Page 241 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

223
ปั
จจั
ยการผสมผสานวั
ฒนธรรม มี
ทั
งปั
จจั
ยภายใน ได้
แก่
ด้
านสภาพแวดล้
อมทางธรรมชาติ
ปั
จจั
ยด้
านความคิ
ด ความเชื่
อ ค่
านิ
ยมหรื
ออุ
ดมการณ์
และปั
จจั
ยภายนอก
ได้
แก่
ด้
านเทคโนโลยี
และ
ด้
านเศรษฐกิ
จ ผู
วิ
จั
ยจะวิ
เคราะห์
ให้
เห็
นในแต่
ละด้
าน ดั
งนี
ปั
จจั
ยภายใน
การผสมผสานทางวั
ฒนธรรมในศิ
ลปะการแสดงที่
พั
ฒนาจากภาพศิ
ลาจํ
าหลั
สถาปั
ตยกรรมขอมในประเทศไทยและกั
มพู
ชา ชี
ให้
เห็
นปั
จจั
ยหรื
อมู
ลเหตุ
วิ
วั
ฒนาการทางความคิ
ของมนุ
ษย์
ตั
งแต่
สมั
ยโบราณมาจนถึ
งปั
จจุ
บั
น ไม่
ว่
าจะเป็
นความนึ
กคิ
ด ภาษาที่
พู
ด ศิ
ลปะใน
รู
ปลั
กษณะต่
าง ๆ สถาบั
นทางการเมื
อง ทางเศรษฐกิ
จ หรื
อจารี
ตประเพณี
ทางสั
งคมทั
งหลายทั
งมวล
เหล่
านี
ล้
วนอุ
บั
ติ
ขึ
นด้
วยการผสมผสานกั
นขององค์
ประกอบจากบริ
บทที่
เป็
นฐานจากความ
หลากหลายและแตกต่
าง แต่
เมื่
อรวมกั
นเข้
าแล้
วก็
มี
ลั
กษณะของภู
มิ
ปั
ญญาท่
ามกลางความแตกต่
าง
แต่
มี
เอกภาพที่
เชื่
อมโยงปั
จจั
ยภายในและภายนอกมาทั
กทอให้
เกิ
ดคุ
ณธรรมสู
สั
งคมที่
มี
เหตุ
ผล ความ
จงรั
กภั
กดี
แห่
งความดี
งามในพื
นที่
เดี
ยวกั
น ซึ
งพิ
จารณาได้
จากภาพศิ
ลาจํ
าหลั
กในสถาปั
ตยกรรมขอม
โดยเฉพาะภาพจํ
าหลั
กนางอั
ปสราสะท้
อนรู
ปแบบวิ
ถี
ชี
วิ
ตที่
มนุ
ษย์
สั
งคมมุ
งสร้
างปั
จจั
ยด้
าน
ความสั
มพั
นธ์
ที่
ประกอบด้
านสภาพแวดล้
อมทางธรรมชาติ
หรื
อทางกายภาพ สั
งคม และความคิ
1. ปั
จจั
ยด้
านสภาพแวดล้
อมทางธรรมชาติ
โดยแท้
จริ
งแล้
วสภาพแวดล้
อมทางธรรมชาติ
เป็
นฐานสํ
าคั
ญที่
มนุ
ษย์
ให้
ความสํ
าคั
ญใน
การก่
อร่
างสร้
างสั
งคมที่
สั
มพั
นธ์
เกี่
ยวกั
บความเชื่
อ สั
งคมมนุ
ษย์
ในพื
นที่
ลุ ่
มแม่
นํ
าโขงตอนล่
าง
ประกอบเป็
นกลุ
มสั
งคมกว้
างขวาง ได้
แก่
ประเทศกั
มพู
ชา ไทย ลาว และเวี
ยดนาม สภาพพื
นที่
ประเทศดั
งกล่
าวได้
รั
บสภาพแวดล้
อมทางกายภาพ จากจุ
ดเดี
ยวกั
นกั
บประเทศอิ
นเดี
ยหรื
อประเทศ
ข้
างเคี
ยงประเทศอิ
นเดี
ย คื
อ พื
นที่
เทื
อกเขาสู
งที่
เรี
ยกว่
า ยอดเขาเอเวอร์
เรสต์
(8,848 เมตร) หรื
อพื
นที่
หลั
งคาโลก เป็
นปั
จจั
ยที่
ส่
งผลต่
อพื
นที่
ราบในบริ
เวณปากแม่
นํ
าโขงในประเทศกั
มพู
ชา และ
เวี
ยดนาม, แม่
นํ
าเจ้
าพระยาในประเทศไทย, แม่
นํ
าอิ
ระวดี
กั
บแม่
นํ
าสาละวิ
นในประเทศเมี
ยนม่
าร์
และแม่
นํ
าแดงแม่
นํ
าดํ
าในเวี
ยดนาม ส่
วนพื
นที่
ในประเทศอิ
นเดี
ยทํ
าให้
เกิ
ดที่
ราบแม่
นํ
าพรหมบุ
ตร
แม่
นํ
าคงคา ยมนา และแม่
นํ
าสิ
นธุ
บริ
เวณปากแม่
นํ
าดั
งกล่
าวเป็
นพื
นที่
อั
นอุ
สมสมบู
รณ์
เป็
ถิ ่
นที่
อาศั
ยอยู
ของมนุ
ษย์
มาบุ
รมบุ
ราณ กว้
างขวาง ซั
บซ้
อน ซึ
งพบว่
า เป็
นแหล่
งอารยธรรม
วั
ฒนธรรม มี
ความเชื่
อถื
อทางศาสนานานาประการนั
บได้
ตั
งแต่
การนั
บถื
อผี
สางลางร้
าย แห่
งยุ
คดึ
ดํ
าบรรพ์
จนถึ
งการเชื่
อแบบเอกนิ
ยม (Monism) อั
นเกิ
ดจากภู
มิ
ปั
ญญาและเป็
นนามธรรมล้
วน ๆ ใน
ด้
านการเคารพเชื่
อถื
อพระผู
เป็
นเจ้
า (God) พบว่
าผู
คนถื
อว่
าพระผู
เป็
นเจ้
ามี
ตั
วตน อวตาลเกิ
ดใน
รู
ปร่
างแห่
งเนื
อหนั
งมั
งสาปางต่
าง ๆ และพระผู
เป็
นเจ้
าไม่
มี
ตั
วตน ไม่
มี
รู
ปร่
างหรื
อแม้
แต่
ชื่
อเสี
ยงก็
มี
จํ
านวนไม่
น้
อย มู
ลเหตุ
ที่
มนุ
ษย์
เชื่
อศรั
ทธาสภาพทางกายภาพด้
านภู
มิ
ศาสตร์
จึ
งเชื่
อว่
าที่
เทื
อกเขาสู