210
สตรี
เป็
นมงคล เป็
นความสุ
ขความเจริ
ญ เป็
นอิ
สรภาพ มี
เดชะอํ
านาจบุ
ญบารมี
เป็
นตั
วแทนของความ
เจริ
ญรุ
่
งเรื
อง ในขนบธรรมเนี
ยมของกั
มพู
ชา ถื
อว่
า ผู
้
หญิ
งเป็
นใหญ่
“ลั
ทธิ
แม่
” กษั
ตริ
ย์
องค์
แรกของ
เขมรเป็
นผู
้
หญิ
ง พระนามพระนางโสมา หรื
อนางนาค ซึ
่
งเป็
นธิ
ดาของกษั
ตริ
ย์
ภุ
ชงคนาคอยู
่
ใต้
มหาสมุ
ทร ในศั
พท์
ที่
ใช้
เรี
ยกหั
วหน้
า หรื
อผู
้
ใหญ่
เขมรใช้
คํ
าว่
า แม่
นํ
าหน้
า เช่
น แม่
ทั
พ แม่
กอง แม่
ภู
มิ
(ผู
้
ใหญ่
บ้
าน) เป็
นต้
น จึ
งคาดว่
า ผู
้
หญิ
งบริ
สุ
ทธิ
์
ถู
กกั
บหลั
กเกณฑ์
ของศาสนาพราหมณ์
ที่
ต้
องการ
นั
กแสดงที่
มี
ความบริ
สุ
ทธิ
์
มี
ศิ
ริ
สวั
สดิ
์
เป็
นมงคลในการรํ
าระบํ
าศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
ถวายเทพเจ้
าของศาสนา
พราหมณ์
เพื่
อเป็
นการสั
กการะบู
ชา กล่
าวบนบานจากผื
นแผ่
นดิ
นไปสู
่
สรวงสวรรค์
ที่
อยู
่
ของเทพเจ้
า
แล้
วนํ
าพาเอาศั
พท์
สาธุ
การจากแดนสวรรค์
กลั
บมาสู
่
ย ั
งพื
้
นดิ
นคื
น ระบํ
าอั
ปสรา มี
นั
กแสดงเป็
น
ผู
้
หญิ
งบริ
สุ
ทธิ
์
ทั
้
งสิ
้
น นั
กแสดงคนไหน โดยเฉพาะอย่
างยิ
่
งนั
กแสดงที่
เป็
นนางเอกที่
แต่
งงานแล้
ว จะ
ไม่
อนุ
ญาตให้
รํ
าระบํ
าอั
ปสราเป็
นเด็
ดขาด ผู
้
หญิ
งที่
แสดงระบํ
าอั
ปสราจะต้
องการฝึ
กหั
ดท่
ารํ
าใน
ระยะเวลาอั
นยาวนาน และทํ
าความสะอาดทั
้
งกายและใจให้
สะอาดหมดจด อยู
่
ในขนบธรรมเนี
ยม
อั
นดี
งาม ไม่
ให้
กระทํ
าในสิ ่
งที่
ไม่
เป็
นมงคล ที่
ทํ
าให้
ตั
วเองไม่
ดี
ทั
้
งนี
้
เนื่
องจากการแสดงระบํ
าอั
ปสรา
ได้
กล่
าวถึ
งหญิ
งสาวที่
เป็
นองค์
หญิ
งบริ
สุ
ทธิ
์
หรื
อเป็
นเทพอั
ปสรที่
มี
รู
ปโฉมอั
นงดงามยิ
่
งจากสรวง
สวรรค์
พาพี่
เลี
้
ยงเหาะลงมาประพาสต้
นในสวนดอกไม้
ที่
เป็
นอุ
ทยานแห่
งสวรรค์
เต็
มไปด้
วยดอกไม้
ทิ
พย์
อั
นสวยงามนั
บร้
อยชนิ
ด เบิ
กบาน ส่
งกลิ ่
นหอมทั ่
วทุ
กสานุ
ทิ
ศ ดั
งนั
้
น นั
กแสดงระบํ
าอั
ปสราจึ
ง
เปรี
ยบเสมื
อนเป็
นตั
วแทนของเทพอั
ปสรจากสรวงสวรรค์
จะต้
องมี
ความบริ
สุ
ทธิ
์
งดงาม ประณี
ต
บรรจงดั
งนางเทพอั
ปสรลงจากแดนสวรรค์
บนฝาผนั
ง กรอบประตู
ทั
บหลั
ง ยอดปราสาทหิ
นโบราณที่
เป็
นเทวสถานของเทพเจ้
าใน
ศาสนาพราหมณ์
และของพระโพธิ
สั
ตว์
ในพุ
ทธศาสนามหายาน ปู
่
ย่
าตายาย บรรพบุ
รุ
ษเขมรได้
แกะสลั
กเป็
นภาพนางเทพอั
ปสรที่
มี
รู
ปโฉมงดงาม ประณี
ตบรรจงตระกาลตา ในท่
าทางต่
างๆ มี
ความแตกต่
างกั
นในลั
กษณะการแต่
งกาย เครื่
องประดั
บ หน้
าตา และท่
าทาง ซึ
่
งสามารถรวบรวมได้
ประมาณ 3,000 รู
ปแกะสลั
กในทุ
กปราสาทหิ
น ทั
้
งนี
้
หมายความว่
า ปราสาทหิ
นต่
างๆ เป็
นสถานที่
อั
นศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
อั
นสู
งส่
ง เปรี
ยบเสมื
อนสรวงสวรรค์
เป็
นที่
อยู
่
ของเทพเจ้
า หรื
อโพธิ
สั
ตว์
จึ
งจะต้
องมี
นางเทพอั
ปสรอั
นมี
รู
ปโฉมสวยงามหลายรู
ปอยู
่
ทํ
าหน้
าที่
เป็
นนั
กดนตรี
และนั
กฟ้
อนรํ
าคอยช่
วย
บรรเลงดนตรี
และฟ้
อนรํ
าในพิ
ธี
อั
นศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
ต่
างๆ เพราะในความเชื่
อของศาสนาพราหมณ์
และ
พุ
ทธศาสนามหายาน และแม้
ว่
าในความเชื่
อเรื่
องวิ
ญญาณบรรพบุ
รุ
ษของชาวเขมร เชื่
อว่
า เวลามี
พิ
ธี
อั
นศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
จะต้
องมี
การประโคมบรรเลงดนตรี
ทางศาสนาอั
นศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
และฟ้
อนรํ
าระบํ
าอั
น
ศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
ถวายด้
วย อี
กอย่
างหนึ
่
ง การแกะสลั
กภาพนางเทพอั
ปสรในปราสาทต่
างๆ นั
้
น เป็
นการ
ประดั
บประดาให้
ปราสาทมี
ความสวยงาม เพราะนางเทพอั
ปสรจะเป็
นหญิ
งที่
บริ
สุ
ทธิ
์
เป็
นมงคล
ให้
แก่
สถานที่
สั
กการะ ไม่
ใช่
สิ ่
งที่
ไม่
ดี
ในความเชื่
อของชาวเขมร เชื่
อว่
า นางอั
ปสร ไม่
ใช่
แค่
นางงาม