Page 227 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

209
หญิ
งสาวที่
เป็
นองค์
หญิ
งบริ
สุ
ทธิ
หรื
อเป็
นเทพอั
ปสรที่
มี
รู
ปโฉมอั
นงดงามยิ
งจากสรวงสวรรค์
พาพี่
เลี
ยงเหาะลงมาประพาสต้
นในสวนดอกไม้
ที่
เป็
นอุ
ทยานแห่
งสวรรค์
เต็
มไปด้
วย
ระบํ
าอั
ปสราของกั
มพู
ชา ใช้
ท่
ารํ
าจากระบํ
าท่
วงท่
าโบราณเขมร (เพชร ตุ
มกระวิ
ล.
2548) สร้
างขึ
นในปี
ค.ศ.1962 โดย สมเด็
จพระนางเจ้
าศรี
สวั
สดิ
กุ
สุ
มา นารี
รั
ตน์
พระมหาชนนี
ของ
พระบาทนโรดม สี
หนุ
ร่
วมกั
บครู
ระบํ
านาฏศิ
ลป์
อี
กหลายท่
าน ระบํ
าอั
ปสรา ใช้
การแต่
งกายตามภาพ
นางอั
ปสราปราสานครวั
ด ผสมผสานกั
บท่
ารํ
าพื
นฐานของระบํ
าท่
วงท่
าโบราณเขมร และการแต่
ก่
ายตามสมั
ยใหม่
ตั
วเอกของระบํ
าอั
ปสราคนแรก คื
อ พระนางนโรดม บุ
ปผาเทวี
ธิ
ดาของพระบาท
นโรดม สี
หนุ
และได้
แสดงเผยแพร่
ให้
ชาวโลกได้
ชมเป็
นครั
งแรกในปี
เดี
ยวกั
นที่
ได้
สร้
างระบํ
านี
ขึ
ต่
อมาระบํ
าอั
ปสราได้
รั
บการยอมรั
บจากผู
ชมทั
วไป จนมี
ชื่
อเสี
ยงโด่
งดั
งทั
วโลก ระบํ
าอั
ปสรา เป็
การผสมผสานแบบแนวตั
ง คื
อ จากราชสํ
านั
ก หรื
อรั
ฐโดยกรมศิ
ลปากรเป็
นผู
กํ
าหนดแบบแผนท่
ารํ
ดนตรี
ตลอดจนการแต่
งกาย ก่
อนนํ
าไปเผยแพร่
สู
ประชาชน ด้
านท่
ารํ
ามี
การผสมผสานท่
ารํ
าจาก
ระบํ
าท่
วงท่
าโบราณหรื
อระบํ
าเทวะขอม เป็
นท่
ารํ
าดั
งเดิ
มที่
ใช้
ในการรํ
าถวายเทพเจ้
าในศาสนา
พราหมณ์
ซึ
งเป็
นท่
าแม่
บท ซึ
งเชื่
อมโยงกั
บนาฏศิ
ลป์
ไทยในอดี
ต โดยไม่
มี
การปรั
บเปลี่
ยนใดๆ ลี
ลา
ท่
ารํ
าระบํ
าอั
ปสรา น่
าจะนํ
าแบบอย่
างมาจากลั
กษณะการการเคลื่
อนไหวของสั
ตว์
นาค หรื
อพญานาค
(ภุ
ชงคลี
ลา) เพราะขอมนั
บตั
วเองว่
า เป็
นผู
สื
บทอดเผ่
าพั
นธุ
มาจากนาค หรื
อมี
บรรพบุ
รุ
ษเป็
นนาค ซึ
เขมรได้
เรี
ยกตั
วเองว่
า นาค เขมรสองคน เรี
ยกว่
า เขมรสองนาค (ในภาษาเขมร ออกเสี
ยงว่
า เนี
ยก)
ดั
งนั
น ในระบํ
าอั
ปสรา จะมี
ท่
วงท่
า และลั
กษณะการเคลื่
อนไหวคล้
ายกั
บการเคลื่
อนไหวของนาคมา
เป็
นท่
วงท่
าการรํ
าของ ตั
วนางที่
มี
ความอ่
อนโยน ทั
งลี
ลาการใช้
แขน มื
อ ขา และเท้
า เอว สะโพก
ลํ
าคอ ใบหน้
า สายตา และศี
รษะ โดยทุ
กส่
วนของร่
างกายกระชั
บ และกลมกลื
นกั
น มี
การเคลื่
อนไหว
ทั
งท่
วงท่
าช้
า ท่
วงท่
าเร็
ว ให้
ถู
กต้
องตามหลั
กไวยากรณ์
ของภาษาท่
า รวมทั
งยื
นอยู
บนพื
นฐานความ
งดงาม และดุ
ลยภาพ คื
อ ดุ
ลภาพระหว่
างธรรมชาติ
ของบุ
คคล สั
งคม ระหว่
างกาย จิ
ตใจ และปั
ญญา
นอกจากนี
การใช้
ท่
ารํ
าในระบํ
าอั
ปสรา คื
อ เป็
นท่
ารํ
าตี
บทประกอบบทร้
อง ที่
มี
เนื
อหาเกี่
ยวกั
บการ
ชมสวนดอกไม้
โดยมี
เทพธิ
ดาองค์
หนึ
งได้
พาพี่
เลี
ยงเหาะลงมาชมสวน และพู
ดถึ
งความรู
สึ
กเบิ
กบาน
สบายอกสบายใจ แสดงอารมณ์
ที่
สนุ
กสนานเมื่
อเห็
นดอกไม้
ที่
สวยงาม (เป็
กเชี
ยง. 2553) ดนตรี
ใช้
วง
ปี่
พาทย์
ตามแบบราชสํ
านั
ก แต่
งกายเลี
ยนแบบจากภาพนางอั
ปสราปราสาทนครวั
ระบํ
าอั
ปสราเป็
นส่
วนหนึ
งของระบํ
าในราชสํ
านั
ก หรื
อระบํ
าท่
วงท่
าโบราณเขมร ที่
ได้
เกิ
ดขึ
นหลายศตวรรษมาแล้
ว เป็
นระบํ
าใช้
ในการสั
กการะสิ
งศั
กดิ
สิ
ทธิ
(ศิ
ลปะเทวะ) ถื
อกํ
าเนิ
ดจาก
การผสมผสานระหว่
างศาสนาพราหมณ์
และการฟ้
อนรํ
าเพื่
ออ้
อนวอนวิ
ญญาณผี
บรรพบุ
รุ
ษ (ผี
ปู
ตา)
เป็
นรู
ปแบบระบํ
าที่
มี
สถานภาพสู
งสุ
ด ซึ
งใช้
นั
กแสดงเป็
นผู
หญิ
งทั
งสิ
น เพราะในความเชื่
อ และ
วั
ฒนธรรมประเพณี
ของเขมร ถื
อว่
า ผู
หญิ
ง (ศรี
) คื
อ ศิ
ริ
สตรี
เป็
นสั
ญลั
กษณ์
แสดงถึ
งความบริ
สุ
ทธิ