเชื่
อจากอิ
นเดี
ยเข้
าสู
่
พื
้
นที่
กั
มพู
ชาและไทย พบว่
ากิ
จกรรมมี
ลั
กษณะเกี่
ยวกั
บพราหมณ์
และ