Page 242 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

224
เป็
นที่
สถิ
ตของเทพเทวา เช่
น ศาสนาพราหมณ์
หรื
อฮิ
นดู
เชื่
อว่
าบนยอดเขามี
มหาเทพพระนามว่
อิ
ศวร หรื
อในความเชื่
อของพุ
ทธศาสนามองว่
าเทื
อกเขาหิ
มาลั
ยเป็
นเขาไกรลาสเป็
นพื
นที่
สถิ
ตของ
เทพเทวดา การเกิ
ดศาสนาในประเทศอิ
นเดี
ยทั
งพราหมณ์
หรื
อพุ
ทธศาสนา การเกิ
ดจากความเข้
าใจ
ในพื
นที่
สู
งเป็
นพื
นที่
ศั
กดิ
สิ
ทธ์
ของผู
คนจึ
งเกิ
ดความเชื่
อที่
มั ่
นคงมี
เอกภาพอย่
างแนบแน่
นของชาว
อิ
นเดี
ย ดั
งที่
เสถี
ยร พั
นธรั
งษี
(2542 : 18
)
กล่
าวว่
า เผ่
าอารย ั
นในลุ ่
มแม่
นํ
าสิ
นธุ
และคงคา ใน
ประเทศอิ
นเดี
ย ไม่
มี
ความรู
ทางภู
มิ
ศาสตร์
เกี่
ยวกั
บขุ
นเขาหิ
มาลั
ย ซึ
งเป็
นที่
รวมของหิ
มะละลายลงสู
แอ่
งนํ
าใหญ่
กลายเป็
นทะเลสาบ สร้
างนิ
ยายใหม่
กลายเป็
นสระอโนดาต เป็
นที่
อาศั
ยอยู
ของวิ
ทยาธร
ครั
นนํ
านั
นไหลเลยลงมาเป็
นแม่
นํ
าในที่
ราบ ก็
เข้
าใจว่
าบนยอดเขาขุ
นเขา เป็
นสวรรค์
เป็
นที่
อาศั
ยอยู
ของพวกเทพเทวา มี
มหาเทพองค์
หนึ
งพระนามว่
า อิ
ศวร ประทานนํ
าลงมาให้
แม่
นํ
าคงคาในอิ
นเดี
กลายเป็
นนํ
าสวรรค์
มี
ความศั
กดิ
สิ
ทธิ
ถึ
งสามารถล้
างบาปให้
แก่
มนุ
ษย์
ได้
นอกจากนี
ธรรมชาติ
ที่
เกิ
ดขึ
นรอบตั
วอี
กหลายอย่
าง เช่
น ฝนตก ฟ้
าร้
อง ฟ้
าผ่
า ความมื
ด ความสว่
าง เป็
นต้
น มนุ
ษย์
โบราณ
ไม่
เคยรู
มู
ลเหตุ
ที่
เกิ
ดขึ
นของธรรมชาติ
เหล่
านี
เข้
าใจว่
าเป็
นพระเจ้
าผู
ทรงฤทธิ
ศั
กดิ
สิ
ทธิ
มี
อํ
านาจ
เหนื
อตน (Supreme Being) มี
อานุ
ภาพ ควรบู
ชากราบไหว้
และควรเกรงกลั
เนื่
องจากมนุ
ษย์
มี
คุ
ณลั
กษณะนิ
สั
ยอยู
กั
นเป็
นกลุ
มก้
อนเอื
ออาทรต่
อกั
น การเผยแผ่
ความเชื่
ความศรั
ทธาจากอิ
นเดี
ยไปสู
พื
นที่
ในบริ
เวณลุ
มแม่
นํ
าโขงซึ
งมี
ลั
กษณะทางภู
มิ
ศาสตร์
เป็
นต้
นทุ
เกี่
ยวกั
บเรื่
องความเชื่
อ เพราะเชื่
อว่
าพื
นที่
สู
งของเทื
อกเขาหิ
มาลั
ยเป็
นพื
นที่
อาศั
ยอยู
ศั
กดิ
ของเทพเทวา
ต่
าง ๆ และเปิ
ดโอกาสของผู
คนในเขตสุ
วรรณภู
มิ
มี
การยอมรั
บนั
บถื
อความเชื่
ออย่
างกลมกลื
ภายในได้
ดี
ตั
งแต่
พ.ศ. 300 จนถึ
งปั
จจุ
บั
น โดยเฉพาะการยอมรั
บพุ
ทธศาสนา และศาสนาพราหมณ์
ดั
งที่
สุ
จิ
ตต์
วงษ์
เทศ เสนอว่
า กลุ ่
มชาติ
พั
นธุ
ต่
าง ๆ ในเขตสุ
วรรณภู
มิ
ได้
แก่
ประเทศกั
มพู
ชา ไทย
ลาว เวี
ยดนาม และเมี
ยนมาร์
รั
บอารยธรรมวั
ฒนธรรมจากชมพู
ทวี
ป เรี
ยนรู
คั
มภี
ร์
สํ
าคั
ญ ทั
งฝ่
าย
พุ
ทธและพราหมณ์
คั
มภี
ร์
ฝ่
ายพุ
ทธ ได้
แก่
พระสู
ตร และชาดกหรื
อพุ
ทธศาสนนิ
ทาน พิ
จารณาจาก
จากจารึ
กและภาพปู
นปั
น ส่
วนคั
มภี
ร์
พราหมณ์
(ฮิ
นดู
) ได้
แก่
มหากาพย์
2 เรื่
องคื
อ มหาภารตกั
บรา
มายณะ เห็
นได้
จากชื่
อบ้
านเมื
อง และพระนามพระมหากษั
ตริ
ย์
คั
มภี
ร์
เหล่
านี
ได้
สื
บทอดที่
ปรากฎใน
ภาพปู
นปั
นประดั
บศาสนสถานและชื่
อกษั
ตริ
ย์
ตลอดจนชื่
อรั
ฐที่
ได้
จากคั
มภี
ร์
เหล่
านั
นมาจนถึ
ปั
จจุ
บั
น (สุ
จิ
ตต์
วงษ์
เทศ. 2547 : 95) ภาพปู
นปั
นที่
โดดเด่
นปรากฏที่
อิ
นเดี
ยฝ่
ายใต้
ณ วั
ดบาฮอร์
( A temple at Bahur ) เป็
นภาพจํ
าหลั
กหญิ
งเต้
นรํ
าเป็
นรู
ปแบบการเต้
นรํ
าในพิ
ธี
กรรมของศาสนา
ฮิ
นดู
ที่
มี
เสน่
ห์
ในความเชื่
อของชาวดิ
นเดี
ย (Hamlyn. 1970 : 16) และภาพจํ
าหลั
กสลั
กหิ
นในช่
วง
พ.ศ. 650 ที่
ถํ
าวั
ดอะจั
นตะ ประเทศอิ
นเดี
ย ( The Ajanta caves)เกี่
ยวกั
บพิ
ธี
กรรมของหญิ
งสาวกั
ภาพจํ
าหลั
กสลั
กหิ
น เป็
นสั
ญลั
กษณ์
ของการปฏิ
บั
ติ
ธรรมพุ
ทธศาสนาลั
ทธิ
มหายาน และหิ
นยาน
( Both Mahayana and Hinnayana schools of Buddhism) (Hamlyn. 1970 : 20 – 21)