220
คุ
ณงามความดี
จึ
งเกิ
ดเป็
นเทวดาบนสวรรค์
วั
นหนึ
่
งอยากสนุ
กเหมื
อนอยู
่
บนสวรรค์
จึ
งมาสิ
งร่
าง
มนุ
ษย์
ให้
เกิ
ดเจ็
บป่
วย ผู
้
ป่
วยจะต้
องร่
ายรํ
าหาความสุ
ขสํ
าราญ ที่
เรี
ยกว่
า เล่
นแถน เพื่
อให้
ร่
างพญาแถน
ได้
รั
บความสนุ
กสนานแล้
วอาการเจ็
บป่
วยก็
จะหายไป...” ถ้
าพิ
จารณาพิ
ธี
กรรมของกลุ ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ต่
างๆ ในภาคอี
สาน เช่
น พิ
ธี
กรรมมม็
วต พิ
ธี
กรรมแกลมอ แกลออของกลุ
่
มวั
ฒนธรรมเขมร-ส่
วย
พิ
ธี
กรรมเสี่
ยงข้
อง พิ
ธี
กรรมผี
ฟ้
าผี
แถนของกลุ
่
มวั
ฒนธรรมไทย-ลาว พิ
ธี
เหยาผี
นํ
้
าของกลุ
่
มภู
ไท พิ
ธี
กรรมโส้
ทั ่
งบั
้
ง ของกลุ ่
มชนเผ่
าโซ่
ที่
จั
ดขึ
้
นเพื่
อเซ่
นบู
ชาผี
เทวดา และสิ
่
งศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
ของกลุ ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ดั
งกล่
าว จะมี
ความเชื่
อเกี่
ยวกั
บผี
หรื
อเทวดาเชื่
อมโยงกั
น และเป็
นอี
กสภาวะหนึ
่
งที่
เอื
้
อให้
เกิ
ด
รู
ปแบบการสร้
างสรรค์
งานด้
านศิ
ลปะการแสดงขึ
้
น เพราะในพิ
ธี
กรรมต่
างๆ ต้
องอาศั
ยองค์
ประกอบ
การแสดงซึ
่
งมี
ท่
ารํ
า ดนตรี
การแต่
งกาย และบทสวดคาถาเพื่
อสื่
อสารกั
บสิ ่
งศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
ทั
้
งหลาย
บางครั
้
งการทํ
าพิ
ธี
เข้
าทรงหรื
อพิ
ธี
ที่
เชื่
อว่
าจะสามารถมี
อํ
านาจฤทธิ
์
เดชเหนื
อผู
้
อื่
น ซึ
่
งต้
องอาศั
ยการ
แสดงทั
้
งสิ
้
น ถึ
งแม้
จะมี
จุ
ดมุ
่
งหมายหลั
กเพื่
อการรั
กษาสุ
ขภาพตามแบบฉบั
บของชาวบ้
านก็
ตาม 3)
ท่
ารํ
าจากภาพศิ
ลาจํ
าหลั
กปราสาทศี
ขรภู
มิ
และปราสาทนครวั
ดในยุ
คพระนครซึ
่
งรั
บอารยธรรม
อิ
นเดี
ยโบราณ ที่
เชื่
อในเทพเจ้
าต่
างๆ ระบํ
าอั
ปสรสราญเลี
ยนแบบท่
ารํ
าจากภาพศิ
ลาจํ
าหลั
กปราสาท
ศี
ขรภู
มิ
และปราสาทนครวั
ด
ด้
านดนตรี
ใช้
วงกั
นตรึ
มพื
้
นบ้
านที่
เล่
นในพิ
ธี
กรรมความเชื่
อ ซึ
่
ง
ชาวบ้
านเชื่
อว่
า แถนสั ่
งทํ
าเพื่
อให้
เหมาะสมกั
บการฟ้
อนรํ
า เช่
น ในพงศาวดารล้
านช้
าง (ตํ
านานขุ
น
บรม) ได้
กล่
าวถึ
งการฟ้
อนรํ
า ความว่
า “พระยาแถนหลวง” ได้
ส่
ง “ศรี
คั
นธพระเทวดาลงมาบอก
สอนคนทั
้
งหลายให้
เฮ็
ดฆ้
องกลอง กรั
บ เจแวง ปี่
พาทย์
พิ
ณเพี
้
ยะ เพลงกลอนได้
สอนให้
ดนตรี
ทั
้
ง
มวลและเล่
าบอก ส่
วนครู
อั
นขั
บฟ้
อนฮ่
อนนะสิ
่
งสว่
าง ระเมงละมางทั
้
งมวลถ้
วนแล้
ว” เพื่
อว่
า
ประชาชนจะได้
มี
“เครื่
องอั
นจั
กเล่
น จั
กหั
ว แลเสพรํ
าคํ
าขั
บทั
้
งมวล” (หอสมุ
ดแห่
งชาติ
. 2506 : 8)
จากหลั
กฐานดั
งกล่
าวแสดงให้
เห็
นว่
า ชาวบ้
านมี
ความเชื่
อว่
าพระยาแถนหลวงผู
้
เป็
นใหญ่
ในหมู
่
เทวดา สั ่
งเทวดามาฝึ
กสอนมนุ
ษย์
ให้
รู
้
จั
กทํ
าเครื่
องดนตรี
การขั
บร้
อง และการฟ้
อนรํ
า ดั
งนั
้
น การ
ฟ้
อนรํ
า การเล่
นดนตรี
ได้
เกิ
ดขึ
้
นและพั
ฒนามาในชุ
มชนต่
างๆ ที่
ก่
อตั
้
งเป็
นอาณาจั
กรมานานแล้
วนั
บ
แต่
สมั
ยทวาราวดี
ศรี
วิ
ชั
ย ละโว้
เชี
ยงแสนก่
อนที่
จะถึ
งยุ
คสุ
โขทั
ย
เช่
นเดี
ยวกั
บในพิ
ธี
กรรมของ
อิ
นเดี
ยที่
เชื่
อว่
าเทพหรื
อเทวดาทรงฟ้
อนรํ
า เล่
นดนตรี
ด้
านดนตรี
ในระบํ
าอั
ปสรสราญ ใช้
วงกั
นตรึ
ม
ที่
เล่
นในพิ
ธี
กรรมมม็
วต เพื่
อบู
ชาผี
มาในอดี
ต
ด้
านการแต่
งกาย
มี
การผสมผสานการแต่
งกายจาก
ภาพนางอั
ปสรในปราสาทศี
ขรภู
มิ
ปราสาทนครวั
ด เชื่
อมโยงกั
บอั
ตลั
กษณ์
ท้
องถิ ่
น คื
อ ผ้
าไหม และ
ประเกื
อมสุ
ริ
นทร์
เพื่
อสะท้
อนวั
ฒนธรรมและสุ
นทรี
ยภาพ
ระบํ
าอั
ปสรสราญเป็
นระบํ
าที่
คิ
ดประดิ
ษฐ์
ขึ
้
นจากภาพจํ
าหลั
กหลั
งปราสาทศี
ขรภู
มิ
และจาก
ภาพจํ
าหลั
กจากปราสาทนครวั
ด ผสมผสานท่
ารํ
าพื
้
นบ้
านและท่
ารํ
าจากนาฏศิ
ลป์
ที่
เป็
นแบบแผนจาก
ส่
วนกลางของไทย ตลอดจนองค์
ประกอบด้
านเพลงดนตรี
ที่
เป็
นของท้
องถิ
่
น ลั
กษณะการแต่
งกาย